โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

พระเอกคนนั้นคือพ่อของเขา

นิยาย Dek-D

อัพเดต 22 เม.ย. 2567 เวลา 03.52 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2567 เวลา 03.52 น. • wanseedum04
จรัญได้ตื่นขึ้นมาในอีกโลกหนึ่ง โลกที่ตัวของเขาถูกย่าแท้ ๆ ตามราวีไม่ให้อยู่เป็นสุข ทั้ง ๆ ที่พ่อของเขายังไม่รับรู้ถึงตัวตนของเขาด้วยซ้ำ! จรัญไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป เขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเขาและแม่อีก!

ข้อมูลเบื้องต้น

จรัญ ชายหนุ่มนักธุรกิจชื่อดังที่ต้องมาเสียชีวิตจากการโหมงานหนักจนไม่มีเวลาพักของตน แต่ยังดีที่ตัวเขานั้นเป็นเด็กกำพร้าและไม่มีห่วงอะไรจึงไม่ได้นึกเสียใจและคิดว่าการตายของตนเป็นเพียงเวลาที่จะได้พักผ่อนเท่านั้น

เดิมทีจรัญนั้นเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ถูกเศรษฐีรับเลี้ยงไปบังหน้าเพื่อให้พวกเขาดูเป็นคนใจบุญในสายตาคนภายนอก แต่ไส้ในกลับน่าสะอิดสะเอียนเป็นที่สุด

จรัญต้องทนถูกพวกเขาทำร้าย ทุบตีเมื่อไม่ได้ดั่งใจ แต่ก็นับว่าคุ้มค่า เพราะพวกนั้นเสียเงินให้เขาได้ร่ำเรียนจนมีความรู้ความสามารถดั่งเช่นทุกวันนี้

ในตอนที่จรัญอายุสิบห้าปี ทางฝั่งพ่อแม่บุญธรรมที่รับเขามาเลี้ยงก็ถูกคู่แข่งเปิดโปงจนถูกโยนเข้าตะราง

เขาที่ถูกตกเป็นเครื่องมือก็ได้รับเงินชดเชยมาหลายสิบล้านจนเลือกที่จะเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง

เขาสอบเทียบเรียนจบปริญญาตรีในตอนอายุยี่สิบปีและเลือกเข้ามาบริษัทงานเต็มตัวและรับเลขาคู่ใจเป็นคนที่เขาเลือกขึ้นมาเอง

ทั้งเขาและอีกฝ่ายต่างเป็นเด็กกำพร้าจึงไม่มีห่วง แต่อีกคนก็ไม่ใช่ว่าจะตัวคนเดียว เพราะทางนั้นมีแฟนอยู่แล้วและแฟนของอีกคนก็กำลังตั้งครรภ์

ทั้งสองคู่รักต่างเป็นเด็กกำพร้าที่ต่างก็ดิ้นรนมาด้วยกัน จึงไม่มีปัญหาอะไรในตอนที่ฝ่ายหญิงท้อง

จรัญเห็นทั้งสองเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน แถมมรดกทั้งหมดที่เขาจดไว้ก็มอบให้กับทั้งสองคน

เขาก็ได้แต่หวังว่าทั้งสองจะไม่เป็นใจไปจากกัน เพราะถ้าเป็นแบบนั้นหลานน้อยของเขาคงต้องลำบาก

คิ้วเข้มขมวดแน่น เมื่อมีความทรงจำบางอย่างไหลเข้ามาในหัวมากมายจนตัวเขาแทบจะหลอมรวมไปกับความทรงจำนั้น

ไม่นานคนที่นอนอยู่ก็ลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืด ชายหนุ่มยกมือขึ้นจับไปที่ศรีษะของตนก่อนจะเห็นว่ามันมีผ้าพันหัวอยู่

นัยต์ตาภายใต้ความมืดสว่างวาบขึ้น ก่อนริมฝีปากที่แห้งและแตกจากการขาดน้ำจะกระตุกยิ้มอย่างเย้ยหยันภายใต้ความมืด

"อ่า ตัวฉันในโลกนี้ ช่างอ่อนแอเสียจริง…"

ได้เวลาเปิดเรื่องใหม่ท้าทายขีดจำกัด

ฝากติดตามด้วยนะครับ

01 เขาคือลูกชายของพระเอก

อีบุ๊กมาแล้ว อ่านตอนพิเศษก่อนใคร… 5 ตอน

https://dekd.co/w/e/15618

ราคา 279.- (139 บาท) เหลือโปรอีก 16 วัน

ตอนที่ 01

"รัญลูก ลูกฟื้นแล้ว" เสียงหวานเอ่ยเรียกผู้เป็นลูกชายอย่างร้อนรนปนความเป็นห่วง

จินที่หลังจากขายของในตอนเช้าเสร็จตัวเขาก็รีบมาที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมลูกชายซึ่งเข้ามาพักรักษาตัวที่นี่

คนเป็นแม่ปวดใจไม่น้อยที่ทนต้องเห็นลูกชายต้องเจ็บ แต่จะให้ไปตอบโต้ก็คงยาก เพราะต้นเหตุคือผู้เป็นย่าของลูกชาย

และลูกชายของเธอก็คงคิดแบบเดียวกันจึงปล่อยให้ฝ่ายนั้นทำร้ายจนเลือดตกยางออกขนาดนี้

"เป็นยังไงบ้างลูก ยังเจ็บตรงไหนอยู่ไหม อย่าโกรธคุณย่าเลยนะ ท่านคงไม่ได้ตั้งใจ"

"หึ! พอเถอะครับแม่ เลิกเห็นแก่คนคนนั้นได้แล้ว"

จรัญเค้นเสียงขึ้นจมูกเมื่อยังเห็นว่าแม่ของตนยังให้เกียรติเธอคนนั้นอยู่

คนที่ได้ชื่อว่าย่าแท้ ๆ ของเขา แต่กลับทุบตีตัวเขาจนต้องมานอนอยู่ที่โรงพยาบาลในตอนนี้

แต่ก็ขอบคุณเหมือนกันเพราะการทุบตีในครั้งนี้ มันเรียกความทรงจำและจิตวิญญาณของเขาในอีกโลกที่เพิ่งตายไปกลับมายังร่างนี้

