Boucheron ปักหมุดใหม่! เปิดตัวแฟล็กชิพสโตร์แห่งแรกในประเทศจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 13.40 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 06.40 น. • HELLO! Magazine Thailandเมซง Boucheron เปิดตัวแฟล็กชิพสโตร์แห่งแรกในประเทศจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ ใจกลางย่านประวัติศาสตร์ซินเทียนตี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของเมซงในการขยายบทบาทจากจัตุรัสว็องโดมสู่มหานครระดับโลกอย่างเซี่ยงไฮ้ การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนถึงการสืบสานมรดกอันทรงคุณค่าที่สั่งสมมาตลอดหลายศตวรรษ ผ่านนวัตกรรมและงานฝีมือชั้นสูงอันประณีต พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ของเมซงในการก้าวข้ามขอบเขตแห่งการสร้างสรรค์ และเปิดบทใหม่ของเมซงอย่างสง่างาม
จากจัตุรัสว็องโดมแห่งปารีส สู่ซินเทียนตี้แห่งเซี่ยงไฮ้
งานครั้งนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นเป็นประสบการณ์ที่พาผู้มาเยือนดำดิ่งสู่จักรวาลของเมซงอย่างเต็มรูปแบบ โดยจัดขึ้น ณ เดอะ แกรนด์ ฮอลล์ส (The Grand Halls) นครเซี่ยงไฮ้ ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่ภายใน เรื่องราวถูกเรียงร้อยจากการตีความต้นกำเนิดของเมซง ณ จัตุรัสจัตุรัสว็องโดม ผ่านรายละเอียดอย่างหินอ่อน Verde Alpi ที่ชวนให้นึกถึงซุ้มอาเขตประวัติศาสตร์ของบูติก ควบคู่กับงานประกอบลวดลายจากฟางและไม้ไผ่ด้วยเทคนิคการฝังชิ้นวัสดุอย่างประณีต (marquetry) ซึ่งถูกตีความเป็นลวดลายทรงมรกตหรือเอเมอรัลด์คัต หนึ่งในสัญลักษณ์อันโดดเด่นของเมซง
ภายในห้องแรก บรรยากาศเริ่มชัดเจนขึ้นผ่านการจัดวางภาพจากคลังถ่ายภาพของจัตุรัสว็องโดมและย่านซินเทียนตี้ ซึ่งถูกฉายลงบนผนังโค้งรอบด้าน ภาพเหล่านี้สะท้อนความเชื่อมโยงของสองย่านสำคัญที่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 และต่างมีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งในแง่มรดกทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
จากจัตุรัสว็องโดม…สู่จุดกำเนิดของเมซงผู้เปี่ยมวิสัยทัศน์
จากนั้นก้าวเข้าสู่พื้นที่จัดแสดงผลงานจากคลังของเมซง โดยผลงานทั้งหมดที่ถูกนำมาจัดแสดงในตู้โชว์ ล้วนสะท้อนถึงสี่แนวคิดหลักของ Boucheron อันได้แก่ สถาปัตยกรรม (Vendôme) ธรรมชาติ นวัตกรรม และกูตูร์
ไฮไลต์สำคัญของประสบการณ์ครั้งนี้ แขกผู้มาเยือนจะได้ค้นพบคอลเลกชั่นไฮจิวเวลรีใหม่จาก Histoire de Style 2026 ‘Nom : Boucheron Prénom : Frédéric’ ผ่านผลงานเครื่องประดับ 4 ชิ้น โดยเมซงได้ย้อนรอยสู่ต้นกำเนิดของ เฟรเดอริก บูเชอรง ผู้ก่อตั้งเมซง และบูติกที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์ ณ อาคารเลขที่ 26 จัตุรัสว็องโดม ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของวิสัยทัศน์อันก้าวไกล พร้อมยกย่องมรดกแห่งนวัตกรรมและงานฝีมือที่สืบสานมาอย่างยาวนาน ผลงาน ‘The Address’ ถ่ายทอดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเฟรเดอริก บูเชอรง ในปี 1893 เมื่อเขาก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในช่างอัญมณีร่วมสมัยกลุ่มแรกที่เปิดบูติก ณ จัตุรัสว็องโดม
