โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พรรคประชาชนเสนอข้อสังเกตต่อ 7 มาตรการของ ศบก. มองเป็นการ ‘คิดไปทำไป’

THE STANDARD

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
พรรคประชาชนเสนอข้อสังเกตต่อ 7 มาตรการของ ศบก. มองเป็นการ ‘คิดไปทำไป’

พรรคประชาชนออกแถลงการณ์แสดงความเห็นต่อ 7 มาตรการบรรเทาผลกระทบวิกฤตพลังงานของศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบก.) โดยเรียกร้องความชัดเจนในการบริหารราคาน้ำมันหลังมีการปรับขึ้นราคา 6 บาทต่อลิตร พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการจัดให้กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างภาครัฐได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในระดับเดียวกับกลุ่มเปราะบาง

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พรรคประชาชนได้ระบุถึงการดำเนินงานของ ศบก. ซึ่งนำโดย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง

ควรสื่อสารต่อเนื่อง แทน ‘คิดไปทำไป’

พรรคประชาชนระบุว่า สงครามตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมาเป็นเวลา 1 เดือน แต่รัฐบาลออกมาตรการแบบเป็นครั้งคราว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการขาดความเตรียมพร้อมในการบริหารประเทศยามวิกฤต รัฐบาลควรประเมินสถานการณ์ วางนโยบายรองรับผลกระทบแบบลูกโซ่ล่วงหน้า และสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความตื่นตระหนกและความไม่แน่นอนของผู้ประกอบการ แทนการดำเนินนโยบายในลักษณะ ‘คิดไปทำไป’

พรรคหยิบยกการบริหารจัดการราคาน้ำมัน หลังจากกรอบเวลา 15 วันของการตรึงราคาสิ้นสุดลง คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมติปรับลดอัตราการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดปรับเพิ่มขึ้น 6 บาทต่อลิตรในวันที่ 26 มีนาคม พรรคประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความชัดเจนถึงหลักการที่จะใช้บริหารราคาน้ำมันต่อจากนี้ ว่าจะปล่อยให้ลอยตัวตามราคาตลาดโลก หรือใช้วิธีอุดหนุนแบบขั้นบันได ซึ่งหากใช้แนวทางขั้นบันไดก็ควรระบุกรอบตัวเลขแต่ละขั้นให้ชัดเจน

เร่งตั้ง ครม. ใหม่ ปรับลดภาษีสรรพสามิต

ในส่วนของมาตรการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพื่อลดค่าครองชีพและต้นทุนธุรกิจนั้น แม้พรรคประชาชนจะเห็นด้วย แต่ได้เสนอแนะให้รัฐบาลศึกษาว่าการดำเนินการดังกล่าวอยู่ในอำนาจของรัฐบาลรักษาการหรือไม่ พร้อมแนะให้เร่งจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เพื่อให้ดำเนินมาตรการภาษีได้สมบูรณ์ และต้องคำนึงถึงรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2569 ว่าจะเพียงพอหรือไม่ในภาวะที่เศรษฐกิจยังมีแนวโน้มชะลอตัว

สำหรับการช่วยเหลือประชาชน พรรคเสนอให้รัฐบาลพิจารณาใช้งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ซึ่งเหลืออยู่ประมาณ 30,000 ล้านบาท มาจัดสรรเพื่อช่วยเหลือแบบพุ่งเป้าให้กับกลุ่มผู้เปราะบาง ผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ชาวประมง และภาคขนส่งสาธารณะ ตามสัดส่วนความเดือดร้อน

ช่วยคู่สัญญาสัมปทานก่อสร้างรัฐ เร่งด่วนเท่ากลุ่มเปราะบาง?

อย่างไรก็ตาม พรรคได้ตั้งข้อสังเกตถึงการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่ม ‘คู่สัญญาสัมปทานก่อสร้างภาครัฐ’ อย่างเร่งด่วนในระดับเดียวกับกลุ่มเปราะบาง ทั้งที่ผู้ประกอบการในธุรกิจอื่น โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ต่างก็ประสบปัญหาต้นทุนวัตถุดิบและกำลังซื้อชะลอตัวเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ในภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าปุ๋ย ซึ่งไทยนำเข้าปุ๋ยปีละประมาณ 500,000 ตัน โดย 1 ใน 3 เป็นการนำเข้าจากตะวันออกกลาง พรรคประชาชนระบุว่า โครงการปุ๋ยธงเขียวของรัฐบาลที่ผ่านมาช่วยเกษตรกรได้ในวงจำกัด โดยในปีงบประมาณที่ผ่านมามีการจำหน่ายปุ๋ยราคาพิเศษ 5 ล้านกิโลกรัม จากความต้องการใช้ทั้งประเทศ 5.6 ล้านตัน ซึ่งคิดเป็นการเข้าถึงเกษตรกรเพียง 0.1%

ทางพรรคจึงเสนอให้รัฐบาลปรับแนวทางไปสู่การกำกับดูแลราคาทั้งห่วงโซ่ปัจจัยการผลิต ตั้งแต่การนำเข้าจนถึงการเก็บเกี่ยว เพื่อป้องกันการโก่งราคาและการกักตุนสินค้าระหว่างวิกฤต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...