"ระ รัญ"

"ย่าแบบนั้น ผมไม่ได้อยากมี"

"รัญลูก พูดแบบนั้นได้ยั…"

จินตกใจมากที่เห็นว่าลูกชายซึ่งยอมให้ผู้เป็นย่ามาตลอดเอ่ยคำพูดออกมาแบบนั้น เขาเลยอยากจะเตือนลูกเพราะถ้าลูกของเขากับผู้เป็นย่าทะเลาะกันขึ้นมาเขากลัวลูกจะเสียใจ

"แม่ครับ ให้ผมตายก่อนเลยไหม แม่ถึงจะได้เกลียดเธอคนนั้น" จรัญเอ่ยเสียงนิ่ง เขารู้ว่าแม่ของเขาขี้ใจอ่อน ไม่งั้นจะสอนให้เขากลายเป็นคนยอมโดนทำร้ายโดยไม่ตอบโต้ได้เหรอ

คนอื่นนั้นตัวเขาไม่เคยยอมให้ใครแต่กับผู้เป็นย่าตัวเขายอมทุกอย่างเพราะในใจก็หวังอยากจะให้ย่ารักเขาบ้าง

แต่ในตอนนี้…เขาไม่เอาแล้ว ใครเขาจะอยากได้ย่าที่พยายามจะฆ่าหลานแท้ ๆ กัน

!!!

"ฮึก! รัญ แม่ขอโทษ แต่แม่ไม่อยากให้รัญต้องผิดใจกับย่าของรัญ"

จินตกตะลึงกับคำพูดของลูกก่อนคิดตาม แน่นอนว่าตัวเขาไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น ลูกคือทุกอย่างของเขา ถ้าลูกเป็นอะไรไปตัวเขาก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่เช่นกัน

"แม่ครับ เธอคนนั้นแทบจะฆ่าพวกเราได้ถ้าไม่มีกฎหมาย ตอนนี้ผมเรียนจบแล้วเราย้ายที่อยู่กันเถอะครับ ไปอยู่ในที่ที่เธอคนนั้นตามหาไม่เจอ นะครับ…"

"อะ อื้ม ได้ แม่เชื่อรัญ แต่รัญอย่าพูดเรื่องความเป็นความตายอีกเลยนะ แม่ไม่อยากให้ลูกเป็นแบบนั้น"

"ได้ครับ ผมจะไม่พูดอีก ตอนนี้ผมไม่เป็นอะไรมากแล้วหมอบอกว่ากลับบ้านได้ แม่ไปคุยเรื่องค่ารักษาเถอะครับผมจะไปเปลี่ยนชุดและเราก็ไปเก็บของกัน ผมจองตั๋วไว้แล้วตอนเย็นก็เดินทางไปได้เลย"

ฟังไม่ผิด เมื่อเช้านี้จรัญนำเอาโทรศัพท์ของเขาราคาไม่ถึงห้าพันบาทที่ตัวเขาเก็บเงินซื้อขึ้นมาทำงานจองตั๋วรถเพื่อจะเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ทันที

"งั้นเหรอ ทำไมเร็วจังล่ะ งั้นแม่ไปจ่ายค่ารักษาก่อนนะ" จินพึมพำเบา ๆ พลางแอบใจหายเล็กน้อยที่ต้องย้ายไปที่อื่น

อีกใจก็ไม่อยากจะไปไหนไกลเพราะยังหวังให้คนคนนั้นมาตามหา…

แต่เรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกและคำพูดของลูกในวันนี้ทำให้จินตัดสินใจได้ บางทีความหวังคงหมดไปตั้งแต่เขาตัดสินใจเดินออกมาแล้ว

เมื่อแม่ออกไปแล้วจรัญก็กลับมานึกคิด ตัวของเขาจรัญในโลกก่อนที่เมื่อรับรู้ว่าตนตายไปแล้วก็เหมือนกับโลกทั้งใบพลันมืดสนิทลง แต่ก่อนที่เขาจะได้ทักท้วงอะไรก็มีความทรงจำของตัวเขาในโลกนี้เข้ามาแทรกและมันก็หล่อหลอมรวมเป็นความทรงจำของเขาทั้งสองโลก

จรัญจำเรื่องราวทุกอย่างได้ตั้งแต่เกิดจนถึงตอนที่ถูกผู้เป็นย่าแท้ ๆ ทำร้าย

แน่นอนว่าโลกนี้มันมีอะไรที่มากกว่านั้น ก็คือพ่อของเขาเป็นตัวละครหลัก ผู้เป็นพระเอกของโลกนี้ ส่วนแม่ของเขาแน่นอนว่าไม่ใช่นายเอก

อ้อ! ใช่ โลกนี้เป็นโลกเกี่ยวกับชายที่สามารถท้องได้และตัวเขาผู้เป็นเกย์ก็ย่อมติดตามนิยายเรื่องนี้มาเหมือนกัน

แม่ของเขาเป็นเพียงแฟนเก่าสมัยวัยรุ่นของพ่อ

ในตอนที่พ่อของเขาอยู่มัธยมปลายปีสาม แม่ของเขาก็เป็นเพียงเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเรียนมัธยมปลายปีที่หนึ่ง

ทั้งสองก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปที่เริ่มจากมีความรู้สึกดี ๆ ให้กันจนเกินเลย แม้จะเป็นเรื่องที่ผิดแต่เมื่อมันเกิดจากการยินยอมทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีใครว่าอะไร

มีสิ แต่ตอนนั้นเธอคนนั้นก็ยังไม่รู้

พ่อของเขามีความสัมพันธ์กับแม่ของเขาบ่อยครั้งจนจบมัธยมและวันที่เดินทางไปเรียนต่างประเทศ มันเหมือนจะไม่มีอุปสรรค เพราะพ่อของก็ได้พาแม่ไปแนะนำกับครอบครัว ตั้งแต่คบกันแรก ๆ ด้วยซ้ำ

ทว่าเรื่องเลวร้ายก็เกิดขึ้น เพราะทันทีที่พ่อของเขาหันหลังขึ้นเครื่องก็เป็นดั่งฝันร้ายของแม่เขา

