โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รัฐนิวเม็กซิโกฟ้องร้องยุติธรรมสหรัฐ ปมขวางเข้าถึงแฟ้มคดี “เอปสตีน” ฉบับสมบูรณ์

เดลินิวส์

อัพเดต 6 สิงหาคม 2569 เวลา 22.06 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รัฐนิวเม็กซิโกยื่นฟ้องกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เกี่ยวกับการเข้าถึงแฟ้มคดีของนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีผู้อื้อฉาว ที่เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน โดยกล่าวหาว่า กระทรวงขัดขวางการสอบสวนของรัฐเกี่ยวกับเอปสตีน จากการปฏิเสธที่จะให้เอกสารดังกล่าว

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่า การฟ้องร้องครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับข้อพิพาททางการเมือง เกี่ยวกับแฟ้มคดีเอปสตีนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ซึ่งเป็นประเด็นที่ตามรังควานรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ มาโดยตลอด

รัฐนิวเม็กซิโกที่บริหารโดยพรรคเดโมแครต เปิดการสอบสวนคดีเอปสตีนอีกครั้งเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา และขอเอกสารที่ไม่มีการเซ็นเซอร์เนื้อหาจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เพื่อระบุตัวผู้เยี่ยมชมและเจ้าหน้าที่ที่ไร่ซอร์โร ซึ่งเป็นทรัพย์สินของเอปสตีน ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองสแตนลีย์

แม้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐส่งมอบแฟ้มคดีบางส่วนแล้ว แต่ระบุว่าไม่สามารถส่งมอบเอกสารอื่น ๆ ได้ เนื่องจากกฎหมายการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว

“การไม่ดำเนินการของรัฐบาลกลางสหรัฐ ทำให้การสอบสวนล่าช้า ยืดเยื้อ และซ้ำเติมความทุกข์ทรมานของผู้รอดชีวิต” คำฟ้องของรัฐนิวเม็กซิโก ระบุ พร้อมกับขอให้ศาลแขวงสหรัฐประจำกรุงวอชิงตัน บังคับให้นายทอดด์ บลานช์ รักษาการ รมว.ยุติธรรมสหรัฐ เปิดเผยเอกสารที่ร้องขอ

อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่า ภายใต้กฎหมายความโปร่งใสของแฟ้มคดีเอปสตีน และคำสั่งคุ้มครองของศาล กระทรวงจึงไม่จำเป็นและไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลที่ระบุตัวตนของเหยื่อ อีกทั้งรัฐนิวเม็กซิโกไม่ให้เหตุผลทางกฎหมายใด ๆ ที่จะรองรับการเปิดเผยข้อมูลที่ครอบคลุมเช่นนี้.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...