โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สจล.-สว.ดัน “Farming Future" สร้างมูลค่าเกษตรไทยครบวงจร

Nation Online

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดย KMITL Lifelong Learning Center (KLLC) ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย สมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย และเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จัดการประชุมระดับสากล “Farming The Future With KMITL Forum 2026” ณ KMITL Lifelong Learning Center (KLLC) พร้อมเปิดโครงการ “Farming Future, Together” เพื่อวางกลไกการทำงานเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Farm-to-Fork) โดยในปลายน้ำมุ่งเน้นการวางตำแหน่งสินค้าเกษตรยั่งยืนระดับพรีเมียม ระบบเกษตรพันธะสัญญาและข้อตกลงการค้าที่เป็นธรรม การเชื่อมโยงเกษตรกรสู่ตลาดโลก และการติดตั้งระบบตรวจสอบย้อนกลับดิจิทัลแบบครบวงจร (Digital Traceability) เพื่อสร้างความไว้วางใจให้ผู้บริโภคทั่วโลก และวางเป้าหมายผลักดันประเทศไทยจากผู้ส่งออกวัตถุดิบดิบ สู่การเป็น “แพลตฟอร์มนวัตกรรมเกษตรเขตร้อน” ของภูมิภาค พร้อมยกระดับอาหารไทยสู่ตลาดพรีเมียมระดับโลก ได้รับการสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยวาเกนิงเก้น (Wageningen University & Research) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการเกษตรระดับโลก วางรากฐานเชิงโครงสร้าง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจตลอดห่วงโซ่ Farm-to-Fork อย่างเป็นรูปธรรม

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ยืนยันว่า กระทรวงพร้อมเป็นข้อต่อเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เกิดผลจริงในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งงานวิจัยต่อจากนี้จะไม่จบลงบนชั้นหนังสือ แต่จะเดินทางไปถึงแปลงเกษตร โรงงานแปรรูป และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร กระทรวง อว. พร้อมเป็นข้อต่อเชิงนโยบายเพื่อเปลี่ยนประเทศไทยจากผู้ผลิตอาหารดิบ สู่การเป็น ‘แพลตฟอร์มนวัตกรรมเกษตรเขตร้อน’ ที่ทั่วโลกต้องมาเรียนรู้

ด้าน Mr. Gijs Theunissen อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเกษตร สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย กล่าวว่า กระทรวงเกษตร ประมง ความมั่นคงด้านอาหาร และทรัพยากรธรรมชาติของเนเธอร์แลนด์ มุ่งมั่นพัฒนาความมั่นคงด้านอาหารที่ยั่งยืน ผ่านการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ทั้งในเนเธอร์แลนด์ และระดับนานาชาติเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่ทุกคน

ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย ระบุว่า จุดแข็งของความริเริ่มนี้ คือ การนำความเชี่ยวชาญระดับโลกมาประสานกับศักยภาพเกษตรไทย จุดแข็งของความริเริ่มนี้ คือการนำความเชี่ยวชาญระดับโลกมาประสานกับศักยภาพเกษตรไทย เชื่อมเทคโนโลยี งานวิจัย และตลาดเข้าด้วยกันตั้งแต่ Smart Farm ไปจนถึง Future Food เพื่อยกระดับอาหารไทยให้เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อร่อย และทรงคุณค่าในสายตาผู้บริโภคทั่วโลก

ผศ.ดร.รัชนี กุลยานนท์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ ย้ำว่า ความสำเร็จของโครงการเกิดจากการรวมจุดแข็งเฉพาะถิ่นของเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ให้ทำงานร่วมกันในฐานะหุ้นส่วนที่เท่าเทียม ผ่านโมเดล Public-Private-People Partnership (PPPP) ที่ผนึกกำลัง 5 ภาคส่วน ได้แก่ ภาควิจัยและนวัตกรรม ภาครัฐด้านนโยบาย เครือข่ายเกษตรกรและชุมชน ภาคเอกชนและพันธมิตรทางการตลาด และพันธมิตรระดับนานาชาติ เช่น WUR, GETHAC และสหภาพยุโรป (EU)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...