ครอบครัวคนรักไม่สนใจ ติดต่อคนรักไม่ได้ และรู้ตัวว่าท้อง

แม่ของเขาในตอนนั้นพลาดที่เดินไปบอกครอบครัวของพ่อ แม้ว่าปู่แท้ ๆ จะยอมรับ แต่ไม่ใช่กับผู้เป็นย่า ขณะที่แม่ของเขาคิดว่าพ่อนั้นรับรู้ทุกอย่างแต่มันไม่ใช่เลย ทันทีที่ผู้เป็นปู่ของเขาได้เสียชีวิตไป

แม่ของเขาก็ถูกไล่ออกจากบ้าน พร้อมกับคำดูถูกสารพัดจากผู้เป็นย่า เมื่อไม่อาจกำจัดเด็กอย่างเขาไปได้แม่จึงได้ถูกส่งตัวมาอยู่ที่ตรอกแห่งหนึ่งในตัวเมืองหลวง ไม่ได้มีอิสระและถูกควบคุมทุกอย่าง

แม้ตัวเขาที่เกิดมาก็ถูกควบคุมไปด้วย ดีที่ตรอกแห่งนี้นั้นยังมีโรงเรียนและตลาดไว้ให้เขาได้ร่ำเรียน ทั้งยังไว้ให้แม่ของเขาได้ทำงาน

นี่คือเรื่องที่ตัวเขานั้นได้รับรู้จากคำเล่าของแม่ซึ่งเล่าให้ฟังในตอนที่เขายังเด็กถึงผู้เป็นพ่อ

แต่ในนิยายมันไม่มีแม้แต่เรื่องนี้ด้วยซ้ำ จะมีก็แต่เรื่องที่พระเอกนั้นยังไม่ลืมแฟนเก่าและโกรธที่ถูกทรยศและถูกทิ้งไป

นั่นก็เกิดจากการใส่ความของผู้เป็นย่าของเขา

ปู่แท้ ๆ ของเขาซึ่งเสียชีวิตไปก็ไม่ทันได้จะเอ่ยบอกอะไรกับลูก เพราะคิดว่าผู้เป็นภรรยาได้บอกไปแล้ว

ส่วนแม่ของเขาท่านได้ตั้งครรภ์ในตอนอายุสิบหกและคลอดเขาในตอนอายุสิบเจ็ด

ดังนั้นตอนนี้เขาที่อายุสิบแปดปี ท่านจึงมีอายุสามสิบห้าปีและพ่อของเขาที่อายุมากกว่าแม่สองปี

แม่ของเขาไม่ใช่คนสวยและน่ารักเหมือนนายเอกในนิยาย แต่เพราะท่านนั้นทั้งอ่อนโยนและนิสัยน่ารักยิ่งกว่าใครเป็นไหน ๆ ใบหน้าแม้จะมองดูธรรมดาแต่พอส่งยิ้มก็ทำให้หนุ่ม ๆ หันมามองได้ไม่ยาก

แน่นอนว่าการท้องและเรียนไม่จบเป็นตราบาปของแม่ แต่เพราะอยู่ในตรอกทุกคนที่นี่ก็ไม่ต่างกันมาก พวกเขาไม่ได้ซ้ำเติมและคอยให้กำลังใจกันและกันมาตลอด

แต่ก็มีเรื่องที่พวกเขาเข้ามาแทรกไม่ได้คือเรื่องของผู้เป็นย่าที่มาทุบตีเขาอย่างเกลียดนักเกลียดหนา

มีบางทีที่เธอคนนั้นจะเข้าไปทำร้ายแม่ของเขาแต่ก็ถูกเขาห้ามไว้ทุกครา แน่นอนว่าเธอคนนั้นไม่ยอม ตัวเขาในอดีตได้แต่กอดขาไว้ให้เธอรำคาญและกลับไปเอง

และเรื่องที่เธอทุบตีเขาแบบปางตายในครั้งนี้ก็เป็นเพราะตัวของเขานั้นได้ออกไปจากตรอกและเข้าไปหางานทำในตัวเมือง ซึ่งคิดว่าเธอคงจะเห็นเขาเข้าจึงโกรธมาก

แน่สิ ก็ตัวเขานั้นได้ผู้เป็นพ่อมาถึงห้าส่วน เธอคงกลัวจะไปเป็นข่าวจึงโมโหจนหยิบก้อนหินใหญ่ที่อยู่หน้าบ้านมาทุบหัวเขาตามแรงอารมณ์

พูดถึงเรื่องในนิยาย พ่อของเขาซึ่งพระเอกนั้นจะแต่งงานกับนายเอกที่ผู้เป็นแม่หามาให้

นั่นแหละ แนวที่ถูกจับแต่งงานแบบนั้นใคร ๆ ก็ไม่พอใจ พระเอกจึงทำตัวใจร้ายกับนายเอก

นายเอกผู้ใสซื่อก็เจ็บช้ำน้ำใจจนหนีไปและพระเอกตามง้อ แน่นอนว่าในเรื่องนั้นมีพระรองและตัวร้ายที่เอาใจนายเอก แต่สุดท้ายก็แพ้ให้พระเอกอยู่ดี

ซึ่งงานแต่งนั้นจะถูกจัดขึ้นในอีกสองปีข้างหน้า นายเอกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคนที่เขาเห็นหน้าค่าตามาแล้ว

เพราะตลอดสองปีมานี้นายเอกคอยช่วยเป็นลูกมือผู้เป็นย่าทำร้ายเขา และมันก็อาศัยทีเผลอมาทำร้ายแม่เขาอยู่บ่อยครั้ง

หึ! ใสซื่อจนน่าสะอิดสะเอียนละไม่ว่า นิยายห่าเหวอะไรนั่นแม้จะเคยชอบแต่กับเขาที่ถูกจับมาอยู่ในวังวนนี้ย่อมไม่ยอม

เขารู้ว่าพ่อยังไม่รู้ความจริง แต่ก็อดจะโกรธไม่ได้ที่เขาไม่คิดจะระแคะระคายเรื่องแม่ของเขาเลย

ส่วนเรื่องที่เธอคนนั้นปิดบังกับพ่อของเขายังไง เขาคงต้องสืบอีกที แต่ระหว่างสองปีก่อนจะถึงวันแต่งงานนั้น เขาต้องมีทุกอย่างที่จะต่อกรกับผู้เป็นย่า

