แยกย้าย! สหรัฐฯ อิหร่านตกลงกันไม่ได้ ยืนยันความล้มเหลวการเจรจาสันติภาพตะวันออกกลาง
วันนี้(วันที่ 12 เมษายน 2569) สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาสหรัฐแถลงข่าวแจ้งผลการหารือกับอิหร่าน ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถานว่า ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ เกิดขึ้น หลังเจรจานาน 21 ชั่วโมง
“พวกเขาเลือกที่จะไม่ยอมรับเงื่อนไขของเรา” แวนซ์กล่าว พร้อมระบุว่า สหรัฐเจรจาด้วยความสุจริตใจ
แวนซ์กล่าวว่าการเจรจากินเวลา 21 ชั่วโมง “เราได้มีการหารือกันประเด็นที่เป็นสาระสำคัญหลายครั้งกับอิหร่าน ซึ่งเป็นข่าวดี” เขากล่าว “ข่าวร้ายคือเรายังไม่บรรลุข้อตกลง และผมคิดว่านั่นเป็นข่าวร้ายสำหรับอิหร่านมากกว่าข่าวร้ายสำหรับสหรัฐอเมริกา”
ขณะที่สื่อเพรสทีวีของอิหร่านรายงานว่า การเจรจาในกรุงอิสลามาบัดได้สิ้นสุดลงแล้ว หลังจาก “ข้อเรียกร้องที่มากเกินไป” ของสหรัฐฯ ขัดขวางไม่ให้สามารถบรรลุกรอบข้อตกลงได้
แหล่งข่าวจากปากีสถานซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ยระบุว่า รองประธานาธิบดีสหรัฐเจ.ดี. แวนซ์,สตีฟ วิทคอฟฟ์ทูตพิเศษและจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พบกับโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบัฟประธานรัฐสภาอิหร่านและอับบาส อารักชีรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน
แหล่งข่าวจากปากีสถานอีกรายกล่าวถึงการเจรจารอบแรกว่า “อารมณ์ของทั้งสองฝ่ายเปลี่ยนแปลงไปมา และความตึงเครียดก็ขึ้นๆ ลงๆ ตลอดการประชุม”
ด้านรัฐบาลทรัมป์ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นว่าการเจรจาสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ และยังมีความคิดเห็นที่ต่างกันหรือไม่
ทั้งนี้ คณะผู้แทนอิหร่านเดินทางมาถึงกรุงอิสลามาบัดในวันศุกร์ (10 เม.ย.) โดยสวมชุดดำเพื่อไว้อาลัยแด่อดีตผู้นำสูงสุด อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และผู้เสียชีวิตคนอื่น ๆ ในสงครามรัฐบาลอิหร่านกล่าวพวกเขายังได้ถือรองเท้าและกระเป๋าของนักเรียนบางคนที่เสียชีวิตจากการทิ้งระเบิดของสหรัฐในโรงเรียนที่อยู่ติดกับค่ายทหารมาด้วย
ขณะที่เพนตากอนบอกว่าเรื่องนี้กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนการโจมตี แต่รอยเตอร์รายงานว่าผู้สอบสวนทางทหารเชื่อว่าสหรัฐอาจต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการโจมตีครั้งนี้
การเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ณ กรุงอิสลามาบัด เมืองที่มีประชากรมากกว่า 2 ล้านคน ถูกปิดล้อมด้วยเจ้าหน้าที่กึ่งทหารและทหารหลายพันนายประจำการอยู่ตามท้องถนน