โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สสส.หนุนเชียงใหม่ชู 9 อำเภอต้นแบบ 'ชุมชนล้อมรักษ์' ชี้ปัญหายาบ้าระบาดเพราะถูก-หาซื้อง่าย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 09.42 น.

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่โรงแรมเดอะแกรนด์ ชัยพฤกษ์ เชียงใหม่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ (มสวร.) จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้บำบัด เพื่อเสริมความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วย ยาเสพติดอย่างต่อเนื่องในชุมชนและการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพชุมชน และอดีตผู้ผ่านการบำบัดเพื่อดูแลผู้ใช้ยาเสพติดอย่างมีส่วนร่วมในชุมชน โดยมีตัวแทน 9 อำเภอต้นแบบ ประกอบด้วย อ.ชัยปราการ, อ.สารภี, อ.แม่แตง, อ.จอมทอง, อ.เภอพร้าว, อ.ดอยสะเก็ด, อ.สันป่าตอง, อ.ฮอด และ อ. ฝาง เข้าร่วม เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา

น.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักงานสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า สสส. มุ่งเสริมศักยภาพงานป้องกันและบำบัดผู้ใช้สารเสพติด โดยให้ความสำคัญกับการดูแลต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปีเพื่อป้องกันการเสพซ้ำ ซึ่งเป็นช่วงสำคัญเพราะสมองยังอยู่ในภาวะติดยา หากกลับไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมหรือไม่มีอาชีพ ก็มีโอกาสกลับไปใช้ซ้ำสูง สสส. จึงทำงานร่วมกับจังหวัดต่างๆ ผ่านโครงการนำร่อง 10 จังหวัด โดยเชียงใหม่เป็นพื้นที่สำคัญ มีถึง 9 อำเภอเข้าร่วม และได้รับความร่วมมือจากผู้นำทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ว่าฯ รองผู้ว่า ตำรวจภูธรภาค 5 ปปส. ภาค 5 จนถึงนายอำเภอและปลัดอำเภอ โดยหัวใจของการทำงาน คือ การใช้ “ชุมชนเป็นฐาน” โดยมีอาสาสมัครในพื้นที่ ทั้งผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือชาวบ้านทั่วไป ที่อยากให้หมู่บ้านปลอดภัยมาช่วยกันดูแลผู้ใช้สารเสพติด คนเหล่านี้ไม่ได้อยากพลาดซ้ำ หากมีคนให้โอกาสและพาเข้าสู่สิ่งแวดล้อมที่ดี ก็จะลดโอกาสเกิดเหตุรุนแรงจากยาเสพติด และทำให้ชุมชนปลอดภัยขึ้น ซึ่งสังคมไทยทำได้ หากทุกฝ่ายจับมือกันโดย ใช้นวัตกรรม 2 ส่วน ได้แก่ สติบำบัด เพื่อยกระดับคุณภาพการบำบัดรักษา และ แอปพลิเคชันติดตามผู้ใช้สารเสพติด ที่ให้อาสาสมัครติดตามใกล้ชิดและรายงานผล ช่วยให้การดูแลต่อเนื่องครบ 1 ปี

“ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ที่ต้องได้รับการบำบัดราว 2 ล้านคน ส่วนที่ชุมชนช่วยดูแลได้อยู่ในกลุ่มสีเขียวและเหลือง ซึ่งต้องอาศัยการร่วมมือของสาธารณสุข ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สสส. จึงเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายได้คุย วางเป้าหมายร่วมกัน เพื่อให้ระบบทำงานสอดประสานและลดจำนวนผู้ใช้สารเสพติดได้จริง” น.ส.รุ่งอรุณ กล่าว

