โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

‘ท้องถิ่น’ ค้างค่ารักษาพยาบาลกว่า 4,000 ล้าน ใช้ ‘ยานอกบัญชี’ มูลค่าสูง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิกฤติงบประมาณค่ารักษาพยาบาล ในสิทธิสวัสดิการพนักงานส่วนท้องถิ่น (อปท.) ประจำปีงบประมาณ 2569 พบสัญญาณวิกฤติทางการเงินอย่างชัดเจน โดยจากงบประมาณค่ารักษาพยาบาลที่ได้รับจัดสรรในปี 2569 มีการเบิกจ่ายไปแล้วในช่วง 8 เดือนแรก (ต.ค. 68 – พ.ค. 69) สูงถึง 8,056.65 ล้านบาท ขณะที่มียอดงบประมาณค้างจ่ายสะสมจากปี 2568 อีกจำนวน 4,080.25 ล้านบาท ส่งผลให้ สปสช. คาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ 2569 ะทำให้มียอดงบประมาณที่ไม่เพียงพอสะสม สูงถึง 6,492.33 ล้านบาท

ท้องถิ่นค้างค่ารักษาพยาบาลกว่า 4,000 ล้าน

สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือสิทธิอปท. ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปส.) ทำหน้าที่บริหารจัดการงบประมาณนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) ครั้งล่าสุด 3 ส.ค.2569 ที่มีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน ในวาระ“การดำเนินงานกรณีงบประมาณสิทธิ อปท.ไม่เพียงพอ” มีการรายงานยอดงบประมาณค้างจ่ายจากปี 2568 จำนวน 4,080.25 ล้านบาท

คาดสิ้นปีติดลบสะสมกว่า 6,000 ล้าน

ส่วนการจัดสรรงบค่ารักษาพยาบาลสิทธิสวัสดิการพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ สิทธิอปท.ปีงบประมาณ 2569

  • ได้รับจัดสรร จำนวน 9,998.56 ล้านบาท
  • มีการเบิกจ่ายไปแล้วในช่วง 8 เดือนแรก (ต.ค. 2568 – พ.ค. 2569) แล้วถึง 8,056.65 ล้านบาท
  • สปสช. คาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ 2569 จะมีภาระค่าใช้จ่ายรวมพุ่งสูงถึง 12,410.64 ล้านบาท
  • คาดการณ์งบที่ไม่เพียงพอ หรือ ติดลบ 2,412.08 ล้านบาท
  • ดังนั้น ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 จะทำให้มียอดงบประมาณที่ไม่เพียงพอสะสม สูงถึง 6,492.33 ล้านบาท

5 ปัจจัยค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ท้องถิ่นเพิ่มสูงขึ้น

สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ของอปท.เพิ่มสูงขึ้น มีการวิเคราะห์ข้อมูลปี 2557-2568 สะท้อน 5 ปัจจัย ประกอบด้วย

1.จำนวนประชากร (Population) ในระยะเวลา 11 ปี (ปีงบประมาณ 2558- 2568) พบว่ามีจำนวนผู้มีสิทธิ เพิ่มเฉลี่ย 9,068 คน/ปี

2. สัดส่วนผู้เข้ารับบริการทางการแพทย์สัดส่วนผู้เข้ารับบริการเพิ่มขึ้นตามจำนวนของประชากรที่เพิ่มขึ้นแต่ละปี

3. ระดับหน่วยบริการที่เข้ารับบริการ กรณีผู้ป่วยนอก (OP) และ ผู้ป่วยใน (IP) สัดส่วนเข้ารับบริการที่สถานพยาบาลส่วนใหญ่ คือ โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป(รพศ/ รพท), โรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ (Uhosnet) และโรงพยาบาลชุมชน(รพช.)ตามลำดับ

4. อัตราการใช้บริการ (Utilisation rate) โดยอัตราการใช้บริการผู้ป่วยนอก เพิ่มต่อปีโดยเฉลี่ยจาก 4 เป็น 7 ครั้ง/คน/ปี ( 9.87%) ส่วนผู้ป่วยในเข้ารับบริการเพิ่มขึ้นอัตราคงเดิม (1.18%)

ใช้ยานอกบัญชีฯมูลค่าสูง

5. อัตราการเพิ่มขึ้นของค่ารักษาพยาบาลและบริการทางการแพทย์ (Medical inflation rate) - ผู้ป่วยใน ค่าใช้จ่ายต่อครั้งเพิ่มขึ้น 2,378 เป็น 7,997 บาท/ครั้ง ส่วนผู้ป่วยนอก ค่าใช้จ่ายต่อครั้งเพิ่มขึ้น 1,581 เป็น 2,850 บาท/ครั้ง โดยหมวดค่ายา มีค่าใช้จ่ายที่ 62 %ของเงินชดเชยทั้งหมด เป็นสัดส่วนการใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ( NED) 17.7 % แต่คิดเป็นมูลค่า 64.7 % ส่วนการใช้ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ( ED) 82.3% คิดเป็นมูลค่า 35.3%

ทวงหนี้ไปยังกรม – แจ้งติดหนี้หน่วยบริการ

ทั้งนี้ สปสช. มีหนังสือติดตามการชำระเงินค้างจ่ายงบประมาณค่ารักษาพยาบาลสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลของพนักงานส่วนท้องถิ่น ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 (หนังสือ สปสช. ที่ 6.70/17854)

และสปสช. มีหนังสือขอความร่วมมือสถานพยาบาลให้บริการแก่ผู้มี สิทธิ อปท. ระหว่างรอการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมจากกรม ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เมื่อ 11 มิ.ย. 2569 (หนังสือที่ สปสช. 6.70/ ว 3135 ) และ วันที่ 22 ก.ค. 2569 (หนังสือที่ สปสช. 6.70/ ว 4047)

ขณะที่นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสปสช. กล่าวว่า งบก้อนที่เป็นสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลอปท.นี้ สปสช.จะไม่สามารถจ่ายแอดวานซ์ไปก่อนได้ จะใช้วิธีการแจ้งไปยังหน่วยบริการว่าจะต้องติดหนี้ไว้ ซึ่งเป็นมติบอร์ดสปสช.เมื่อปลายปี 2568 และรอท้องถิ่นจ่ายงบประมาณมา

เร่งพิจารณากระบวน ไม่ควรเป็นหนี้หน่วยบริการ

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า แสดงว่าหากท้องถิ่นไม่จ่ายงบประมาณมา หน่วยบริการในพื้นที่ก็จะไม่ได้รับชำระเงินจากสปสช. แต่ในกระบวนการเมื่อสปสช.ทำหน้าที่เป็นเคลียร์ริ่งเฮาส์งบฯ ไม่ควรไปเป็นหนี้หน่วยให้บริการ ซึ่งกระบวนการตรงนี้มีความแปลกปละหลาดอยู่ ต้องฝากดูตรงจุดนี้

“แน่นอนถ้าเงินจากท้องถิ่นมาช้า จนหน่วยให้บริการชักหน้าไม่ถึงหลัง จะทำให้สปสช.กลายเป็นจำเลย 1 ทั้งที่ควรจะเป็นจำเลย 2 ดังนั้น ต้องฝากพิจารณากระบวนการตรงนี้ โดยยังต้องยึดหลักว่าจะไม่ใช้เงินของระบบบัตรทองไปจ่ายให้ท้องถิ่นก่อน”นายพัฒนากล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...