แม้จะเคยหวังอยากมีครอบครัวที่สุขสันต์ แต่หากไม่เป็นดั่งฝัน เขาก็ไม่จำเป็นต้องมี

ผู้เป็นย่าพยายามกำจัดเขาและแม่อยู่หลายครั้ง แต่เพราะตัวเขาที่ทำงานทุกอย่างมาตั้งแต่เด็ก ๆ และมีความรู้เรื่องวิธีป้องกันตัวก็เอาชนะคนที่ถูกจ้างมาได้

ทั้งเขาและแม่ต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อนและพยายามไม่ทำอะไรให้ผู้เป็นย่าไม่พอใจ จนสุดท้ายคำว่าเงินก็ทำให้ตัวของเขาที่เพิ่งได้รับวุฒิการศึกษามาออกไปหางานทำในที่ที่ดีกว่า

โดยไม่แม้จะคิดเรื่องเรียนต่อเพราะรู้ว่าตนเองไม่มีปัญญา

จรัญคิดไปก็แต่งตัวไป เขาได้ยินจากผู้เป็นแม่ว่าตลอดสามวันมานี้คนที่คอยตามเขาก็ไม่อยู่แล้ว คุณนายนั่นคงจะคิดว่าเขาตายไปแล้วสินะ

แต่นั่นก็น่าจะเป็นความจริง เพราะถ้าร่างนี้ไม่ตายเขาในอีกโลกคงไม่เข้ามา

ร่างกายของเขาก็ย่อมเป็นของเขาจรัญใช่ว่าจะเกรงใจอะไร ชีวิตลำบากเขาก็เคยเจอมาแล้วถูกทุบตีทุกวันก็บ่อย

แต่ถ้าเลือกได้ใครเขาอยากจะได้กัน

ต่อไปนี้ชีวิตของเขาก็เป็นของเขาไม่ต้องทำเพื่อใคร ไม่ต้องยอมใครเพื่ออยากให้ใครมายอมรับ

ชีวิตต่อจากนี้จรัญขอเป็นกำหนดมันเอง…

02 พาแม่ย้ายที่อยู่

ตอนที่ 02

จรัญพาแม่กลับเข้าไปที่บ้านและเก็บเสื้อผ้าสองสามชุดเพื่อสำรองไว้ใช้ในการเดินทาง เก็บเอกสารสำคัญและทิ้งทุกอย่างที่ควรทิ้งเช่นเครื่องประดับที่คนเป็นย่าเหมือนจะถูกผีเข้ามอบให้มา

แม่เขาเมื่อเห็นว่าเป็นของพ่อก็เก็บไว้จนไม่ทันสังเกตอะไร

หึ! จะตามทุกย่างก้าวเลยสินะ แต่ฝันไปเถอะว่าเขาจะโง่ยอมให้ตามต่อ

ส่วนเรื่องเงินนั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา เดิมทีเงินในบัญชีมีแค่ห้าพันบาท แต่เขาได้ทำการเข้าไปเล่นหุ้นออนไลน์จนได้มาตอนนี้เป็นแสนแล้ว

แน่นอนว่ามันเสี่ยงมากแต่เขาที่ใช้เวลาทั้งคืนในการศึกษาตลาดหุ้นก็นับว่าคุ้มค่าและเขาก็คงต้องเพิ่งทางนี้อีกนาน เขานั้นจะตั้งบริษัทขึ้นมาเหมือนเดิม

ให้เวลาสองปีนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพ่อของเขาจะยืนหยัดมั่นคงจนถึงตอนนั้นไหม หรือจะยอมแต่งงานกับไอ้นั่นเลย

อ้อ แล้วที่ว่าอีกสองปีนั้นมันไม่ใช่เพราะอะไรหรอก แต่สะใภ้ที่ผู้เป็นย่าแค่ในนามของเขาเลือกมานั้นยังเรียนไม่จบทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ก็อายุยี่สิบห้าปีแล้ว

ได้ข่าวว่ามันไปเรียนที่เมืองนอกแต่ไม่รอดจนดั้นด้นกลับมาและพอดีกับวันที่แม่ของพระเอกนายเอกในนิยายนัดทานข้าวกัน

แต่เหตุผลหลัก ๆ ก็คือไอ้นั่นเป็นลูกของนักการเมืองหน้าเลือดที่ร่ำรวยละมั้ง ย่าของเขาซึ่งมีนิสัยหน้าเลือดไม่ต่างกันเลยคิดจะปรองดอง

เพราะตั้งแต่ที่ปู่แท้ ๆ ของเขาตาย รายได้ก็ขาดหายไปหลายร้อยล้านในแต่ละเดือน

ทว่าตอนนี้ก็ได้ผู้เป็นลูกชายอย่างพ่อเข้ามาบริหารแทนจนร่ำรวยกว่าแต่ก่อนมาก แต่ก็นั่นแหละคนมันไม่รู้จักพอ ต่อให้รวยแค่ไหนก็ยังต้องการอำนาจในทางสังคมอยู่ดี

จินได้แต่แอบมองลูกชายเป็นระยะ ยิ่งเห็นท่าทางแบบนี้ก็ยิ่งทำให้คิดถึงคนคนนั้น นิสัยที่เย็นชาไม่สนใจ แต่พอตอนอยู่กับเขาทั้งสองกลับมีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับอยู่

ไม่ใช่ว่าจินไม่พยายามติดต่อคนรักไป แต่เพราะเขาติดต่อไปทีไร แม่ของคนรักก็จับได้ทุกครั้ง มันจะไม่เป็นอะไรเลยถ้าเธอทำร้ายเขา แต่เธอเลือกที่จะทำร้ายลูก

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่จินไม่กล้าที่จะติดต่อไปอีก มันเกิดเป็นความกลัวที่กัดกร่อนหัวใจ

ทุกครั้งที่จับโทรศัพท์และจะโทรไป ภาพลูกชายที่ถูกทุบตีก็แล่นเข้ามาในหัว

จินไม่รู้เลยว่าตัวเองยังเชื่อมั่นในความรักของคนรักหรือแค่หลอกตัวเองไปวัน ๆ

สิบเก้าปีที่รอคอยมามันนานมา นานจนตัวของจินอยากจะยอมแพ้ แต่เพราะคิดว่าเขาไม่ได้ตัวคนเดียว

