‘สีหศักดิ์’ถกรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน รับมือผลกระทบสู้รบตะวันออกกลางยืดเยื้อ
เมื่อวันที่ 13 เม.ย. เวลา 13.30 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผ่านระบบออนไลน์
ต่อมา เวลา 15.00 น. นายสีหศักดิ์ แถลงผลการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้ได้หารือกันถึงแนวทางการรับของอาเซียนต่อผลกระทบในสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังงาน และอาหาร รวมถึงการเตรียมความพร้อม ในการสร้างกลไกการทำงานของอาเซียนให้เข้มแข็ง ในการรับมือต่อสถานการณ์เร่งด่วน พร้อมออกแถลงการณ์ร่วมของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เพื่อแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง ที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการทางการทูตต่อไป และไทยได้ยืนยันให้ทุกฝ่ายทั้งอิหร่าน และสหรัฐอเมริกา ฯลฯ เคารพกติการะหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินเรือด้วยความปลอดภัยผ่านช่องแคบที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งประเทศไทยคาดหวังต่อจุดยืนนี้มาก และได้เรียกร้องอย่างชัดเจน เพราะเป็นหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอาเซียน ที่ต้องอาศัยการเดินเรือขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยตรง รวมถึงยังเป็นหลักการระหว่างประเทศด้วย
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยเป็นห่วงว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ซึ่งตนเข้าใจว่า สถานการณ์มีความซับซ้อน การเจรจาต้องมากกว่า 1 ครั้ง จึงหวังว่า ทุกฝ่ายจะยังใช้ความพยายามทางการทูตในการแก้ไขสถานการณ์ต่อไป สำหรับอาเซียนเป็นห่วงที่สหรัฐอเมริกาจะใช้กองทัพเรือปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะเพิ่มความตึงเครียดและความขัดแย้ง อาเซียนจึงขอให้ทั้งสหรัฐอเมริกา อิหร่าน และอิสราเอล พยายามมุ่งหน้าสู่การเจรจา เพื่อลดความตึงเครียด และความรุนแรง เพื่อนำไปสู่สันติภาพ
เมื่อถามถึงแนวทางการรับมือต่อผลการเจรจาของตะวันออกกลางที่ยังไม่บรรลุผลนั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การเจรจานั้นไม่ง่าย และมีประเด็นที่ซับซ้อน ซึ่งแต่ละฝ่ายยังขาดความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน แม้การประชุมไม่สำเร็จตามที่หลายฝ่ายคาดหวัง แต่ตนก็หวังให้มีการเดินหน้าการเจรจาต่อไป และขอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เคารพข้อตกลงหยุดยิงต่อไป รวมถึงให้เคารพต่อเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยด้วย
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีข้อเสนอการดำเนินการจากฝ่ายจีนและปากีสถาน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยยินดีกับข้อเสนอของทุกฝ่ายที่ต้องการให้สันติภาพเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง และขอให้ทุกฝ่ายพิจารณาข้อเสนอจากฝ่ายต่าง ๆ ด้วยเจตนาที่ดี และสร้างสรรค์ ทั้งของจีน สหรัฐ และอิหร่าน เพื่อให้การเจรจาเดินหน้าต่อไปได้
ส่วนผลกระทบด้านพลังงานต่ออาเซียนนั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า อาเซียนได้รับผลกระทบต่อความมั่นคงพลังงานและราคา ทำให้ประเทศอาเซียนต้องดำเนินมาตรการประหยัดพลังงาน ไม่เฉพาะราคาน้ำมัน และก๊าซเท่านั้น แต่ยังกระทบถึงค่าครองชีพของประชาชนในอาเซียนด้วย แม้อาเซียนโดยรวมยังไม่สามารถร่วมมือกันได้ เพราะต้องแก้ปัญหาภายในแต่ละประเทศ แต่เป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้อาเซียนมองในระยะยาวร่วมกัน ในการสร้างความร่วมมือทางพลังงานกันมากขึ้น โดยใช้กรอบความร่วมมือที่มีให้เป็นรูปธรรม โดยรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศอาเซียนได้ขอให้รัฐมนตรีพลังงานของประเทศอาเซียน
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้หารือถึงการมีมาตรการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เช่น ประเทศที่ผลิตพลังงานได้ จะช่วยเหลือประเทศอาเซียนที่ไม่มีแหล่งพลังงาน หรือมีวิกฤติขาดแคลน และร่วมมือในการหาพลังงานสะอาดทดแทนผ่านโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) พลังงานน้ำและไฟฟ้า เพื่อแบ่งปันพลังงานระหว่างกัน รวมถึงร่วมมือในพลังงานสะอาด พลังงานทดแทน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ระทมทุนผ่านเอกชน หรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อช่วยอาเซียนพัฒนา
ส่วนความมั่นคงด้านอาหารนั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า อาเซียนมีความได้เปรียบ เพราะเป็นแหล่งส่งเสบียงสู่โลกอยู่แล้ว ซึ่งในอนาคตอาจต้องมีความร่วมมือในการสำรองปริมาณอาหาร เผื่อกรณีที่ประเทศอาเซียนใดไม่ได้เป็นผู้ผลิตขาดแคลน หรือไม่เพียงพอ ซึ่งประเทศอาเซียนจะได้ช่วยเหลือ รวมถึงยังมีโครงการการสำรองข้าว ผ่านกรอบความร่วมมืออาเซียนบวก 3 ที่อาจต้องขยายไปถึงสินค้าอาหารอื่นๆ ด้วย
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมฯ ยังเห็นว่า อาเซียนจะต้องมีขีดความสามารถในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ระหว่างประเทศ หรือภายในร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งประเทศเวียดนาม ได้จัดทำเอกสาร เพื่อเป็นพื้นฐานการหารือ เพื่อให้มีความพร้อมในโครงสร้างสถาบัน และวิธีการตัดสินใจ เพื่อให้สามารถทำงานได้รวดเร็ว และสามารถตอบสนองเหตุการณ์ได้ อีกทั้ง ที่ประชุมได้หารือถึงการเตรียมจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่าง 7-8 พ.ค.นี้ด้วย
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าของการกู้ร่างลูกเรือไทย 3 รายของเรือมยุรีนารี ที่เสียชีวิต ว่า ขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนลงมาจากเรือแล้ว และรอการตรวจสอบชันสูตร เพื่อพิสูจน์ให้แน่ชัด ซึ่งบริษัทเจ้าของเรือกำลังประสานงาน และกระทรวงการต่างประเทศพร้อมช่วยอำนวยความสะดวก