นายชัยณรงค์ นันตาสาย ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงปัญหายาเสพติด จ.เชียงใหม่ แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ การลักลอบนำเข้า จากประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติใน 5 อำเภอชายแดน ซึ่งมีการสกัดกั้น ตรวจจับ และยึดของกลางได้เป็นประจำ ทั้งจากทหาร ตชด. ตำรวจและฝ่ายปกครองที่ตั้งด่าน จุดตรวจและจุดสกัดอย่างต่อเนื่องยึดยาได้หลายล้านเม็ด รวมถึงไอซ์ด้วย ส่วนที่สองคือ การแพร่ระบาดในพื้นที่ชุมชน ซึ่งใน จ.เชียงใหม่ ถือว่าเบาบาง เพราะมีทำงานเชิงรุกในหมู่บ้านและชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจหาผู้เกี่ยวข้องหรือผู้เสี่ยงในพื้นที่ แม้จะเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ภาคกลาง แต่เราก็พยายามสกัดกั้นตลอด ส่วนด้านการบำบัดที่ผ่านมา ทำงานต่อเนื่อง 1 ปี มีผู้เข้าบำบัดประมาณเกือบ 10,000 คน ครอบคลุม 25 อำเภอ โดย 9 อำเภอที่เข้าร่วมโครงการครั้งนี้เป็นอำเภอต้นแบบที่ทำงานมา 3-4 ปี และประสบความสำเร็จ

“เชียงใหม่ของเราได้รับการคัดเลือกให้เป็นจังหวัดนำร่องและพื้นที่ต้นแบบ ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ โดยเรามุ่งเน้นกระบวนการ CBTx หรือ ชุมชนล้อมรักษ์ ซึ่งมีจุดเด่นคือ การเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วยเราใช้กลไกของ พชอ. ขับเคลื่อนเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการบำบัดใกล้บ้าน ลดการตีตรา และเน้นการบำบัดฟื้นฟูทางการแพทย์ควบคู่ไปกับการดูแลทางสังคม การความยั่งยืนผ่านภาคีเครือข่าย โดยตั้งเป้าให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 โดยอาศัยความเข้มแข็งของชุมชนในการติดตามดูแลและส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างเชียงใหม่เมืองปลอดภัยรองรับการท่องเที่ยวระดับโลก” นายชัยณรงค์ กล่าว

ด้าน พ.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า การทำงานของตำรวจภูธรภาค 5 แบ่งเป็น 2 มิติ คือ การสกัดกั้นการลำเลียงไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ตอนใน และ การลดการแพร่ระบาดในเขตเมือง แต่ปัญหาใหญ่ คือ ราคายาเสพติด ในช่วงปลายปี 2568 มีข้อมูล สำนักงาน ป.ป.ส. ระบุว่า ราคาในฝั่งโรงงานเพียง 1-2 บาทต่อเม็ด ทำให้ลักลอบเข้ามาได้ง่าย เมื่อเข้าสู่ชุมชน ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีนจะไปติดที่สมอง ผู้เข้าบำบัดจึงต้องใช้ความอดทนอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ที่ดูแลก็ต้องมีความหนักแน่นและให้เวลาอย่างต่อเนื่อง โดยทำงานด้านการปราบปรามควบคู่กันไป แต่สิ่งสำคัญอีกมิติคือ “การทำงานเชิงรุกในชุมชน” โดยตำรวจที่ลงพื้นที่จะทำหน้าที่เป็นวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งการแก้ปัญหาในชุมชนต้องใช้เวลา ความเชื่อถือ และความไว้วางใจ เขาย้ำว่าคนที่ทำงานนี้ต้องได้รับเครดิต เพราะเป็นงานที่ต้องทำต่อเนื่องจริง ๆ

อดีตผู้ใช้สารเสพติดและเคยผ่านการบำบัด เล่าว่า ก่อนหน้านี้สุขภาพย่ำแย่จากการใช้ “ผงขาว” และ “เฮโรอีน” ตัดสินใจเข้าบำบัดเมทาโดนแบบสมัครใจ กับโครงการ เขาใช้เวลาราว 3 ปีกว่าจะเลิกได้ แม้ต้องเผชิญอาการอยากยาและความทรมานเป็นช่วงๆ โดยมีครอบครัวเป็นแรงผลักดันสำคัญ เขาบอกว่าหลังเลิกยา ชีวิตดีขึ้นทั้งงาน สุขภาพ และความสัมพันธ์ วันนี้จึงกลับมาช่วยชุมชน ให้กำลังใจผู้ที่ต้องการเลิกยา พร้อมย้ำว่า ทุกคนเลิกได้ ถ้ามีคนข้างๆ คอยสนับสนุน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สสส.หนุนเชียงใหม่ชู 9 อำเภอต้นแบบ ‘ชุมชนล้อมรักษ์’ ชี้ปัญหายาบ้าระบาดเพราะถูก-หาซื้อง่าย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...