‘ท้องถิ่น’ ค้างค่ารักษาพยาบาลกว่า 4,000 ล้าน ใช้ ‘ยานอกบัญชี’ มูลค่าสูง
วิกฤติงบประมาณค่ารักษาพยาบาล ในสิทธิสวัสดิการพนักงานส่วนท้องถิ่น (อปท.) ประจำปีงบประมาณ 2569 พบสัญญาณวิกฤติทางการเงินอย่างชัดเจน โดยจากงบประมาณค่ารักษาพยาบาลที่ได้รับจัดสรรในปี 2569 มีการเบิกจ่ายไปแล้วในช่วง 8 เดือนแรก (ต.ค. 68 – พ.ค. 69) สูงถึง 8,056.65 ล้านบาท ขณะที่มียอดงบประมาณค้างจ่ายสะสมจากปี 2568 อีกจำนวน 4,080.25 ล้านบาท ส่งผลให้ สปสช. คาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ 2569 ะทำให้มียอดงบประมาณที่ไม่เพียงพอสะสม สูงถึง 6,492.33 ล้านบาท
ท้องถิ่นค้างค่ารักษาพยาบาลกว่า 4,000 ล้าน
สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือสิทธิอปท. ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปส.) ทำหน้าที่บริหารจัดการงบประมาณนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) ครั้งล่าสุด 3 ส.ค.2569 ที่มีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน ในวาระ“การดำเนินงานกรณีงบประมาณสิทธิ อปท.ไม่เพียงพอ” มีการรายงานยอดงบประมาณค้างจ่ายจากปี 2568 จำนวน 4,080.25 ล้านบาท
คาดสิ้นปีติดลบสะสมกว่า 6,000 ล้าน
ส่วนการจัดสรรงบค่ารักษาพยาบาลสิทธิสวัสดิการพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ สิทธิอปท.ปีงบประมาณ 2569
- ได้รับจัดสรร จำนวน 9,998.56 ล้านบาท
- มีการเบิกจ่ายไปแล้วในช่วง 8 เดือนแรก (ต.ค. 2568 – พ.ค. 2569) แล้วถึง 8,056.65 ล้านบาท
- สปสช. คาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ 2569 จะมีภาระค่าใช้จ่ายรวมพุ่งสูงถึง 12,410.64 ล้านบาท
- คาดการณ์งบที่ไม่เพียงพอ หรือ ติดลบ 2,412.08 ล้านบาท
- ดังนั้น ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 จะทำให้มียอดงบประมาณที่ไม่เพียงพอสะสม สูงถึง 6,492.33 ล้านบาท
5 ปัจจัยค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ท้องถิ่นเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ของอปท.เพิ่มสูงขึ้น มีการวิเคราะห์ข้อมูลปี 2557-2568 สะท้อน 5 ปัจจัย ประกอบด้วย
1.จำนวนประชากร (Population) ในระยะเวลา 11 ปี (ปีงบประมาณ 2558- 2568) พบว่ามีจำนวนผู้มีสิทธิ เพิ่มเฉลี่ย 9,068 คน/ปี
2. สัดส่วนผู้เข้ารับบริการทางการแพทย์สัดส่วนผู้เข้ารับบริการเพิ่มขึ้นตามจำนวนของประชากรที่เพิ่มขึ้นแต่ละปี
3. ระดับหน่วยบริการที่เข้ารับบริการ กรณีผู้ป่วยนอก (OP) และ ผู้ป่วยใน (IP) สัดส่วนเข้ารับบริการที่สถานพยาบาลส่วนใหญ่ คือ โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป(รพศ/ รพท), โรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ (Uhosnet) และโรงพยาบาลชุมชน(รพช.)ตามลำดับ
4. อัตราการใช้บริการ (Utilisation rate) โดยอัตราการใช้บริการผู้ป่วยนอก เพิ่มต่อปีโดยเฉลี่ยจาก 4 เป็น 7 ครั้ง/คน/ปี ( 9.87%) ส่วนผู้ป่วยในเข้ารับบริการเพิ่มขึ้นอัตราคงเดิม (1.18%)
ใช้ยานอกบัญชีฯมูลค่าสูง
5. อัตราการเพิ่มขึ้นของค่ารักษาพยาบาลและบริการทางการแพทย์ (Medical inflation rate) - ผู้ป่วยใน ค่าใช้จ่ายต่อครั้งเพิ่มขึ้น 2,378 เป็น 7,997 บาท/ครั้ง ส่วนผู้ป่วยนอก ค่าใช้จ่ายต่อครั้งเพิ่มขึ้น 1,581 เป็น 2,850 บาท/ครั้ง โดยหมวดค่ายา มีค่าใช้จ่ายที่ 62 %ของเงินชดเชยทั้งหมด เป็นสัดส่วนการใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ( NED) 17.7 % แต่คิดเป็นมูลค่า 64.7 % ส่วนการใช้ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ( ED) 82.3% คิดเป็นมูลค่า 35.3%
ทวงหนี้ไปยังกรม – แจ้งติดหนี้หน่วยบริการ
ทั้งนี้ สปสช. มีหนังสือติดตามการชำระเงินค้างจ่ายงบประมาณค่ารักษาพยาบาลสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลของพนักงานส่วนท้องถิ่น ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 (หนังสือ สปสช. ที่ 6.70/17854)
และสปสช. มีหนังสือขอความร่วมมือสถานพยาบาลให้บริการแก่ผู้มี สิทธิ อปท. ระหว่างรอการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมจากกรม ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เมื่อ 11 มิ.ย. 2569 (หนังสือที่ สปสช. 6.70/ ว 3135 ) และ วันที่ 22 ก.ค. 2569 (หนังสือที่ สปสช. 6.70/ ว 4047)
ขณะที่นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสปสช. กล่าวว่า งบก้อนที่เป็นสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลอปท.นี้ สปสช.จะไม่สามารถจ่ายแอดวานซ์ไปก่อนได้ จะใช้วิธีการแจ้งไปยังหน่วยบริการว่าจะต้องติดหนี้ไว้ ซึ่งเป็นมติบอร์ดสปสช.เมื่อปลายปี 2568 และรอท้องถิ่นจ่ายงบประมาณมา
เร่งพิจารณากระบวน ไม่ควรเป็นหนี้หน่วยบริการ
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า แสดงว่าหากท้องถิ่นไม่จ่ายงบประมาณมา หน่วยบริการในพื้นที่ก็จะไม่ได้รับชำระเงินจากสปสช. แต่ในกระบวนการเมื่อสปสช.ทำหน้าที่เป็นเคลียร์ริ่งเฮาส์งบฯ ไม่ควรไปเป็นหนี้หน่วยให้บริการ ซึ่งกระบวนการตรงนี้มีความแปลกปละหลาดอยู่ ต้องฝากดูตรงจุดนี้
“แน่นอนถ้าเงินจากท้องถิ่นมาช้า จนหน่วยให้บริการชักหน้าไม่ถึงหลัง จะทำให้สปสช.กลายเป็นจำเลย 1 ทั้งที่ควรจะเป็นจำเลย 2 ดังนั้น ต้องฝากพิจารณากระบวนการตรงนี้ โดยยังต้องยึดหลักว่าจะไม่ใช้เงินของระบบบัตรทองไปจ่ายให้ท้องถิ่นก่อน”นายพัฒนากล่าว