ถ้าลูกยังต้องการพ่ออยู่ล่ะ? เขาจะไม่กลายเป็นแม่ใจร้ายที่กีดกันลูกกับพ่ออยู่เหรอ

แต่เขาไม่สงสัยแล้วละเมื่อเห็นท่าทีของลูกซึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้า ลูกเขาคงโกรธมากจริง ๆ

มือเล็กที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักกำเข้าหากันแน่น เมื่อภาพที่ลูกชายนอนจมกองเลือดที่หน้าบ้านแล่นเข้ามาในหัว จินในตอนนั้นสติแตกจนเพื่อนบ้านคนสนิทต้องคอยเรียกเตือน

เขาหยุดงานไปสองวัน จนวันที่สามที่อาการลูกดีขึ้นแล้วจึงกลับไปทำงานอีกครั้งคือการรับกับข้าวไปขายที่ตลาดในตอนเช้ามืดและเลิกงานอีกทีก็ตอนเจ็ดโมง

เพราะรู้ว่าลูกพยายามทำงานหนักเพื่อเขา จินเลยอยากจะแบ่งเบาภาระลูกบ้าง

แน่นอนว่าคนท้องที่เกือบจะตกเลือดหลายครั้งร่างกายย่อมไม่แข็งแรง ตั้งแต่คลอดลูกออกมาจินก็มีอาการป่วยมาตลอด และมันก็เริ่มหนักขึ้นจนต้องได้รับยาทุกเดือน ตั้งแต่ตอนที่ลูกอายุสิบห้าปี

นั่นจึงทำให้ลูกชายของเขาต่างโหมงานหนัก มีเวลานอนก็แค่วันละสามชั่วโมง แม้ลูกจะบอกว่าแอบนอนในคาบเรียนมาบ้างแต่เขาก็ไม่สบายใจ

นั่นจึงเป็นเหตุให้จินเข้ามาทำงานในตอนเช้า เพื่อแบ่งเบาภาระของลูก

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นทำให้จรัญซึ่งนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถตู้หันกลับมาสนใจโทรศัพท์ ก่อนจะกระตุกยิ้มเมื่อได้เห็นยอดเงินที่เข้ามาในบัญชี

'หึ! ถือว่าลงทุนใช้ได้ ใช้เพชรแท้ในเครื่องประดับที่มีเครื่องติดตาม'

ใช่แล้ว นี่คือยอดเงินที่ได้มาจากการขายเครื่องประดับ เพราะในขนส่งมีร้านรับซื้อ-จำนำอยู่บริเวณนั้น

จรัญที่เห็นว่าถ้าจะทิ้งเครื่องประดับไว้ที่บ้านก็น่าเสียดายจึงคิดว่าจะเอาไปทิ้งที่อื่นในตอนที่ผ่านตัวจังหวัด

แต่พอมองเห็นร้านจำนำอยู่ใกล้ ๆ จุดรอรถ เขาก็ตัดสินใจเข้าไปขายทันที แน่นอนว่าทั้งของเขาและของแม่ ซึ่งเงินที่ได้มานับว่าได้หลายสิบล้านเหมือนกัน

จรัญไม่ได้จำนำกับร้านโดยตรง แต่เขานั้นจ้างเจ้าของร้านให้นำไปขายต่ออีกทีและจะให้ค่าจ้างหนึ่งล้านไปฟรี ๆ

ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบตกลงทันที

แม้เจ้าของร้านจะเคลือบแคลงใจ แต่เพราะจรัญมีกลิ่นอายที่สูงส่งของนักธุรกิจ เจ้าของร้านที่คิดว่าคงเป็นนักธุรกิจที่ตกอับนำเครื่องประดับมาขายจึงได้รับไว้และร้านของเขาก็สุจริตมากพอที่จะไม่โกงใคร

"มีอะไรเหรอลูก"

"เงินที่ได้จากการขายเครื่องประดับครับ ราคาดีเลย แอบชื่นชมคุณย่านะครับ จะเกลียดก็เกลียดแต่ก็กลัวเสียหน้า คงคิดว่าเราไม่ยอมขายแน่จึงได้ใจ"

จรัญยกยิ้มออกมาอย่างภูมิใจกับเงินที่ได้ แม้จะไม่ได้เศษเงินของเขาในโลกก่อนแต่ตอนนี้ก็ถือว่ามีค่ามาก

จินที่ได้ยินแบบนั้นก็ยกยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ลูกเขาตอนยิ้มนี่ร้ายกาจพอ ๆ กับพ่อของลูกเลย น่ารักจริง ๆ

จรัญเดินทางมาถึงภาคเหนือในช่วงเช้ามืด เขาตัดสินใจว่าจะซื้อคอนโดใจกลางเมือง เพื่อเป็นบ้านให้แก่เขาและแม่ในสองปีต่อจากนี้ แต่ก่อนจะเป็นแบบนั้นเขาต้องไปจัดการเอกสารทุกอย่างก่อน

ดีที่แม่ของเขานั้นอยู่ตัวคนเดียว เพราะทั้งคุณตาและคุณยายของเขาได้เสียชีวิตไปแล้ว

ส่วนแม่ของเขาหลังจากเรียนจบมัธยมต้น แม่ก็สอบชิงทุนมาเรียนที่เมืองหลวงเพื่อจะได้มาหางานทำไปด้วย

แต่นั่นแหละ! พอเจอรักแท้ก็เลยต้องทิ้งความฝันทุกอย่าง

อาจจะเรียกว่าเด็กใจแตกก็ไม่ปาน แต่เพราะรักแม่ถึงได้ยอมขนาดนี้และความรักของพ่อเขาก็คงไม่มีทางเป็นของปลอม

เพราะเรื่องคบกันทั้งสองไม่ได้ปิดบัง แม้จะมีเรื่องข่าวลือเสีย ๆ หาย พ่อของเขาก็ช่วยแม่ทุกทาง

