โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

กินอย่างไรให้เหมาะกับวัย? รวมสารอาหารสำคัญตั้งแต่เด็กจนถึงวัยเกษียณ

PPTV HD 36

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
โภชนาการที่เหมาะกับแต่ละช่วงวัยช่วยเสริมการเจริญเติบโต พัฒนาสมอง รักษามวลกล้ามเนื้อ และลดเสี่ยงโรคเรื้อรัง สุขภาพดีเริ่มได้จากการกินให้ครบและเหมาะกับวัย

โภชนาการที่ดี มีความสำคัญกับทุกช่วงอายุ การทานให้ “ครบ” และ “เหมาะกับวัย” เพราะร่างกายของเราในแต่ละช่วงชีวิตมีความต้องการสารอาหารที่แตกต่างกัน ความเข้าใจในเรื่องนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลตัวเอง และคนที่คุณรักได้อย่างตรงจุด

เริ่มด้วยช่วงตั้งครรภ์

หนึ่งในช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการพลังงานและสารอาหารมากขึ้น เพราะทุกสิ่งที่คุณแม่ทานล้วนส่งผลต่อการสร้างรกและสายสะดือ

เปิดลิสต์อาหารลด "ไขมันพอกตับ" ลดการอักเสบ ช่วยฟื้นฟูตับ

“โรคนิ่ว” ภัยเงียบของระบบทางเดินปัสสาวะ สาเหตุ-การป้องกัน

การทำงานของต่อมน้ำนม รวมถึงการเจริญเติบโตของทารก สารอาหารที่สำคัญ สำหรับช่วงนี้ ได้แก่

  • โฟเลต (Folate) จากหน่อไม้ฝรั่ง ดอกกะหล่ำ แครอท ถั่วเมล็ดแห้ง และผักใบเขียว มีบทบาทตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิ เพราะเกี่ยวข้องกับการสร้างสมอง ระบบประสาท และไขสันหลังของทารก หากขาดหรือได้รับไม่เพียงพอ อาจทำให้ทารกมีภาวะพิการแต่กำเนิด เช่น ภาวะหลอดประสาทเปิด หรือปากแหว่งเพดานโหว่
  • กรดไขมันโอเมก้า 3 (DHA) จากการทานปลาทะเลอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง มีความสำคัญต่อพัฒนาการสมอง ระบบประสาท และการมองเห็นของทารก
  • ธาตุเหล็ก (Iron) จากเนื้อสัตว์โดยเฉพาะเนื้อแดง ตับ เลือดหมู/ไก่ มีผลช่วยสร้างเม็ดเลือดและพัฒนาการเรียนรู้ของทารก และควรทานคู่กับอาหารวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง มะละกอสุก หรือส้ม วิตามินซีจะช่วยเรื่องการดูดซึมธาตุเหล็กได้อย่างดี
  • แคลเซียม (Calcium) ควรทานเป็นประจำทุกวัน จากนม โยเกิร์ต ปลาตัวเล็กที่ทานได้ทั้งกระดูก และเต้าหู้ ช่วยเสริมสร้างกระดูกที่แข็งแรงของทารกในครรภ์

วัยทารกและเด็กเล็ก : รากฐานของชีวิต

  • 6 เดือนแรก นมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดและสมบูรณ์ที่สุด มีสารอาหารกว่า 200 ชนิด ช่วยสร้างเซลล์สมอง เส้นใยประสาท จอประสาทตา และสร้างภูมิคุ้มกัน คุณภาพน้ำนมคุณแม่เริ่มที่ทานอาหารให้เพียงพอ เพิ่มการทานเนื้อสัตว์ ธัญพืช ผักผลไม้ที่หลากหลาย และเลือกทานไขมันคุณภาพดี สำหรับสมุนไพรกระตุ้นน้ำนม ได้แก่ หัวปลี กุยช่าย ใบกะเพรา ขิง ใบแมงลัก

  • เมื่ออายุ 6 เดือนขึ้นไป นมแม่อย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะร่างกายต้องการพลังงานและสารอาหารเพิ่ม และระบบต่าง ๆ ของร่างกายพร้อมรับอาหารมากขึ้น สำหรับพัฒนาการขั้นต่อไปที่สำคัญ สารอาหารที่สำคัญ ได้แก่

  • โปรตีน (Protein) ทานได้จากเนื้อสัตว์ ไข่ นม และถั่วเมล็ดแห้ง สำคัญต่อการสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ ฮอร์โมน เอนไซม์ และภูมิคุ้มกัน เมื่อขาดหรือได้รับไม่เพียงพออาจทำให้เด็กตัวเล็ก เตี้ย กล้ามเนื้อลีบ ภูมิต้านทานต่ำ และพัฒนาการเรียนรู้ช้ากว่ากลุ่มวัยเดียวกัน ซึ่งเป็นผลเสียที่ไม่สามารถแก้ไขกลับคืน

    • แคลเซียม (Calcium) สารอาหารที่ไม่ควรมองข้าม อยู่ในนม โยเกิร์ต ปลาที่ทานได้ทั้งกระดูก รวมถึงเต้าหู้ จำเป็นต่อกระดูกและฟัน หากขาดแคลเซียมการเจริญเติบโตของร่างกายจะหยุดชะงัก หรือช้าลง
    • ธาตุเหล็ก (Iron) มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากสำหรับอายุ 1-2 ปีแรก จะส่งผลต่อการเรียนรู้และพัฒนาการอย่างถาวร แหล่งธาตุเหล็กที่ควรเลือกทาน เนื้อสัตว์โดยเฉพาะเนื้อแดง ตับ เลือดหมู/ไก่
    • ไอโอดีน (Iodine) สำคัญต่อฮอร์โมนไทรอยด์ที่กระตุ้นระบบประสาทและสมอง เมื่อได้รับไม่เพียงพอจะกระทบต่อการเรียนรู้บกพร่องและการเจริญเติบโตชะงัก ทานได้จากอาหารทะเล และสาหร่ายทะเล รวมถึงเครื่องปรุงที่มีส่วนผสมไอโอดีน

วัยเรียน และวัยรุ่น

พัฒนาการก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ร่างกายต้องการอาหารสำหรับเจริญเติบโต พัฒนาระบบต่างๆ ของร่างกาย และพัฒนาสมองพร้อมรับการเรียนรู้ การได้รับสารอาหารที่เพียงพอจึงส่งผลโดยตรงต่อความพร้อมในการเรียน ภูมิคุ้มกัน และการลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังในอนาคต วัยเรียนนี้ก็เป็นช่วงที่พบปัญหาทางโภชนาการอยู่บ่อยครั้ง ทั้ง

  • เด็กอ้วน เกิดจากการทานข้าว แป้ง น้ำตาล และไขมันมากเกินไป ร่วมกับการออกกำลังกายน้อย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของโรคเบาหวาน ความดันโลหิต และไขมันในเลือดสูงตั้งแต่เด็ก ควรลดขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มหวาน แนะนำปรับเป็นดื่มนมจืด และเพิ่มผัก-ผลไม้ในแต่ละมื้อ
  • เด็กผอม เกิดจากการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เจ็บป่วยบ่อย และความสูงหยุดชะงัก
  • เด็กเตี้ย เกิดจากการขาดอาหารและสารอาหารที่ร่างกายต้องการตามวัยเรื้อรัง ส่งผลต่อภูมิต้านทาน การเรียนรู้ และยังเพิ่มความเสี่ยงของโรคเรื้อรังเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ สำหรับเด็กผอมและเด็กเตี้ย ควรเพิ่มโปรตีน แคลเซียม นม ไข่ และไขมันดีในมื้ออาหารอย่างเหมาะสม เพื่อโภชนาการที่ดีสมวัย
  • วัยรุ่น ปัญหาที่พบส่วนใหญ่มักทานอาหารไม่ตรงเวลา ไม่ทานมื้อเช้า อดอาหารบางมื้อเพื่อลดน้ำหนัก ทานอาหารจานด่วน และมีความเชื่อผิดๆ จากคำเชิญชวนโฆษณา การทานอาหารที่เหมาะสมตามวัย มีคุณค่าโภชนาการครบถ้วน 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง และอาหารที่มีรสจัด ไม่ควรอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ควรใช้วิธีออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสมแทน

วัยทำงาน

มักใช้ชีวิตเร่งรีบ ทานอาหารที่ง่ายๆและรวดเร็ว เช่น ทานอาหารสำเร็จรูป อาหารทอด อาหารปิ้งย่าง และรับน้ำตาลมากเกินไป พฤติกรรมเหล่านี้กระตุ้นทำให้ร่างกายเสื่อม และเพิ่มความเสี่ยงของโรคอ้วน เบาหวาน และไตวายเรื้อรังได้

วัยทำงานควรให้ความสำคัญ การทานอาหารที่สร้างสมดุลระหว่างพลังงานที่รับและพลังงานที่ใช้ ด้วยการลดอาหารหวานมาก เครื่องดื่มน้ำตาลสูง ขนม เบเกอรี อาหารมันมาก หรือเค็มมาก ลดอาหารแปรรูป และอาหารปิ้งย่าง หันมาเลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปรุงอาหารด้วยการต้ม นึ่ง หรืออบ ทานผักผลไม้หลากสีแทนน้ำผลไม้หรือเครื่องดื่มน้ำตาลสูง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างมีคุณภาพ

วัยผู้สูงอายุ

วัยนี้ร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง ระบบย่อยและดูดซึมอาหารลดลง ความสามารถการรับรสและกลิ่นน้อยลง รวมถึงปัญหาการเคี้ยวและกลืน ซึ่งอาจทำให้ผู้สูงอายุทานน้อยลงและขาดสารอาหารโดยไม่รู้ตัว รวมถึงการทานโปรตีนจากอาหารลดลง

สำหรับผู้สูงอายุที่สุขภาพดี ควรทานอาหาร 5 หมู่ให้หลากหลาย เน้นข้าวกล้องหรือข้าวขัดสีน้อย ทานปลา ไข่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่วเมล็ดแห้ง ผักผลไม้หลากสีเป็นประจำ ดื่มนมจืดเพื่อเสริมแคลเซียม หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด เค็มจัด และไขมันสูง รวมถึงหลีกเลี่ยงชา กาแฟในปริมาณมากก่อนนอน เพื่อการนอนหลับพักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาสุขภาพผู้สูงอายุ คือ ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) พบได้ 1 ใน 3 ของประชากรทั่วไป โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ภาวะนี้เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยและอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น อาหารกลุ่มโปรตีนมีความสำคัญอย่างมาก การทานโปรตีนคุณภาพดี จากเนื้อสัตว์ ไข่ นมให้เพียงพอ ร่วมกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันภาวะนี้ได้

อีกหนึ่งปัญหาที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ปัญหาการเคี้ยว ควรปรับรูปแบบอาหารโดยการหั่นหรือสับให้เป็นชิ้นเล็ก แล้วนำไปต้ม นึ่ง ตุ๋น หรือลวกให้นุ่ม เคี้ยวง่าย ใช้เครื่องเทศและสมุนไพรเพื่อช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร และเน้นการจัดเสิร์ฟที่มีสีสันน่ารับประทาน การปรับเนื้อสัมผัสอาหารให้เหมาะสมและง่ายต่อการเคี้ยว จะช่วยให้ผู้สูงอายุทานอาหารได้มากขึ้น และสุขภาพดี

การดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด ไม่ใช่การรักษาเมื่อป่วย แต่คือการ ป้องกัน ด้วยโภชนาการที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย เพราะทุกมื้ออาหารที่เราเลือก คือการลงทุนเพื่อสุขภาพ

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...