โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ประเทศอื่นเขาสามารถยึดบ้านคนอื่น โดยอ้าง 'ครอบครองโดยปรปักษ์' ได้หรือเปล่า?

The Better

อัพเดต 12 ก.พ. 2567 เวลา 04.21 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2567 เวลา 04.05 น. • THE BETTER

จากกรณีที่เพื่อนบ้านรายหนึ่งเข้าไปครอบครองทาวน์เฮาส์ที่อยู่ข้างเคียงกัน ซึ่งไม่มีผู้อยู่อาศัย โดยอ้างว่าเป็นการครอบครองโดยปรปักษ์ ต่อมาเจ้าของตัวจริงได้เตรียมเข้ามาอาศัยเพราะได้รับเป็นของขวัญแต่งงานจากญาติผู้ใหญ่แต่ก็เข้าไมได้ เพราะถูกเพื่อนบ้านคนดังกล่าวขัดขวาง โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของแล้วตามกฎหมายการครอบครองโดยปรปักษ์ จนทำให้สังคมโต้เถียงกันถึงการกระทำของผู้เข้ายึดครอง

การครอบครองโดยปรปักษ์ หมายถึงการเข้ายึดที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่มีเจ้าของอยู่แล้ว โดยที่เจ้าของไม่ได้ทักท้วง จนกระทั่งผู้บุกรุกได้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวจนถึงกำหนดที่กฎหมายอนุญาตให้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ เจ้าของเดิมก็หมดสิทธิ์ในการครอบครองไปโดยปริยาย

กับคำถามที่ว่า "ในประเทศอื่นเขาสามาถยึดบ้านคนอื่น โดยอ้างครอบครองโดยปรปักษ์ได้หรือเปล่า?" คำตอบก็คือ "สามารถทำได้" เพราะบางประเทศ "มีกฎหมายครอบครองโดยปรปักษ์" เหมือนประเทศไทย เช่น สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร

ประเทศอื่นเขาเรียกมันว่าอย่างไร?
ในภาษาอังกฤษ การครอบครองโดยปรปักษ์เรียกว่า Adverse possession แปลว่า การครอบครองโดยฝ่ายตรงข้าม (หมายถึงฝ่ายฝ่ายที่ไม่ใช่เจ้าของ) หรือเรียกว่า squatter's rights แปลว่าสิทธิของผู้ที่เข้าไปบุกรุกหรือครอบครองทรัพย์สินโดยไม่ใช่เจ้าของเดิม ซึ่งเป็นหลักการทางกฎหมายในกฎหมายคอมมอนลอว์ (Common law คือ ระบบกฎหมายจารีตประเพณี) ที่ใช้กันในกลุ่มประเทศแองโกล-อเมริกัน (หมายถึงอังกฤษและสหรัฐฯ เป็นต้น)

หลักการชองมันเหมือนกันหมดทุกประเทศ รวมถึงในไทย (ซึ่งกฎหมายคอมมอนลอว์บางส่วน) นั่นคือ บุคคลที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายในทรัพย์สิน (ซึ่งมักจะเป็นที่ดิน) ทำการยึดครองทรัพย์สินที่มีเจ้าของอยู่แล้วอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยที่เจ้าของไม่ได้ใส่ใจที่จะอ้างกรรมสิทธิ์ หลังจากผ่านเวลาไประยะหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ครอบครองโดยไม่ได้รับลนุญาติก็อาจได้รับกรรมสิทธิ์ทางกฎหมายจนสามารถเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น

มันเป็นปัญหาเหมือนในไทยไหม?
ตอบว่า "เป็นปัญหาเหมือนกัน" เช่น ในสหราชอาณาจักร การครอบครองโดยปรปักษ์เป็นวิธีการหนึ่งในการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่มีการถกเถียงกันมากที่สุด แม้ว่าจะมีบทบาทอย่างมากในประวัติศาสตร์การจัดการที่ดินในอังกฤษ

ก่อนหน้านี้ ในอังกฤษมีการใช้คอมมอนลอว์ หรือกฎหมายจารีตประเพณีในการอ้างกรรมสิทธิ์ นั่นคือ หากบุคคลใดครอบครองที่ดินที่มีเจ้าของอยู่แล้วเป็นเวลา 12 ปี โดยที่เจ้าของไม่ได้โต้แย้ง สิทธิของเจ้าของที่เดิมในการที่จะขับไล่ "ผู้ครอบครองโดยปรปักษ์" จะเป็นอันสิ้นสุด หมายความว่าผู้เข้ายึดที่ดินนั้นจะกลายเป็นเจ้าของคนใหม่ไป หลักการนี้อิงกับกฎหมายที่ชื่อ Limitation Act ที่ตราขึ้นในปี 1623