เมื่อเดินทางมาถึงและรู้สึกเหนื่อยล้ามาก จรัญก็ไม่ลังเลที่จะเข้าไปจองโรงแรมหรูที่อยู่ใจกลางเมืองทันที เพราะไม่อยากที่จะวนหาโรงแรมอีกแล้ว

จรัญจัดการทุกอย่างโดยที่ผู้เป็นแม่ได้แต่ยืนมอง ซึ่งจรัญก็ไม่ได้คิดอะไร แม่ของเขาต้องหยุดเรียน ตั้งแต่ตอนนั้นที่ตั้งครรภ์เขา แม้จะเคยเรียนเก่งเรียนดี แต่ตลอดสิบเก้าปีที่ผ่านมา แม่ของเขานั้นแทบไม่ได้มีเวลาอ่านหนังสือหาความรู้ด้วยซ้ำ

แต่ถึงอย่างนั้น แม่เขาก็สามารถพูดอังกฤษได้แถมสำเนียงยังเป๊ะมากจนจรัญแอบชื่นชมในใจ

"พวกผมเป็นลูกค้ามีเงินจ่ายให้ที่นี่เพื่อให้พวกเขาจ้างพวกคุณต่อ กรุณาเก็บสายตาและกริยาต่ำทรามเหมือนไม่ได้รับการสั่งสอนนั่นด้วย" จรัญพูดขึ้น เมื่อเห็นพนักงานที่หน้าล็อบบีสองคนที่ไม่ได้ให้บริการและส่งสายตาเหยียดหยามไปทางแม่ของเขา

ปึก!

"ขอพนักงานที่วางตัวดีมาบริการพวกเราด้วย ส่วนนี้ทิปของคุณ" จรัญวางเงินแบงก์เทาทั้งห้าใบที่ตัวเขากดมาก่อนจะเข้าโรงแรมให้พนักงานสาวที่ต้อนรับเขา

แอบพยักหน้าพึงพอใจอีกคนที่ไม่ได้เลือกปฏิบัติเหมือนทั้งสองคนที่พอเห็นเขาและโยนงานให้เธอคนนี้

พนักงานสองคนที่ถูกต่อว่าก็ก้มหน้าลงทันที ไม่ใช่ว่าพวกเธอไม่สู้ แต่ตอนที่พวกเธอตวัดตาไปมองและสบเข้ากับนัยน์ตาดุดันนั้น ทำให้พวกเธอสั่นสะท้านไปด้วยความกลัว

ยิ่งเห็นเพื่อนร่วมงานได้ทิปตั้งมากมายก็นึกคิดยิ่งอิจฉา ใครจะคิดละว่าคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่า ๆ จะมีเงินขนาดนั้น

"ไปเถอะครับแม่ ไปพักกัน พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันว่าจะเอายังไงต่อ"

จรัญเดินเข้าไปหาผู้เป็นแม่และยกยิ้มให้ด้วยความอ่อนโยน ความทรงจำก็ทำให้จรัญรักและผูกพันกับแม่มาก

"ครับ ไปกัน" จินยิ้มให้ลูกชายของตน

แม้จะประหม่ากับสายตาที่มองมาแต่จินก็เข้าใจ ทั้งในอดีตและปัจจุบันก็เป็นแบบนี้

แต่ก็ยังมีคนมาปกป้องเขาไว้ จรัญมองแผ่นหลังกว้างของลูกชายด้วยรอยยิ้ม ลูกชายของเขาโตขึ้นมาก ตอนนี้ก็น่าจะสูงไปถึงร้อยแปดสิบแล้วมั้ง

มองแบบนี้ก็ยิ่งนึกถึงภาพที่คนรักจับจูงเขาไปในอดีต

ตอนนั้นก็เป็นแบบนี้ เพราะเสื้อผ้าและการแต่งตัวล้วนจืดชืดและไร้คุณภาพ จินยังนึกว่าเขาฝันไปอยู่เลยที่เทพบุตรของโรงเรียนมาสารภาพรัก แม้ก่อนหน้าจะสนิท แต่จินก็คิดว่าอีกคนคงมองเขาเป็นแค่รุ่นน้อง

แม้จะแอบชอบอยู่แล้วแต่เขาก็เก็บไว้จนวันที่ใจตรงกัน เขาจึงไม่ได้ปฏิเสธและมันก็ดีอย่างที่คิด พี่เขาเป็นคนดีแถมยังเอาใส่ใจตลอด แต่น่าเสียดายที่เราต้องแยกกัน

ตอนนี้จินก็ยิ่งคิดว่าตัวเองไม่คู่ควร คนรักในทีวีดูดีทุกกระเบียดนิ้ว แม้จะมีสีหน้าที่เย็นชามากแค่ไหนก็ตาม

บางทีการที่จินเลือกที่จะปล่อยเขาไปอาจจะดีที่สุด รวมถึงเขาและลูกที่จะไม่ต้องไปอยู่ในวังวนของคนที่โหดร้ายอย่างแม่ของคนรัก

ไม่สิ ตอนนี้เขาต้องเรียกอีกคนว่าอดีตคนรัก

ใช่ มันเป็นแบบนั้นตั้งแต่ที่ตัวเขาไม่ได้ถูกยอมรับในฐานะลูกสะใภ้

03 ยังรออย่างมีหวัง

ตอนที่ 03

จรัญเดินเข้ามาในห้องพัก ก่อนจะจัดการข้าวของที่จำเป็นและเข้าห้องน้ำไปเพื่อชำระร่างกายและอาการเมื่อยตัวจากการนั่งรถเป็นเวลานาน

เพราะไม่อยากให้ฝ่ายนั้นจับได้เร็วว่าตัวเขานั้นหนีไปที่ไหน จรัญจึงเลือกใช้บริการรถตู้โดยสารที่ค่อนข้างจะไม่เป็นที่สนใจและบอกกันว่าบริการแย่มากเพราะรถนั้นค่อนข้างจะเก่า

แต่กับจรัญและแม่ของเขามองว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ทางนี้บริการดีมาก แต่เรื่องรถเก่านั้นก็คงจะจริง แต่มันจริงสำหรับคนมีเงินและค่อนข้างเรื่องมากไปหน่อย

