โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พี่ศรี จี้ กกต. ฟัน ‘อดีตหน.กล้าธรรม-กก.บห.’ ส่ง ‘ก้องเกียรติ’ มีคำพิพากษาคดีลักทรัพย์ ลงสมัคร สส.

ไทยโพสต์

อัพเดต 17 สิงหาคม 2569 เวลา 19.41 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘ศรีสุวรรณ’ จี้ กกต.เอาผิดอดีตหัวหน้าพรรคกล้าธรรม-กรรมการสรรหา-กก.บริหารพรรค ปมส่ง 'ก้องเกียรติ' ลงสมัคร สส.เมืองคอน ทั้งที่มีคำพิพากษาคดีลักทรัพย์

17 ส.ค.2569-ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ กกต.เพื่อขอให้ตรวจสอบและเอาผิดอดีตหัวหน้าพรรคกล้าธรรม คณะกรรมการสรรหา และคณะกรรมการบริหารพรรคทุกคน ที่มีส่วนให้ความเห็นชอบให้นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ซึ่งเคยต้องคำพิพากษาเกี่ยวกับทรัพย์กระทำโดยทุจริต อันมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. มาตรา 42 (12) แต่พรรคกล้าธรรมกลับมีมติส่งลงเลือกตั้ง ส.ส.ถึง 2 ครั้งในปี 2568 และปี 2569 อันเป็นความผิดตาม พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 หรือไม่

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ เคยต้องคำพิพากษาศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี คดีหมายเลขดำที่ 3747/2542 คดีหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ลว.16 ธันวาคม 2542 พิพากษาว่านายก้องเกียรติกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ตาม ป.อาญา มาตรา 335(1) ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 3,000 บาท รับสารภาพศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน ปรับ 1,500 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี คดีถึงที่สุดแล้ว

ต่อมาพรรคกล้าธรรมกลับมีมติให้นายก้องเกียรติ ลงเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 จนชนะเลือกตั้งในวันที่ 27 เม.ย.2568 ได้เป็น ส.ส.เข้าสภา จนกระทั่งมีการยุบสภาเมื่อ 11 ธ.ค.2568 เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วประเทศเมื่อ 8 ก.พ.2569 พรรคกล้าธรรมก็ยังคงมีมติส่งนายก้องเกียรติ ลงเลือกตั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 7 อีก ทั้งๆที่มีผู้ร้องเรียนว่าว่านายก้องเกียรติมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. แต่ กกต.ก็ใช้เวลาในการสืบสวนสอบสวนช้ามาก กว่า กกต.จะมีคำวินิจฉัยการสมัคร ส.ส.ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2569 ตามคำวินิจฉัยที่ 257/2569 ส่วนการวินิจฉัยการสมัคร สส.ครั้งแรกในปี 2568 กกต.เพิ่งมีคำวินิจฉัยที่ 301/2569 ลงวันที่ 9 ก.พ.2569 โดยตัดสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งของนายก้องเกียรติ ทั้ง 2 การสมัครรับเลือกตั้งดังกล่าว

แม้กรณีดังกล่าวนายก้องเกียรติจะนำความไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า พรป.การเลือกตั้ง สส.ปี2561 มาตรา 42(12) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 มาตรา 26 และมาตรา 27 หรือไม่ แต่ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเมื่อ 13 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา ไม่รับคำร้อง เพราะเป็นเรื่องที่ศาลอื่นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้ว และคำร้องไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 แต่อย่างใด เรื่องดังกล่าวถือว่าจบและเป็นที่สุดแล้ว

อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยของ กกต.ทั้ง 2 คำวินิจฉัยยังไม่ปรากฏว่าได้มีการแจ้งความดำเนินคดีเพื่อเอาผิดอดีตหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ตามมาตรรา 56 ประกอบมาตรา 120 แห่ง พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 แล้วหรือไม่ รวมทั้งกรรมการสรรหา ส.ส.ของพรรคกล้าธรรม และคณะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม(ในขณะนั้น)ทั้งหมดแล้วหรือไม่ เพราะถือว่าได้รับรองบุคคลที่ลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายมาลงสมัครได้นั้น กฎหมายถือว่ามีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี

ดังนั้นองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความมาร้องเรียนจี้ให้ กกต.อย่าเกียร์ว่าง เพราะอาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ปอ.มาตรา 157 ได้ หลักฐานชัดขนาดนี้ คงต้องบังคับใช้กฎหมายจนถึงที่สุดเพื่อเป็นบรรทัดฐานให้พรรคการเมืองต่างๆ ได้ใช้เป็นบทเรียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...