อังกฤษปฏิรูปกฎหมายนี้แล้ว
ตามธรรมเนียมการครอบครองโดยปรปักษ์เดิมไม่ต้องแจ้งให้เจ้าของทราบ ก็เพราะกฎหมายเดิมระบุว่าเจ้าของไม่เคยให้ความสนใจมากพอกับการใช้ที่ดินจริง ดังนั้นเจ้าของเดิมจึงไม่สมควรที่จะรักษาที่ดินไว้ จุดมุ่งหมายของการทำแบบนั้น ก็เพื่อให้แน่ใจว่ามีการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่การครอบครองไว้เฉยๆ

จนกระทั่งมีการตราพระราชบัญญัติการจดทะเบียนที่ดิน 2002 (พ.ศ. 2545) ซึ่งผู้ครอบครองโดยปรปักษ์ยังเข้าครอบครองที่ดินคนอื่นได้เช่นเดิม เพียงแต่จะต้องแจ้งจดทะเบียนเสียก่อนภายหลังครอบครองโดยปรปักษ์เป็นเวลา 10 ปี โดยก่อนที่จะมีพระราชบัญญัตินี่้ เจ้าของที่ดินอาจสูญเสียโฉนดโดยไม่ทันรับรู้หรือได้รับการแจ้งให้ทราบ

มีกรณีตัวอย่างที่อ้างไม่สำเร็จไหม?
คำตอบก็คือ "มี" นั่นคือกรณีที่โด่งดังมาก เรียกว่าคดี J A Pye (Oxford) Ltd v Graham

นายพาย (Mr Pye) แห่งบริษัท J A Pye (Oxford) Ltd อนุญาตให้ครอบครัวแกรฮ์ม (Grahams) เพื่อนบ้านของเขาใช้พื้นที่ 23 เฮกตาร์ที่เขาเป็นเจ้าของมูลค่า 10,000,000 ปอนด์ภายใต้ข้อตกลงการเลี้ยงปศุสัตว์ เอกสารระบุโดยชัดแจ้งว่าข้อตกลงจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 1983 และหากต้องการดำเนินการตามข้อตกลงต่อไป จะต้องลงนามสัญญาฉบับใหม่ แต่คุณพายไม่ได้ทำข้อตกลงต่อไป เพราะเขาต้องการพัฒนาที่ดิน แต่ครอบครัวแกรฮ์มยังคงครอบครองที่ดินต่อไป หลังจากผ่านไป 12 ปี ครอบครัวเแกรฮ์มก็พยายามเป็นเจ้าของที่ดินโดยอ้างกฎหมายว่าด้วยการครอบครองโดยปรปักษ์

เรื่องไปถึงศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นให้ผู้บุกรุกคือครอบครัวแกรฮ์มชนะ แต่พอถึงศาลอุธรณ์ ศาลให้คุณพายชนะ พอเรื่องถึงสภาขุนนาง โดยคณะกรรมาธิการตุลาการของสภาดังกล่าวซึ่งถือเป็นศาลสุดท้ายกลับคำตัดสินของศาลอุธรณ์ให้ฝ่ายครอบครัวแกรฮ์มชนะโดยหลักการ แม้ว่าสมาชิกสภาจะแสดงความเห็นว่ามันว่ามันไม่แฟร์กับคุณพายก็ตาม

อย่างไรก็ตาม คุณพายยังไม่ยอมแพ้ส่งเรื่องให้ศาลยุติธรรมว่าด้วยสิทธิมนุษยชนยุโรปพิจารณา โดยชี้ว่าการครอบครองโดยปรปักษ์ของกฎหมายอังกฤษเป็นหลัการที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน

มีเกร็ดที่น่าสนใจก็คือ นายเกรแฮมเสียชีวิตจากอุบัติเหตุยิงกันก่อนการพิจารณาคดีจะจบลง และภรรยาม่ายของเขายังคงผลักดันคดีนี้ต่อไป

และหลังจากนั้นก็มีการแก้ไขกฎหมายครอบครอบโดยปรปักษ์ของอังกฤษให้มีความ 'แฟร์' มากขึ้น นั่นคือ พระราชบัญญัติการจดทะเบียนที่ดิน 2002 หรือ Land Registration Act 2002

Photo by MARK RALSTON / AFP(ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวกับเนื้อหา เป็นภาพชาวจีนประท้วงเรื่องสวัสดิการการแพทย์และการเวนคืนที่ดิน ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อปี 2012 ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดตัวเอาไว้)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...