แน่นอนว่าการเดินทางในครั้งนี้ จรัญไม่ได้ทำตัวเป็นจุดเด่นโดยการเหมารถหรืออะไร

เพราะถ้าเป็นแบบนั้นก็ยิ่งตามสืบได้ง่ายมากขึ้นไปอีก

ดังนั้นการเดินทางมาเป็นเวลาหลายชั่วโมงกับรถที่ค่อนข้างจะไปทางเก่าแล้ว ก็ทำให้จรัญที่ยังหนุ่มยังแน่นปวดหลังไม่น้อย

พอมาถึงตอนนี้ก็คิดไปถึงผู้เป็นแม่ แม้จะยังไม่แก่มากแต่ก็ใช่ว่าท่านจะไม่ปวด

ตั้งแต่มีเขาแม่ก็ทำงานหนักมาโดยตลอด เห็นทีคงต้องพาแม่ไปนวดแผนไทยสักหน่อยแล้ว

ดวงตาเฉี่ยวคมมองดูตัวเองที่หน้ากระจก คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผิวพรรณในตอนนี้ของตน ทั้งหยาบกร้านและคล้ำจากการทำงานหนัก

ในโลกก่อนเขาเป็นคนที่ใส่ใจในรูปลักษณ์ของตนมาก พอมาเห็นแบบนี้ก็อดจะถอนหายใจไม่ได้

ในหัวของคนที่เพิ่งได้รับความทรงจำในโลกก่อนมาคบคิดวิธีที่จะทำให้ตนนั้นดูดีขึ้นหลายวิธี แม้ชาติก่อนจะไม่ต้องพึ่งวิตามินดูแลผิว แต่ชาตินี้เขาคงต้องทำแล้วละ เพราะถ้าให้พึ่งแต่ภายนอกอย่างเดียวคงได้ผลลัพธ์ที่ไม่ทันใจ

แต่ก็ยังมีที่น่าพอใจอีกเช่นกัน เพราะส่วนสูงของเขาในตอนนี้นั้นได้รับมาจากผู้เป็นพ่อโดยตรงและหน้าตาที่แม้จะยังคงมีเค้าเดิมแต่ตอนนี้ก็นับว่ามีใบหน้าที่ดูดีมากยิ่งกว่าเดิม

หึ! เกิดเป็นลูกของพระเอกไม่ได้แย่

ร่างที่สูงมากกว่าเดิมทำให้จรัญพอใจ ส่วนสูงร้อยแปดสิบห้ายิ่งมองก็ยิ่งดูดี ร่างกายที่แม้จะมีกล้ามเนื้อจากการทำงานหนัก แต่ก็ใช่จะมีรูปร่างกำยำและแผ่นหลังกว้างดั่งเช่นผู้เป็นพ่อ อาจจะเพราะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ทำให้จรัญเป็นคนที่รูปร่างสูงโปร่งและมีกล้ามเนื้อสวยที่ไม่นูนปูดจนน่ากลัว

"หึ! หล่อใช้ได้ แต่…เฮ้อ! จะภูมิใจก็ภูมิใจได้ไม่สุด"

จรัญถอนหายใจออกมากับเรื่องที่แม้แต่ชาตินี้และชาติก่อนเขาก็ไม่เคยได้รับมัน

แม้จะมีสิ่งที่ทดแทนได้ แต่จรัญก็ไม่พอใจมันอยู่ดี

"ช่างเถอะ! ไว้เดี๋ยวจัดการเรื่องพ่อเสร็จค่อยคิดเรื่องนี้อีกที"

ชายหนุ่มเอ่ยออกมาแผ่วเบาก่อนจะไปอาบน้ำชำระร่างกายและเข้าไปนอนพัก

ส่วนแม่ของเขาก็พักอยู่อีกห้อง เพราะยังไงเขาก็โตมากแล้วจะให้นอนห้องเดียวกับแม่ก็รู้สึกเขิน ๆ หน่อย

เพล้ง!

"นายว่าไงนะ นายจะบอกว่าสองแม่ลูกนั่นหายไปเหรอ!"

"ครับคุณนาย ผมไปตามดูตามที่คุณนายบอกแล้ว แต่ก็ไม่มีข่าวว่าไอ้นั่นเสียชีวิต"

"ไปตามหาพวกมัน ถ้าเจอก็ฆ่าพวกมันทิ้งซะอย่าให้มาปรากฏตัวต่อหน้าลูกฉัน"

"ครับ คุณนาย"

หญิงวัยกลางคนหอบหายใจอย่างแรงด้วยอารมณ์ที่กำลังปะทุออกมา เธอโมโหมากที่ได้ยินอย่างนั้น

ความกลัวเริ่มเข้ามากัดกินหัวใจเมื่อรู้ว่าขยะทั้งสองที่ตนซุกซ่อนไว้หนีหายไป

เธอไม่ยอมเด็ดขาด เธอไม่มีทางยอมรับพวกมันทั้งสองคน

เด็กนั่นมีอะไรดีกัน อายุยังน้อยก็คิดจะมาจับลูกชายของเธอ แถมฐานะก็ยังต้อยต่ำเป็นแค่เด็กกำพร้าหน้าตาธรรมดาแบบนั้นมีอะไรให้ลูกชายของเธอหลงกัน

ไม่แน่มันอาจจะทำของใส่ ลูกของเธอจึงทั้งรักทั้งหลงมัน

"หึ! รักแล้วอย่างไร ตอนนี้แกมันก็แค่เด็กใจแตกที่ทิ้งลูกชายของฉันไปกับชายอื่น"

เสียงที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยความสะใจและเย้ยหยันให้กับอดีตคนรักของลูกชาย

ตอนนี้ลูกชายของเธอหลุดพ้นจากมันแล้ว แม้สิบเก้าปีมานี้ลูกเธอจะไม่มีคนรักเพราะสนใจเพียงแต่งาน

แต่ในอนาคตก็ไม่แน่ ลูกสะใภ้ของเธอต้องดูดีทั้งหน้าตาและชาติตระกูล ส่วนเด็กนั่นไม่มีสิทธิ์

ทำไม ทำไมเธอถึงทรยศฉัน?

