ดาวโจนส์พุ่ง! S&P 500–Nasdaq ทำสถิติใหม่ หุ้นเทค–AI หนุนตลาด
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งในวันอังคาร (5 พ.ค. 2569) โดยดัชนีหลักเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่นักลงทุนคลายความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง หลังสัญญาณหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีผล รวมถึงผลประกอบการบริษัทส่วนใหญ่ที่ออกมาดีกว่าคาด
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกต่อเนื่อง ทำสถิติใหม่หลายดัชนี
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในวันอังคาร (5 พ.ค. 2569) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่นักลงทุนตอบรับผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาด และคลายความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง หลังสัญญาณหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีผล ส่งผลให้ดัชนีหลักหลายตัวพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 49,298.25 จุด เพิ่มขึ้น 356.35 จุด (+0.73%)
- ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,259.22 จุด เพิ่มขึ้น 58.47 จุด (+0.81%)
- ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 25,326.126 จุด เพิ่มขึ้น 258.324 จุด (+1.03%)
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์โดดเด่น โดย Advanced Micro Devices พุ่งแรงหลังคาดการณ์รายได้สดใส ขณะที่ Super Micro Computer ปรับขึ้นจากแนวโน้มธุรกิจแข็งแกร่ง สะท้อนแรงหนุนจากธีม AI ที่ยังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของตลาด
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก รับแรงซื้อแม้กังวลตะวันออกกลาง
ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อหุ้นในหลายอุตสาหกรรม แม้นักลงทุนยังติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
- ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 609.72 จุด เพิ่มขึ้น 4.21 จุด (+0.70%)
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 24,401.70 จุด เพิ่มขึ้น 410.43 จุด (+1.71%)
- ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 8,062.31 จุด เพิ่มขึ้น 86.19 จุด (+1.08%)
หุ้นกลุ่มธนาคารและอุตสาหกรรมช่วยหนุนตลาด โดยผลประกอบการบริษัทใหญ่ในยุโรปส่วนใหญ่ยังออกมาแข็งแกร่ง แม้ภาพรวมยังถูกกดดันจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ตลาดหุ้นอังกฤษสวนทางยุโรป ปิดลบจากแรงขายทำกำไร
ตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวลง สวนทางตลาดยุโรป โดยถูกกดดันจากแรงขายทำกำไรและความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,219.11 จุด ลดลง 144.82 จุด (-1.40%)
การอ่อนตัวของหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงานและการเงินเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดตลาด แม้นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางและทิศทางเศรษฐกิจโลก
ราคาน้ำมันร่วงแรง หลังคลายกังวลสงครามตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลง หลังสหรัฐฯ ยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านยังมีผล ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมัน
- ราคาน้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนมิถุนายน) ปิดที่ 102.27 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลงเกือบ 4%
- ราคาน้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนกรกฎาคม) ปิดที่ 109.87 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลงประมาณ 4%
แม้ราคาจะปรับลง แต่ตลาดยังจับตาความเสี่ยงด้านอุปทาน โดยเฉพาะเส้นทางขนส่งสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาทองคำฟื้นตัว รับแรงซื้อหลังร่วงก่อนหน้า
ราคาทองคำปรับตัวขึ้น หลังนักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรจากระดับราคาที่อ่อนตัวก่อนหน้า และยังคงมีแรงหนุนจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก
- ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปิดที่ 4,557.56 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 0.8%
- ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนมิถุนายน) ปิดที่ 4,568.50 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 0.8%
นักวิเคราะห์มองว่าทองคำยังได้รับแรงสนับสนุนจากความเสี่ยงเงินเฟ้อและการเข้าซื้อของธนาคารกลาง แม้อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง
ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวเล็กน้อย ตลาดจับตาข้อมูลเศรษฐกิจ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังนักลงทุนประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลางและรอข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ
- ยูโร/ดอลลาร์ อยู่ที่ 1.1700 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 0.1%
- ปอนด์/ดอลลาร์ อยู่ที่ 1.3551 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 0.1%
- ดอลลาร์/เยน อยู่ที่ 157.85 เยน เพิ่มขึ้น 0.4%
นักลงทุนยังคงจับตาตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และค่าเงินดอลลาร์ในระยะถัดไป