โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ดาวโจนส์’ ปิดตลาดขึ้นเกิน 300 จุด มีความหวังยุติสงครามอิหร่าน

The Bangkok Insight

อัพเดต 14 เม.ย. เวลา 02.09 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. เวลา 02.09 น. • The Bangkok Insight

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ปิดซื้อขายวานนี้ (13 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ “ดาวโจนส์” เพิ่มขึ้นเกิน 300 จุด หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า อิหร่านต้องการทำข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่า ยังคงมีทางออกสำหรับการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,218.25 จุด เพิ่มขึ้น 301.68 จุด หรือ +0.63%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,886.24 จุด เพิ่มขึ้น 69.35 จุด หรือ +1.02% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,183.74 จุด เพิ่มขึ้น 280.84 จุด หรือ +1.23%

ดาวโจนส์

ในช่วงแรก ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลง หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ในการเจรจาสันติภาพซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศปากีสถานเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และกองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะที่อิหร่านขู่ว่าจะตอบโต้ด้วยการโจมตีท่าเรือของประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย

อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์ รวมทั้ง S&P500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้นสู่แดนบวก หลังจากทรัมป์กล่าวว่า คณะบริหารของเขาได้รับสายโทรศัพท์จากอิหร่านเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ โดยอ้างว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลงเป็นอย่างมาก ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณถึงความกระตือรือร้นในการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งด้วยเช่นกัน

ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่ราคาน้ำมัน WTI ลดช่วงบวกลงมาปิดที่ระดับต่ำกว่า 100 ดอลลาร์/บาร์เรล รวมทั้งการแสดงความเห็นของออสแตน กูลส์บี ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาชิคาโกซึ่งระบุว่า ทิศทางของตลาดน้ำมันในขณะนี้สะท้อนให้เห็นว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันจะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น และตราบใดที่ยังเป็นเช่นนี้ ผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจอยู่ในวงจำกัด

หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้น 1.73% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 1.72% ส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคร่วงลง 1.19% และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวลง 1.04%

นักลงทุนจับตาผลประกอบการของธนาคารรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึง JPMorgan, Citi และ Wells Fargo

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ ซึ่งได้แก่ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์จาก ADP, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI), ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยจากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB), รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และการผลิตภาคอุตสาหกรรม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดิดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...