CIB ผนึกสรรพากรทลายแก๊ง “บิลผี” ใช้ไลน์ปิดซื้อขายใบกำกับภาษีปลอม จัดตั้งบริษัทหัวบังหน้า-บัญชีม้าอำพรางเส้นทางเงิน ลอบทำมานาน 5 ปี
CIB ผนึกสรรพากรทลายแก๊ง “บิลผี” ใช้ไลน์ปิดซื้อขายใบกำกับภาษีปลอม จัดตั้งบริษัทหัวบังหน้า-บัญชีม้าอำพรางเส้นทางเงิน ลอบทำมานาน 5 ปี พบความเสียหายกว่า 360 ล้านบาท จับ 3 ผู้ต้องหา เร่งขยายผลล่าตัวผู้ร่วมขบวนการ
วันที่ 17 ส.ค. ที่อาคารประชาอารักษ์ (บก.ป.) พหลโยธิน ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับกรมสรรพากร แถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายซื้อขายใบกำกับภาษีปลอม หรือ “บิลผี” หลังพบขบวนการใช้กลุ่มไลน์ปิดเป็นช่องทางติดต่อซื้อขายใบกำกับภาษีให้ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม พร้อมจัดตั้งบริษัทบังหน้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และใช้บัญชีม้ารับโอนเงิน หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นคาดสร้างความเสียหายต่อระบบภาษีและเศรษฐกิจกว่า 360 ล้านบาท
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเริ่มจากกรมสรรพากรเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ก่อนตำรวจ ปอศ. ร่วมกับกรมสรรพากรตรวจสอบข้อมูลและล่อซื้อใบกำกับภาษีปลอม 2 ครั้ง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนขอศาลภาษีอากรกลางออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย และหมายค้น 10 จุด ใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครราชสีมา สมุทรปราการ และชัยภูมิ
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ส.ค. เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเป้าหมายและสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 3 ราย พบมีทั้งผู้ทำหน้าที่ออกใบกำกับภาษีเท็จ ผู้ใช้ใบกำกับภาษีเท็จ และผู้เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า พร้อมตรวจยึดของกลางกว่า 200 รายการ ทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เอกสารทางบัญชี รายงานภาษีซื้อ-ขาย หลักฐานการโอนเงิน สมุดบัญชีธนาคาร และตราประทับบริษัท
จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายดังกล่าวใช้กลุ่มไลน์ปิดเป็นช่องทางติดต่อและเสนอขายใบกำกับภาษีปลอมให้บริษัทต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยมุ่งเป้ากิจการที่มีรายได้สูง อาทิ ธุรกิจก่อสร้างและธุรกิจน้ำมัน เพื่อนำใบกำกับภาษีไปใช้เป็นหลักฐานค่าใช้จ่ายและลดภาระภาษีที่ต้องชำระ
ขบวนการมีการอำพรางตัวตนในหลายขั้นตอน ตั้งแต่รับเงินผ่านบัญชีม้า ใช้ชื่อบุคคลอื่นซื้อทรัพย์สิน ไปจนถึงการจัดส่งใบกำกับภาษีโดยหลีกเลี่ยงการส่งมอบกันโดยตรง แต่ใส่ซองเอกสารและจ่าหน้าซองเป็นชื่อบุคคลที่สาม เพื่อป้องกันการเชื่อมโยงถึงผู้เกี่ยวข้องตัวจริง
นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ต้องหาจัดตั้งบริษัทขึ้นมาในลักษณะ “บริษัทหัวบิล” เพื่อสร้างภาพว่าประกอบธุรกิจอย่างถูกต้อง โดยบริษัททั้ง 3 แห่งมีเจ้าของเป็นบุคคลเดียวกัน และมีสาขากระจายอยู่ใน 5 จังหวัดที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น แม้จดทะเบียนประกอบธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานและโซลาร์เซลล์ แต่กลับลักลอบขายใบกำกับภาษีปลอมมานานประมาณ 5 ปี
จากข้อมูลพบว่า บริษัทดังกล่าวแจ้งรายได้ต่อปีประมาณ 400 ล้านบาท แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายและรายการต่าง ๆ กลับเหลือกำไรเพียงหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อปี ทำให้มีภาระภาษีที่ต้องชำระไม่สูง สอดคล้องกับพฤติการณ์ที่ใช้บริษัทเป็นฉากบังหน้าในการทำธุรกรรม
สำหรับการซื้อขายใบกำกับภาษีปลอม ผู้ขายจะเรียกเก็บค่าบริการเป็นเปอร์เซ็นต์จากมูลค่าใบกำกับภาษี แต่เจ้าหน้าที่ไม่เปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากเกรงว่าจะถูกนำไปใช้เป็นแนวทางเลียนแบบ
เบื้องต้นพบความเสียหายประมาณ 360 ล้านบาท ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม หากพบว่ามีบุคคลหรือบริษัทอื่นร่วมขบวนการ จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า การซื้อขายใบกำกับภาษีปลอมไม่เพียงทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษี แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม เนื่องจากเปิดช่องให้ผู้ประกอบการบางรายนำเอกสารเท็จไปใช้ลดภาระภาษีและสร้างความได้เปรียบเหนือผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย