โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ก.พลังงาน ตรวจเข้ม “น้ำมันขาดปั๊ม” เรียกข้อมูล "โรงกลั่น-คลังน้ำมัน" ย้อนหลัง คาดสรุปได้ 2 สัปดาห์

Thairath Money

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 10.56 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 10.56 น.
ภาพไฮไลต์

สถานการณ์น้ำมันหน้าสถานีบริการขาดแคลนที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เกิดการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่โรงกลั่นไปจนถึงหน้าปั๊ม ล่าสุด กรมธุรกิจพลังงาน เร่งเครื่องตรวจเข้ม เรียกข้อมูลรายวันจากโรงกลั่นและคลังน้ำมันทั่วประเทศย้อนหลังถึงช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน

พร้อมวางกรอบสรุปข้อเท็จจริงภายใน 1-2 สัปดาห์ ท่ามกลางท่าทีของภาครัฐที่ “เอาจริง” กับผู้กระทำผิด โดยย้ำว่าจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด หากพบพฤติกรรมกักตุนหรือเอาเปรียบประชาชนในช่วงวิกฤตินี้

เร่งตรวจสอบย้อนหลัง สาเหตุน้ำมันหน้าปั๊มขาดแคลน

สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นสาเหตุของปัญหาน้ำมันขาดแคลนนั้น ปัจจุบันยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจากใครหรือมีสาเหตุที่แท้จริงมาจากอะไร ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาข้อเท็จจริงและเหตุที่ไม่มีการจ่ายน้ำมันเพื่อหาต้นตอของปัญหาให้ชัดเจน

ขณะนี้ทางกรมฯ กำลังเร่งไล่ตรวจสอบข้อมูลของโรงกลั่นน้ำมันทุกแห่ง และคลังน้ำมันทั่วประเทศอย่างเข้มงวด โดยได้มีการเรียกขอข้อมูลรายวันย้อนหลังไปจนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือเป็นช่วงสถานการณ์ปกติ เพื่อนำตัวเลขมาเปรียบเทียบและวิเคราะห์ข้อมูลกับการค้าขายในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

โดยผู้ค้าจะต้องรายงานข้อมูลน้ำมันทุกลิตร ซึ่งมาตรการนี้มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี หากผู้ค้าไม่แจ้งข้อมูลทุกหน่วยลิตรจะถือว่ามีความผิดทางกฎหมายทันที

สำหรับการตรวจสอบคลังน้ำมันนั้น ผู้ค้าต้องแสดงข้อมูลทั้งปริมาณคงค้าง และปริมาณการจ่ายออก ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแบบรายวัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีการหลบซ่อนหรือกักตุนน้ำมันอยู่ภายในคลัง โดยปัจจุบันกฎหมายกำหนดให้ต้องมีการสำรองน้ำมันดิบที่ 6% และน้ำมันสำเร็จรูปที่ 1%

นอกจากนี้ ทางกรมฯ จะเรียกตรวจใบกำกับการขนส่งเพื่อดูเส้นทางการกระจายน้ำมันจากต้นทางไปยังปลายทางอย่างละเอียด ซึ่งคาดว่าข้อมูลที่ทยอยส่งเข้ามานี้ จะสามารถประมวลผลและสรุปภาพรวมการตรวจสอบได้ทั้งหมดภายใน 1-2 สัปดาห์

ส่วนข้อกังวลที่ว่าอาจมีการลักลอบส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อฉวยโอกาสนั้น อธิบดี ธพ. ยืนยันว่า จากการเฝ้าระวังตัวเลขการส่งออกไปยัง สปป.ลาว พบว่ายังไม่มีสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติในประเด็นนี้

สำหรับสถานการณ์หน้าสถานีบริการน้ำมันในปัจจุบัน พบว่าความแออัดของประชาชนที่เข้าไปเติมน้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยทาง ธพ. ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อประสานงานกับพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ในการรายงานจุดที่น้ำมันขาดแคลนเพื่อประสานผู้ค้ามาตรา 7 ให้เร่งจัดส่ง