ขณะที่‘The Spark’ ได้แรงบันดาลใจจากสร้อยคอ ‘Question Mark’ อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเฟรเดอริก บูเชอรง คิดค้นขึ้นในปี 1879 สะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันก้าวไกลทั้งด้านการออกแบบและการสวมใส่ และยังคงเป็นสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณแห่งการก้าวข้ามขีดจำกัดของเมซง‘The Silhouette’ เป็นชิ้นงานที่ยกย่องรากฐานแห่งกูตูร์ของเฟรเดอริก บูเชอรง ผู้เป็นบุตรของพ่อค้าผ้า และมองว่าเครื่องประดับคือองค์ประกอบที่ต่อยอดจากเครื่องแต่งกาย แนวคิดนี้ยังคงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับคอลเลกชั่นต่างๆ จนถึงปัจจุบัน และชิ้นงานสุดท้าย‘The Untamed’ ถ่ายทอดความหลงใหลในธรรมชาติของเฟรเดอริก บูเชอริก ซึ่งนำไปสู่ผลงานที่โดดเด่นด้วยความสมจริงของธรรมชาติ อันกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของสุนทรียศาสตร์แห่ง Boucheron ในปัจจุบัน
การออกแบบฉาก (scenography) ภายในงาน ถูกถ่ายทอดผ่านแนวคิดเดียวกับงานเปิดตัวคอลเลกชั่น Histoire de Style ณ กรุงปารีส เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยครั้งนี้ได้นำมาเสนอใหม่อีกครั้งที่เซี่ยงไฮ้ ผ่านประสบการณ์ที่เชิญชวนให้แขกผู้มาเยือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่ปารีสในยุคของผู้ก่อตั้ง เพื่อสัมผัสโลกที่หล่อหลอมวิสัยทัศน์ของเฟรเดอริก บูเชอรง คอลเลกชั่นนี้ถูกนำเสนอควบคู่กับอินสตอลเลชั่นจอภาพ ซึ่งเผยให้เห็นฟุตเทจหายากจากคลังภาพถ่ายของกรุงปารีสในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ร้อยเรียงเป็นภาพบรรยากาศของยุคสมัยที่หล่อหลอม เฟรเดอริก บูเชอรง และยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับเมซงมาจนถึงปัจจุบัน
สู่ซินเทียนตี้ การเปิดบทใหม่ในมหานครเซี่ยงไฮ้
ภายในห้องสุดท้าย ฉากการจัดแสดงค่อยๆ เผยเรื่องราวผ่านการเล่นกับมิติภาพซ้อน สร้างบทสนทนาระหว่างซินเทียนตี้และจัตุรัสว็องโดม พร้อมสะท้อนจิตวิญญาณของ เฟรเดอริก บูเชอรง อันดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องเหนือกาลเวลาและพรมแดน ประสบการณ์เริ่มต้นจากภาพเค้าโครงของบูติกซินเทียนตี้ ก่อนที่แขกผู้มาเยือนจะค่อย ๆ ก้าวลึกเข้าสู่พื้นที่ เผยให้เห็นหัวใจของฉากซึ่งถ่ายทอดการตีความอาเตอลิเยร์ ณ จัตุรัสว็องโดม ผ่านโต๊ะทำงานของช่างอัญมณี โดยช่างฝีมือจากเวิร์กช็อปปารีสของเมซงสาธิตการรังสรรค์สร้อยคอ Question Mark อันเป็นเอกลักษณ์ บนจอภาพเรื่องราวยังคงดำเนินต่อผ่านวีดีโอที่นำแสดงโดยแบรนด์แอมบาสเดอร์ โจวตงอวี่ และ เซียวจ้าน ถ่ายทอดสายสัมพันธ์ระหว่างจัตุรัสว็องโดมและซินเทียนตี้ ขณะเดียวกัน วิดีโออีกชุดหนึ่งเผยให้เห็นเหล่าช่างฝีมือและศิลปินจากทั้งฝรั่งเศสและจีน ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์บูติกแห่งนี้ สะท้อนการหลอมรวมของทักษะและความเชี่ยวชาญหลากแขนง ซึ่งร่วมกันก่อร่าง ‘ที่อยู่แห่งใหม่’ ของเมซง
การเฉลิมฉลองก้าวสำคัญ
นอกเหนือจากประสบการณ์ภายในงาน เมซงยังร่วมเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญนี้ด้วยพิธีเปิดอย่างเป็นทางการและกาล่าดินเนอร์ สองช่วงเวลาที่สะท้อนจุดยืนของเมซงในการยกย่องรากฐาน ณ อาคารเลขที่ 26 จัตุรัสว็องโดม ควบคู่กับการเฉลิมฉลองขอบเขตใหม่ของจิตวิญญาณแห่งวิสัยทัศน์ ณ นครเซี่ยงไฮ้ พิธีเปิดจัดขึ้น ณ บูติก ท่ามกลางการเข้าร่วมของ เอแลน ปูลิต-ดูแกส์น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Boucheron โจวตงอวี่ แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลก ไช่ จินชิง ประธาน Kering Greater China และตัวแทนจากซินเทียนตี้ ประสบการณ์ที่ค่อยๆ นำพาแขกผู้มาเยือนเดินทางจากจัตุรัสว็องโดมสู่ซินเทียนตี้ ผ่านการร้อยเรียงของแสงและมิติที่เคลื่อนไหวไปตามฟาซาดของอาคาร เผยให้เห็นบทสนทนาระหว่างสองสถานที่สำคัญของเมซง พร้อมสะท้อนจิตวิญญาณของ เฟรเดอริก บูเชอรง ที่ดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องเหนือกาลเวลาและพรมแดน โดยลำแสงนีออนและไฟตกแต่งอาคารได้เปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็นทางผ่านแห่งแสงสว่างที่มรดกของ Boucheron ได้เคลื่อนผ่านกาลเวลาและพรมแดนอย่างงดงาม
การเฉลิมฉลองยังคงดำเนินต่อในวันที่ 19 มีนาคม ณ The Grand Halls ด้วยกาล่าดินเนอร์ที่ถ่ายทอดบรรยากาศเดียวกับงานที่จัดขึ้น ณ Petit Palais กรุงปารีส โดยภายในค่ำคืนประกอบด้วยการนำเสนอวิดีโอจากคลังอาร์ไคฟ์ การนำเสนอผลงานบนเหล่านางแบบ พร้อมยังมีโชว์การแสดงร่วมสมัย ค่ำคืนดังกล่าวสะท้อนตัวตนของเมซงที่หยั่งรากจากอดีต พร้อมก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง จากจัตุรัสว็องโดมสู่ซินเทียนตี้ Boucheron ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง พร้อมยึดมั่นในรากฐาน และเปิดรับก้าวต่อไป
เซเลบริตี้
โกลบอลแอมบาสเดอร์ของเมซง โจวตงอวี่ พร้อมด้วยเหล่านักแสดงแถวหน้า อาทิ เฉินตูหลิง หลินเกิงซิน สวี่กวงฮั่น และจางคังเล่อ รวมถึงนักร้องชื่อดัง ฮาร์เล็ม หยู และ สวี่เหมิงเทา กับ หวังซินตี้ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกฤดูหนาว ร่วมการเฉลิมฉลอง พร้อมสวมใส่เครื่องประดับจากเมซง Boucheron
โกลบอลแอมบาสเดอร์ โจวตงอวี่ เข้าร่วมพิธีเปิดแฟล็กชิปสโตร์ พร้อมสวมใส่เครื่องประดับจากเมซง Boucheron โดยเธอสวมสร้อยคอ Question Mark และต่างหูแบบอสมมาตรจากคอลเลกชั่น Lierre de Paris ตัวเรือนทองคำขาวประดับมรกต พร้อมแหวน 26 Vendôme ตัวเรือนแพลทินัม ประดับมรกต 7.15 กะรัต
เฉินตูหลิง สวมใส่เครื่องประดับจากคอลเลกชั่นไฮจิวเวลรี Histoire de Style, The Power of Couture โดยเลือกสวมสร้อยคอ Tricot ตัวเรือนทองคำขาวประดับเพชรทรงกลม 2.01 กะรัตล้อมเพชรและคริสตัลควอตซ์ จับคู่กับแหวน Boutons ประดับเพชร 4.63 กะรัต เสริมด้วยคริสตัลควอตซ์ และต่างหู Boutons ตัวเรือนทองคำขาวประดับเพชรและคริสตัลควอตซ์ สำหรับลุคที่สาม เธอสวมสร้อยคอ Question Mark จาก Plume de Paon ตัวเรือนทองคำขาวประดับเพชร
หลินเกิงซิน เลือกสวมสร้อยคอ Chevron ตัวเรือนทองคำขาวประดับเพชร จับคู่กับกำไล Vendôme Liseré ตัวเรือนทองคำขาวตกแต่งแลคเกอร์สีดำประดับเพชร
สวี่กวงฮั่น สวมสร้อยคอ Question Mark จาก Eternity ตัวเรือนทองคำขาวประดับสปิเนลสีแดง (red spinel) 10.04 กะรัตล้อมเพชร คู่กับแหวน Joy ตัวเรือนทองคำขาวประดับรูเบลไลต์ (rubellite) ล้อมเพชร
นักแสดงจางคังเล่อ สวมสร้อยคอและกำไลข้อมือ Fuzzy, the Leopard Cat ตัวเรือนทองคำสีชมพูประดับเพชรสีแชมเปญ เพชรขาว และแลคเกอร์สีดำ
นักสกีฟรีสไตล์ สวี่เหมิงเทา ปรากฏตัวพร้อมสวมสร้อยคอ Flèche เข้าชุดกับต่างหูและแหวน ตัวเรือนทองคำขาวประดับเพชร ขณะที่นักสกีฟรีสไตล์ หวังซินตี้ สวมเข็มกลัด Flèche ตัวเรือนทองคำขาวประดับเพชร
ฮาร์เล็ม หยู ปรากฏตัวพร้อมเข็มกลัด Green Garden ตัวเรือนทองคำขาวประดับกรีนทัวร์มาลีนล้อมเพชร ตกแต่งด้วยแลคเกอร์สีเขียว จากคอลเลกชั่นไฮจิวเวลรี Histoire de Style, Like a Queen