โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จะเป็นคนรวย 1% แต่ละประเทศ ต้องมีเงินเท่าไร

Thairath Money

อัพเดต 17 มี.ค. 2567 เวลา 04.35 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2567 เวลา 07.33 น.
ภาพไฮไลต์

โลกหลังวิกฤตการณ์โควิด-19 ได้พลิกชีวิตประชากรหลายสิบล้านคนทั่วโลก จากหน้ามือเป็นหลังมือ ข้อมูลจาก World Bank ในปี 2564 พบว่า ตั้งแต่โควิด-19 ประชากร 97 ล้านคนทั่วโลก ถูกผลักให้ตกอยู่ในหลุมความยากจน โดยใช้เงินน้อยกว่า 1.90 ดอลลาร์ต่อวัน ในการดำรงชีวิต ผลักดันให้อัตราความยากจนเพิ่มขึ้นเป็น 9.1% จาก 7.8% ซ้ำเติมสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำให้แย่ลง ในขณะเดียวกัน ก็เป็นช่วงเวลาตักตวงผลประโยชน์ สำหรับกลุ่มคนที่รวยที่สุดในโลก โดยรายงาน inequality inc. ระบุว่าในปี 2566 มหาเศรษฐีพันล้าน รวยขึ้น 34% หรือ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ และคนรวย TOP1% เป็นเจ้าของสินทรัพย์กว่า 34% ของสินทรัพย์ทั่วโลก

แม้เราจะทราบกันอยู่แล้วว่าความเหลื่อมล้ำไม่เคยหมดไปจากโลก แต่ท่ามกลางความรวยที่กระจุกตัวอยู่กับคนไม่กี่กลุ่ม เคยสงสัยกันไหมว่าการจะก้าวเข้าไปเป็นหนึ่งในนั้น ต้องมีเงินเท่าไร ยากง่ายขนาดไหน

Thairath Money ชวนส่องเกณฑ์ความมั่งคั่ง 10 ประเทศ ที่คนรวย TOP 1% มีสินทรัพย์มากที่สุด

ปี 2566 ถือเป็นปีที่ความมั่งคั่งของเหล่าบรรดาอภิมหาเศรษฐี ฟื้นตัวกลับมาท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เผชิญปัจจัยรุมเร้ารอบด้าน ทั้งปัญหาเงินเฟ้อ เอลนีโญ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

รายงานความมั่งคั่งของไนท์แฟรงค์ (Knight Frank) ระบุว่า ในปี 2566 จํานวนอภิมหาเศรษฐี(UNWI) ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 4.2% เป็น 626,619 จาก 601,300 ในปี 2565 การเติบโตของความมั่งคั่งในระดับภูมิภาค นําโดยอเมริกาเหนือที่ 7.2% และตะวันออกกลาง 6.2% โดยลาตินอเมริกาเป็นภูมิภาคเดียวที่มีประชากรที่ร่ำรวยลดลง ทั้งนี้ตุรกีเป็นประเทศที่มีการเพิ่มขึ้นของกลุ่ม UHNWI มากที่สุดที่ 10% รองลงมาคือสหรัฐอเมริกาที่ 8%

ปัจจัยที่ผลักดันให้ความมั่งคั่งในกลุ่ม UHNWI เพิ่มขึ้น มาจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวกลับมาหลังโควิด และความนิยมการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง จากอานิสงส์ดอกเบี้ยขาขึ้น และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI แม้ในช่วงครึ่งปีหลังกระแสดังกล่าวจะแผ่วลง แต่แนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาคึกคักอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคนรวยในระดับอภิมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้น แต่การจะเข้ามาอยู่ในกลุ่มนี้นั้น ยากกว่าการเข้าเป็นหนึ่งในกลุ่มคนรวย TOP1% ของโลกเสียอีก เนื่องจากคนรวย TOP1% มีความมั่งคั่งไม่ถึง 30 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่คนที่จะเป็นอภิมหาเศรษฐี จะต้องมีความมั่งคั่ง 30 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป

จะเป็นคนรวย 1% แต่ละประเทศ ต้องมีเงินเท่าไร

ข้อมูล ณ ไตรมาส4/2566 พบว่า ยุโรปยังเป็นภูมิภาคที่มีเกณฑ์ความมั่งคั่ง ของคนรวย 1% สูงสุด โดยประเทศ 10 อันดับแรก ที่มีเกณฑ์ความมั่งคั่งของคนรวย TOP1% สูงสุด ประกอบด้วย

อันดับ 1 โมนาโก มูลค่าความมั่งคั่ง 12,883,000 ล้านดอลลาร์

อันดับ 2 ลักเซมเบิร์ก มูลค่าความมั่งคั่ง 10,832,000 ล้านดอลลาร์

อันดับ 3 สวิตเซอร์แลนด์ มูลค่าความมั่งคั่ง 8,509,000 ล้านดอลลาร์

อันดับ 4 สหรัฐอเมริกา มูลค่าความมั่งคั่ง 5,813,000 ล้านดอลลาร์

อันดับ 5.สิงคโปร์ มูลค่าความมั่งคั่ง 5,227,000 ล้านดอลลาร์

อันดับ 6.สวีเดน มูลค่าความมั่งคั่ง 4,761,000 ล้านดอลลาร์

อันดับ 7 ออสเตรเลีย มูลค่าความมั่งคั่ง 4,673,000 ล้านดอลลาร์

อันดับ 8 นิวซีแลนด์ มูลค่าความมั่งคั่ง 4,574,000 ล้านดอลลาร์

อันดับ 9 ไอร์แลนด์ มูลค่าความมั่งคั่ง 4,321,000 ล้านดอลลาร์

อันดับ 10 เยอรมนี มูลค่าความมั่งคั่ง 3,430,000 ล้านดอลลาร์

โดยโมนาโกยังครองแชมป์อันดับ 1 ประเทศที่มีเกณฑ์ความมั่งคั่งสูงที่สุด ที่ 12.9 ล้านดอลลาร์ หากจะกล่าวว่าที่นี่มีแต่คนรวยคงจะไม่ผิดนัก เนื่องจากมีมูลความมั่งคั่งต่อหัวประชากรมากที่สุดในโลก ที่ 2.4 แสนดอลลาร์ ในขณะที่อันดับ 4 อย่างสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีเหล่าอภิมหาเศรษฐี อาศัยมากที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของจำนวนอภิมหาเศรษฐีทั่วโลก ด้านสิงคโปร์ตัวแทนหนึ่งเดียวจากอาเซียน ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 5 โดยคนรวย 1% ในสิงคโปร์นั้น มีความมั่งคั่งมากกว่าคนในจีน ถึง 5 เท่า

ที่มา

Knightfrank, inequality inc.

อ่านข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/economics/world_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...