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ธพ. ได้ดำเนินการออกตรวจการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงของสถานีบริการทั้งสิ้น 2,649 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน และสำนักงานพลังงานจังหวัด พบว่า มีการปิดบริการเนื่องจากขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 247 แห่ง คิดเป็น 9.1% เปิดให้บริการแต่น้ำมันบางชนิดหมด หรือใกล้หมด 1,912 แห่ง คิดเป็น 72.2% และเปิดให้บริการมีน้ำมันเพียงพอจำหน่าย 496 แห่ง คิดเป็น 18.7% ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ มาจากความต้องการใช้น้ำมันสูงขึ้น 45.7% ผู้ค้าน้ำมันจัดสรรได้ลดลง 40% รถขนน้ำมันไม่เพียงพอ 7.4% และคลังน้ำมันไม่มีสินค้า 6.8%

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 21-23 มีนาคม 2569 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมัน ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งสิ้น 7 แห่ง ยังไม่พบความผิดปกติในเรื่องของการกักตุนราคา และทุกแห่งมีปริมาณจ่ายน้ำมันในเดือนมีนาคม ใกล้เคียงหรือสูงกว่าเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ 2569

และเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานพลังงานจังหวัดสระบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยจำนวน 3 จุดในอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี หลังได้รับข้อมูลเบาะแสการลักลอบค้า หรือกักตุนน้ำมัน

โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบการจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้แจ้งและไม่ได้รับอนุญาต รวมประมาณ 40,000 ลิตร และได้ยึดน้ำมันของกลางไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดี การกระทำนี้เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย อาจถูกจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นการกระทำที่เข้าข่ายกักตุนเพื่อแสวงหากำไร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนในตลาด อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอื่นเพิ่มเติม

สราวุธ กล่าวอีกว่า ขอให้พี่น้องประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นการกระทำที่ผิดกฎหมายขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพราะกระทรวงพลังงานจะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด กับบุคคลที่เอาเปรียบประชาชน

เทียบอาเซียน “ดีเซลไทย” ยังถูกกว่า กองทุนน้ำมันแบกวันละ 1.7 พันล้าน

วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ผลกระทบจากเหตุการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และ อิหร่าน ที่มีความรุนแรงและมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

แต่เป็นวิกฤตราคาที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องเผชิญ ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ขณะที่ยังต้องมีการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาชดเชยเพื่อเป็นการช่วยบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาตลาดโลกที่ปรับตัวอย่างรุนแรง

ซึ่งผลจากการสู้รบครั้งนี้ แม้แต่ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบเป็นของตัวเองอย่างประเทศมาเลเซีย เมื่อวานนี้ก็ได้มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลขึ้นถึง 7 บาทต่อลิตรเช่นกัน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลของประเทศมาเลเซียอยู่ที่ 45.59 บาทต่อลิตร โดยราคานี้เป็นราคาที่ไม่มีการเก็บภาษีเหมือนประเทศไทย

ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร และเมื่อเปรียบเทียบราคาน้ำมันดีเซลกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียน อาทิ สิงคโปร์ 100.26 บาท ฟิลิปปินส์ 68.26 บาท ลาว 64.14 บาท เวียดนาม 47.16 บาท ราคาขายของไทยยังคงถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ

นอกจากนั้น ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงทำหน้าที่อย่างหนักเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดย ณ วันนี้ มีการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลสูงถึงลิตรละ 19.12 บาท หรือเกือบ 1,700 ล้านบาทต่อวัน

ซึ่งนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์วิกฤติจนถึงปัจจุบัน กองทุนฯ ได้ชดเชยราคาน้ำมันไปแล้วรวมกว่า 38,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน กำลังเร่งหารือกับกระทรวงการคลังในส่วนของการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แต่ก็ต้องคำนึงถึงเสถียรภาพด้านการคลังของประเทศด้วย รวมทั้งการเตรียมออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

ส่วนปัญหาการขาดแคลนน้ำมันตามสถานีบริการในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายลงแล้ว โดยสำนักงานพลังงานจังหวัดยังคงเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ก.พลังงาน ตรวจเข้ม “น้ำมันขาดปั๊ม” เรียกข้อมูล "โรงกลั่น-คลังน้ำมัน" ย้อนหลัง คาดสรุปได้ 2 สัปดาห์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...