‘ดี้ นิติพงษ์’ ตบะแตก! ซัดระบบยุติธรรมอ่อนแอ จี้ลงโทษหนักนักโทษก่อคดีซ้ำ
“ดี้” นิติพงษ์ ห่อนาค โพสต์ยาวสะเทือนโซเชียล หลังสะเทือนใจกับคดีฆ่าสองพี่น้องชาวรัสเซีย วิจารณ์ระบบยุติธรรมและการลงโทษผู้กระทำผิดซ้ำ พร้อมเสนอให้ยกระดับบทลงโทษขั้นสูงสุดกับผู้ต้องขังที่พ้นโทษแล้วกลับมาก่อคดีร้ายแรงอีกครั้ง
1 สิงหาคม 2569 - นายนิติพงษ์ ห่อนาค หรือ ดี้ นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กว่าเข้าพรรษาแล้ว…ไม่อยากคิดอะไรอกุศลเลยแม่ประไพ…แต่มันเกิดร้อนรุ่มใจ….
ไม่ได้เปิดดูข่าวโทรทัศน์นานแล้ว ดูแต่ยูทูบมีสารคดีสร้างนั่นประดิษฐ์นี่ ดูเพลิน ได้ความรู้…สบายใจ จิตเย็น… แล้วก็รู้ข่าวบ้างจากเฟซบุคนี่แหละ…ไม่ถึงกับตกข่าว…ไถไปไถมา มีแต่เรื่องการเมืองอะไรไม่รู้ งุ้งๆงิ้งๆ…เหมือนได้ยินแมวข้างบ้านกัดกัน….ไม่น่าสนใจยังปัดทิ้งไปได้ง่ายๆ
วันนี้เปิดโทรทัศน์…เห็นข่าวไทยรัฐ…
“ไอ้สองขี้คุกเพิ่งออกมา..ฆ่าเด็กรัสเซียไปสองคน” แค่จะปล้นจักรยานยนต์… เห็นข่าวแล้วจิตตกเลย…
มันไม่ใช่ครั้งแรกของประเทศไทย และไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอนที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้…..
คนที่มันไม่ควรมีชีวิตอยู่ หรือควรจะอยู่ในคุกไปตลอด กับ คนที่ทำผิดพลาดไปชั่วแล่นชั่วโลภ นั้นไม่เหมือนกันแม้สักนิด…
อย่างแรก…ไม่มีต่อมสำนึกใดๆ ส่วน อย่างหลังเป็นพวกที่พอมีสำนึกได้ว่าถูกลงทัณฑ์แล้ว ออกมาจะไม่ทำผิดพลาดกับชีวิตอีก และมีชีวิตที่ดีได้ต่อไป กับตนเองและสังคม….ก็เป็นที่นับหน้าถือตาเท่าเทียมผู้คนทั่วไปได้ปกติ…
แต่ไอ้พวกแรก…..มันมีต่อมเดียว….คือต่อมไร้หัว… ไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งสิ้น อยากอะไรก็ทำเลย….
ฉันอดคิดไม่ได้ว่า….ระบบการให้คุณให้โทษของสังคมเรา ยังอ่อนแอมาก….
คนคนหนึ่ง…ฆ่าคนได้ โดยไม่เคยรู้จัก ไม่เคยโกรธ แค่อยากได้ของมีค่าเขา เอาไปกินเที่ยวเล่น….
กับอีกคนหนึ่ง…เห็นแมวกำลังจะข้ามถนนบนทางด่วน….ต้องพยายามจอดรถข้างทาง แล้วโบกมือให้เพื่อน ๆ เบารถ …. เพื่อจะตามไปอุ้มแมวตัวนั้น…เอากลับไปเลี้ยงที่บ้าน
สองคนนี้มันอยู่ในไฟลัมเดียวกันได้ยังไง….มีอวัยวะเหมือนกันได้ยังไง…
กระบวนการยุติธรรม เป็นสิ่งสำคัญสำหรับสังคม…ให้คนแต่ละไฟลัม สเปชี่ส์ อยู่ด้วยกันได้ โดยสงบ หรือกระทบเบียดเบียนกันให้น้อยที่สุด…
เมื่อมีคนทำผิด ก็มีการเข้าพิสูจน์ด้วยระบบยุติธรรม…ซึ่งเขียนไว้อย่างดิบดี ตั้งแต่ ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง… จนเมื่อพิสูจน์ได้ว่า ทำผิดจริงด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทั้งควรเห็นใจและไม่ควรเห็นใจ….ก็ถึงไปสู่บทลงโทษ….ราชทัณฑ์
มีเพื่อนที่เป็นผู้พิพากษาเล่าให้ฟังว่า….ศาลก็รับสำนวนกล่าวหาตั้งแต่ตำรวจ อัยการ เขียนกันแทบตาย…ก็ต้องมาสู้รบกับทนายจำเลย….ซึ่งก็ทำหน้าที่แก้ต่างให้จำเลยตามระบบ…เพราะจำเลยที่ไม่ผิดก็มีเยอะพอ ๆ กับที่ผิด…ก็เป็นระบบยุติธรรมที่สากลและวิญญูชนยอมรับได้
ตัวบทกฎหมาย…ของไทย ก็ไม่ได้หน่อมแน้ม ถ้าไปอ่านดู… มีจำมีปรับ “ไม่เกิน” เท่านั้นเท่านี้…และมีถึงประหารชีวิต…. โดยที่มีลดราคาให้สำหรับคนที่ยอมรับผิด สำนึกผิด…ซึ่งเป็นความเมตตาของกฎหมาย…
ยกเว้นพวกปากแข็ง แล้วจำนนต่อหลักฐาน….ก็ไม่ได้ลดราคา…
แต่อยากให้กฎหมายอาญา….เขียนบทลงโทษด้วยคำว่า “ไม่ต่ำกว่า”…ดูบ้าง….คำว่า “ไม่เกิน” นี่ ในเชิงจิตวิทยา มันดูอ่อนโยนจัง
กลับมาที่…ทำไม….คนที่มันเคยติดคุก ที่สังคมเมตตามัน….ให้โอกาสมัน….มันถึงได้ผิดเยี่ยงเดิมหรือหนักกว่า….