คำคำนี้ที่อยู่ในใจของชายหนุ่มมาตลอด ตั้งแต่ได้รับข่าวว่าแฟนเด็กที่ทั้งรักและทะนุถนอมมาตลอด ระหว่างคบกันมาทอดทิ้งไป

ข้อความที่ถูกส่งมาตัดความสัมพันธ์และหายไปโดยติดต่อไม่ได้ ทำให้ตัวของเขาเสียหลักไปหลายวัน

เขารักแฟนคนนี้มาก รักในสิ่งที่อีกคนเป็น แม้ใครต่อใครจะบอกว่าอีกคนไม่เหมาะสมกับเขา แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ

เด็กนั่นน่ารักมาจากภายใน รอยยิ้มที่ส่งมาเหมือนกับแสงแดดที่ปลุกให้ตื่นในตอนเช้า ปลุกเขาให้ตื่นจากความฝัน เพื่อออกไปใช้ชีวิตในวันถัดไป

แต่ทำไมเด็กน้อยในวันวานถึงได้ทรยศความรักที่เขาให้และจากเขาไป

แม้ในคราแรกจะไม่เชื่อ แต่ในตอนที่ตัวเขากลับมาเข้าร่วมงานศพของผู้เป็นพ่อซึ่งเสียชีวิตกะทันหัน ก็ทำให้ชายหนุ่มเข้าใจอย่างถ่องแท้

เสียงของสาวใช้ที่คุยกันถึงคนที่เขารัก บอกว่าแฟนเขาที่เข้ามาอยู่บ้านของนั้นแอบลักลอบมีความสัมพันธ์กับชายอื่นจนแม่ของเขาจับได้

อีกฝ่ายเมื่อรู้ตัวก็เลือกที่จะบอกเลิกเขาและหนีไปกับคนคนนั้น ที่เขารับไม่ได้ที่สุดก็คงจะเป็นชายชู้อย่างคนขับรถที่มักจะขับรถพาเขาและอีกคนไปไหนมาไหนบ่อย ๆ

เขาเกลียดคนทรยศ เขาเกลียดคนที่หักหลัง

แต่ทำไม ทำไมใจของเขาถึงแย้งว่ามันไม่ใช่ความจริง

ดังนั้นตั้งแต่กลับมาไทย หลังเรียบจบตัวเขาก็ไม่ย่อท้อที่จะตามหาอีกคน

แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือคำว่า 'ไม่เจอ'

จากความรู้สึกเกลียดแค้นใจกลายเป็นความเฉยชา

สิ่งที่ชายหนุ่มต้องการมากที่สุดคือได้พบกับเด็กคนนั้นอีกสักครั้ง

ขอแค่ให้ได้เจอและมาช่วยยืนยันสักครั้งว่าไม่ได้นอกใจ ตัวเขาก็พร้อมที่จะให้อภัยทุกอย่าง

'สุดท้าย พี่ก็ไม่เคยเกลียดเราได้เลยจิน พี่คิดถึงเรามาก คิดถึงที่สุดเลย'

แกรก!

"เหม่ออีกแล้วนะมึงน่ะ" เสียงทุ้มเอ่ยเย้าเพื่อนสนิทผู้เป็นเจ้าของห้องที่อยู่ในสภาวะเหม่ออีกครั้ง

ซึ่งเป็นครั้งที่เท่าไรเขาก็ไม่อาจนับได้

"มึงก็ยังไร้มารยาทเหมือนเดิม" ชายผู้เป็นเจ้าของห้องเอ่ยเสียดแทงเพื่อนสนิทของตน

ชายหนุ่มที่ถูกพูดใส่แบบนั้นก็ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระอะไรกับคำพูดนั้น ก่อนจะเข้าเรื่องที่มาหาเพื่อนในวันนี้

"กูได้ข่าวว่ามึงจะหมั้นกับนับดาว จริงไหม?"

ชายหนุ่มเอ่ยถามเพื่อนสนิทอย่างจริงจัง เพราะข่าวลือที่มันหนาหูขึ้น ทำให้เขาที่ไม่ค่อยสนใจโลกภายนอกยังรับรู้ได้และยิ่งเห็นว่ามันเป็นเรื่องของเพื่อนสนิทเขา ก็ยิ่งต้องเก็บมาคิดจนสุดท้ายเขาก็ต้องเดินทางมาถามด้วยตัวเอง

เพราะเขารู้ว่าเพื่อนนั้นยังไม่ลืมคนรักในสมัยเด็ก อาจจะเป็นรักแรกก็ได้มั้ง

ส่วนตัวเขาที่แม้จะสนิทตั้งแต่เด็ก แต่ช่วงมัธยมปลายเขาก็ได้ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเลยไม่ค่อยได้รู้เรื่องของคนรักของเพื่อนสนิทคนนี้มากนัก

ส่วนอีกเรื่องที่เขาเร่งมาคือเรื่องของนับดาว…

"กูไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ แม่กูหมั้นเอง ซึ่งกูก็ห้ามไม่ได้ แต่มีเรื่องหนึ่งที่กูมั่นใจคือกูไม่มีทางชอบคนแบบนั้น ว่าแต่มึงมาทำไมคงไม่ได้มาถามแค่เรื่องนี้หรอกนะ" ชายหนุ่มไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจอะไร เพราะเพียงแค่ทำงานก็ปวดหัวมากพอแล้ว

นี่เขายังจะต้องปวดหัวกับแม่ที่พาคนนู้นคนนี้มาดูตัวกับเขาแทบทุกวัน แม้ในตอนนี้จะไม่เปลี่ยนคนใหม่เหมือนอย่างเคย

แต่ก็ใช่ว่าเขาจะชอบ

"ไม่หรอก กูจะชวนมึงไปดื่มแก้เครียด ไปไหม?"

เมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทไม่สนใจอะไร ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจเช่นกัน ดังนั้นจึงเปลี่ยนเรื่องคุย

"ก็ดี" เจ้าของห้องทำงานตอบรับคำของเพื่อนสนิท

ก่อนจะจัดการเอกสารใบสุดท้ายให้เสร็จ เพราะงานทุกอย่างในวันนี้เขาทำเสร็จตั้งนานแล้ว

ที่ทำตัวยุ่งอยู่ทุกวันนี้เพราะไม่อยากไปรับไปส่งใคร

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...