โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดผลลัพธ์ “อนุทิน“ เยือนจีน คุย ”สี จิ้นผิง“ประเทศไทยได้อะไร?

INN News

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

การเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่แน่นอนว่าคงไม่ใช่เพียงภารกิจด้านการทูตเท่านั้น แต่มีเป้าหมายทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการวางตำแหน่งของประเทศไทย ท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจและความตึงเครียดในภูมิภาค

จากการหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สะท้อนภาพความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่ยังคงแน่นแฟ้น โดยยืนยันพร้อมสนับสนุนไทยในหลายมิติ ทั้งด้านความมั่นคง การค้า การลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากร ซึ่งล้วนเป็นประเด็นสำคัญต่อการยกระดับขีดความสามารถของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว หนึ่งในผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด คือ โอกาสด้านการลงทุน

ภารกิจครั้งนี้มีนักธุรกิจไทยกว่า 153 คน จาก 48 บริษัท เดินทางร่วมคณะ เพื่อเข้าร่วมเวทีจับคู่ธุรกิจและเปิดสำนักงานใหญ่แห่งที่ 4 ที่นครเฉิงตู สะท้อนว่าภาคเอกชนไทยมองเห็นโอกาสในตลาดจีน ไม่ใช่เพียงการค้าขาย แต่รวมถึงการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะเดียวกัน การหารือกับนักลงทุนจีนยังพบว่า จีนยังเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โลจิสติกส์ และตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งสามารถใช้เป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ได้

รัฐบาลไทยจึงประกาศชัดว่าจะเร่งลดขั้นตอนราชการ อำนวยความสะดวกการลงทุน และย้ำจุดยืนต่อต้านการทุจริต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ

และอีกประเด็นสำคัญ คือ การลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง โดยนักวิชาการด้านความมั่นคง ดร.สุรชาติ บำรุงสุข มองว่า เป้าหมายสำคัญของการเยือนจีนครั้งนี้ คือการดึงเม็ดเงินลงทุนจากกลุ่มเทคโนโลยีระดับสูงของจีน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI รวมถึงศูนย์ข้อมูล Data Center ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต หากไทยสามารถดึงการลงทุนเหล่านี้ได้จริง จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรม เพิ่มการจ้างงาน และเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

วนในมิติ ความมั่นคง ถือเป็นอีกหัวข้อสำคัญที่ถูกจับตามอง นายอนุทิน ย้ำต่อผู้นำจีนว่า ไทยไม่ต้องการความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่มีหน้าที่ต้องปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน

ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เสนอให้จีนทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก เพื่อช่วยให้ไทยและกัมพูชากลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์ และร่วมกันหาทางออกของปัญหาผ่านการเจรจา

อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือ คือ การส่งมอบรถถังของจีนให้กัมพูชา ซึ่งสร้างความกังวลในสังคมไทย

ฝ่ายจีนชี้แจงว่า เป็นสัญญาที่ลงนามไว้ก่อนเกิดความขัดแย้ง และแม้จะเคยชะลอการส่งมอบในช่วงสถานการณ์อ่อนไหว แต่สุดท้ายจำเป็นต้องปฏิบัติตามสัญญา พร้อมยืนยันกับรัฐบาลไทยว่า ยุทธภัณฑ์ดังกล่าวจะไม่ถูกนำมาใช้สร้างความเสียหายต่อประเทศไทย

ในมุมมองเชิงภูมิรัฐศาสตร์ หลายฝ่ายเชื่อว่า จีนเองก็ไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งไทย-กัมพูชายืดเยื้อ เพราะทั้งสองประเทศต่างเป็นพันธมิตรสำคัญของจีนในภูมิภาค หากสถานการณ์บานปลาย ย่อมเปิดช่องให้มหาอำนาจภายนอกเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของจีน

ดังนั้น บทบาทของจีนในฐานะผู้ประสานความร่วมมือ หรือแม้แต่ผู้ผลักดันให้ทั้งสองประเทศกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา จึงเป็นอีกประเด็นที่ทั่วโลกกำลังจับตา

นอกจากนี้ ไทยยังใช้เวทีนี้สร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว โดยย้ำถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย ความเป็นธรรมต่อนักท่องเที่ยว และศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งยังเป็นตลาดหลักของไทย

การเยือนจีนครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่การลงทุน เทคโนโลยี และความร่วมมือด้านความมั่นคง ขณะเดียวกันก็สะท้อนบทบาทของไทยในการรักษาสมดุลทางการทูต ท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนขึ้นทุกขณะ…

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...