นั่นเป็นเพราะว่า….มันไม่รู้สึกผิดไง… แค่มันถูกจับขัง มีข้าวกินฟรีด้วย พอได้ออกมาเพราะครบกำหนด หรือก่อนกำหนดที่ศาลตัดสินไว้….ออกมาแล้วเคว้งคว้าง อยู่ในคุกมาห้าปี….ออกมาทำอะไรดีวะ
ต้องไปหางานทำ ไม่อะ….อยู่ในคุกยังไม่เห็นต้องทำอะไรหนัก ออกมาข้างนอกงานหนักกว่าอีก….เงินก็ไม่พอซื้อข้าวกิน อนาคตก็ไม่มีอยู่แล้ว…..
เคยดูหนังเรื่องที่ชอบมากที่สุดเรื่องหนึ่ง คือ Shawshank Redemtion เรื่องนักโทษกับคุกนี่แหละ….ฉากหนึ่งที่อึ้งมาก ๆ คือ นักโทษที่ติดคุกมาหลายสิบปี จนคุกคือบ้าน เป็นนักโทษดี ช่วยงานในคุกจนได้เป็นบรรณารักษ์ห้องสมุด….. แล้วถึงวันที่ต้องออกจากคุก เพราะครบกำหนด….
ออกมาเจอโลกภายนอก….ในวัยเกือบแปดสิบปี….เหมือนปลาที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระบนพื้นโลก ไม่ต้องถูกขังอยู่ในน้ำอีกแล้ว……
เขาไปเช่าโรงแรมเก่าๆ พัก… แล้วก็แกะสลักบนขื่อไม้ว่า ฉันเคยมาที่นี่…แล้วก็เอาเชือกคล้องคอ….ผูกคอตาย…
แต่นั่นมันหนัง…..มีอีโม…ให้เห็นความสวยงามของสิ่งที่ไม่สวยงามได้….
บ้านเรา ปล่อยคนออกมาจากคุก ไม่รู้มีไฟลัมไหนบ้าง ไฟลัมกเฬวราก หรือไฟลัมผู้สำนึกใหม่…
ไอ้สองคนที่ออกมาปล้นฆ่าอีกครั้ง…..มันคงคิดว่า….ออกมาก็ดี….จะได้มาหาอะไรสนุกๆ ที่ไม่ใช่งาน…ปล้นมั่ง ฆ่าใครก็ได้…ได้เงินมาก็เอาไปเที่ยว ไปเสพ ถ้าไม่ถูกจับได้…ก็สนุก เล่นต่อไปเรื่อยๆ ไม่เห็นเป็นไร…��เหนื่อยหน่อย ต้องขุดหลุมฝังศพพวกเหยื่อ….แต่ก็เป็นงานเคยชินในคุกอยู่แล้ว…..สบาย
เอ้า ถูกจับ….แล้วไง……ก็พูดอะไรไปเรื่อย จ๋อยๆๆ รับมั่ง ไม่รับมั่ง ภาคเสธ แล้วก็มีตำรวจมาหิ้ว มาถาม….ถูกขัง…แล้วไง ก็ถูกขังมาแล้วไง ก่อนถูกตัดสิน มีข้าวกินในโรงพัก หรือศาลฝากขัง ไม่ต้องเหนื่อยทำงานอะไร…นี่หว่า
ขึ้นศาล…อยากพูดไรก็พูด รับ ๆ ไว้หน่อย เผื่อจะลดราคา….แล้วศาลก็จะตัดสินประหารกู…ก็ได้นะ
แต่ก็กูสารภาพไปบ้างแล้วไง…ไม่ตายหรอก ก็แค่กลับไปเรือนจำ บ้านที่เคยอยู่ มีข้าวกิน….
บทลงโทษบ้านเรา….มีเมตตากับผู้ร้ายเสมอ เพราะเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ หรือรำคาญเสียงนังพวกสิทธิมนุษยชนที่มุ่งอภิบาลทรชน ไม่สนผู้เป็นเหยื่อ….ก็ไม่รู้
ขอเสนอหน่อยเถิดใต้เท้า ศาลที่เคารพ ราชทัณฑ์ที่นับถือ….ขอแค่…..นักโทษที่ออกมาจากเรือนจำแล้ว….ไม่สำนึก….ทำเรื่องเลวร้ายได้เหมือนเดิม…..บทลงโทษขอให้สูงสุด ไม่มีลดราคาเถิด….��โทษประหารที่พิพากษาไว้….ควรเกิดขึ้นจริงบ้าง….เพื่อกำจัดอมนุษย์ไฟลัมไม่สำนึกและโหดเหี้ยมนี้….และเพื่อเขียนเสือให้หมากลัว…. มันจะได้ไม่ย่ามใจกันอีก….
การที่สังคมเมตตาต่อ มนุษย์ไฟลัมอมนุษย์นี้ เท่ากับ ไร้เมตตา ต่อ มนุษย์ที่เป็นไฟลัมปกติ มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีนะจ๊ะ…..
นาน ๆ ที ตบะแตกที….ก็มีเขียนยาวบ้างนะ…แม่ประไพพ่อทิดเอิบ.