โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ฮอนด้าห่วง “หนี้-ดอกเบี้ย” ทุบ “ตลาดจักรยานยนต์” หดตัว 10%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.พ. 2567 เวลา 08.43 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2567 เวลา 08.04 น.
ชิเกโตะ คิมูระ

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ถือว่าสะท้อนภาพตลาดรถจักรยานยนต์ไทย ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น จากนายใหญ่ค่ายไทยฮอนด้า “ชิเกโตะ คิมูระ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ที่มีประสบการณ์ดูแลตลาดสองล้อเครื่องของฮอนด้า ในประเทศไทย มาเป็นระยะยาวนานที่สุด เป็นระยะเวลาเกือบ 5 ปีแล้ว ชนิดที่ว่า คลุกคลี และเห็นสภาพตลาดอย่างแท้จริง

ก่อนที่ในเดือนเมษายนนี้ เขาจะกลับไปสานงานต่อที่สำนักงานใหญ่ ประเทศญี่ปุ่น ดูแลแผนตลาดมอเตอร์ไซค์ทั่วโลกของฮอนด้านั้น โดยปี 2567 ฮอนด้ามองว่ายังเป็นอีกปีที่ตลาดกำลังเผชิญความท้าทายทั้งหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งดอกเบี้ยนโยบายที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะลดลง

Q : ประเมินตลาดรถจักรยานยนต์ปีนี้

สำหรับในปี 2567 ฮอนด้าประเมินตลาดจักรยานยนต์มีปัจจัยลบเยอะโดยเฉพาะปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุม ทั้งสภาวะเศรษฐกิจของโลกที่ไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลงกฎหมายสินเชื่อเช่าซื้อปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ดอกเบี้ยนโยบายที่สูง รวมทั้งการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบของภาครัฐที่ยังไม่เริ่มเห็นผล ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้ลูกค้าชะลอการซื้อสินค้า และส่งผลให้ความต้องการในตลาดลดลง

ฮอนด้ามองว่าปีนี้ยอดขายรถจักรยานยนต์ไทยจะมียอดจดทะเบียนแค่ 1.7-1.75 ล้านคัน หรือลดลง 7-10% จากปีก่อนที่ทำได้ 1.88 ล้านคัน ส่วนเป้าปีนี้ฮอนด้าน่าจะทำได้ 1.3-1.35 ล้านคัน ลดลง 8-12%

Q : ต้องปรับกลยุทธ์อย่างไรบ้างเพื่อบรรลุเป้า

ตลอดทั้งปี 2567 ฮอนด้าพร้อมที่จะสร้างความคึกคักให้กับตลาด ผ่านการส่งมอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่ไม่รู้จบ ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย การจัดกิจกรรมให้กับผู้ใช้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยทุกกิจกรรมถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้ตรงใจผู้บริโภคมากที่สุด

โดยเฉพาะโครงการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้า ที่ไม่ยอมตกขบวน หลังจากได้เริ่มนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาทดลองวิ่ง และทำตลาดในประเทศไทย เมื่อ 5 ปีก่อนกับ 2 รุ่นหลัก อย่าง Honda BENLY e และ Honda PCX Electric ที่ปัจจุบันมีการทำตลาดในรูปแบบของ B2B และมียอดขายไปแล้ว ประมาณ 500 คัน

และยังมีในส่วนของรถเช่าด้วย ฮอนด้าทำราคาพิเศษ เฉลี่ยการเช่าอยู่ที่ราว ๆ 3,000 บาทต่อเดือน รถทั้ง 2 รุ่นมีการประกอบในประเทศไทย แม้ว่าชิ้นส่วนหลายชิ้นยังต้องนำเข้ามา โดยเฉพาะแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า ทั้งนี้ เชื่อว่าภายในระยะเวลาอันใกล้นี้น่าจะได้เห็นความชัดเจนยิ่งขึ้น

Q : ปี 2566 ที่ผ่านถือว่ายากลำบากแค่ไหน

สำหรับไทยฮอนด้า ในปี 2566 ที่ผ่านมา ถือว่าการดำเนินงานเป็นอยู่ในระดับกลาง ๆ เราสามารถปิดยอดจดทะเบียนสูงสุดที่ 1.47 ล้านคัน ขณะที่ตลาดรถจักรยานยนต์โดยรวมปิดตัวเลขไปที่ 1.88 ล้านคัน ฮอนด้ายังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดรถจักรยานยนต์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 35 ติดต่อกัน จะเห็นว่าตลาดในปีที่ผ่านมานั้นถือว่ายังมีแนวโน้มดี ตัวเลขขายรวมมีการเติบโตขึ้นจากปี 2565 ถึง 4% ในจำนวนนี้รถจักรยานยนต์ในกลุ่ม เอ.ที. หรือที่ใช้เกียร์อัตโนมัติ ถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่สุด มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 49%และโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 5% และมีแนวโน้มจะเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

Q : ปัจจัยที่ทำให้ฮอนด้าโตเหนือตลาด

ปัจจัยสำคัญที่ส่งให้ ฮอนด้าเติบโตในปีที่แล้วถึง 6% เพราะมีรถใหม่ ๆ โดยเฉพาะรถ New Honda Giorno+ ที่สามารถสร้างกระแสให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยผลักดันให้กลุ่ม เอ.ที. มีการเติบโตในปีที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี ขณะที่ตลาดรถบิ๊กไบก์ หรือรถจักรยานยนต์ขนาด 400cc ขึ้นไป ตลอดปี 2566 มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 15,468 คัน ลดลง 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนฮอนด้ามีตัวเลขอยู่ที่ 7,035 คัน เติบโตขึ้น 7% มากกว่าตลาดรวม

สำหรับปีนี้คาดว่าตลาดรวมจะอยู่ที่ระดับ 15,000 คัน และฮอนด้าตั้งเป้ายอดจำหน่ายไว้ที่ 7,000 คัน โดยปัจจัยบวกที่ทำให้ฮอนด้าเติบโต ประกอบไปด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่อย่าง Honda E-Clutch ในรถตระกูล 650 Series และการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องให้กับผู้ใช้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฮอนด้าห่วง “หนี้-ดอกเบี้ย” ทุบ “ตลาดจักรยานยนต์” หดตัว 10%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...