โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ดี้ นิติพงษ์’ ตบะแตก! ซัดระบบยุติธรรมอ่อนแอ จี้ลงโทษหนักนักโทษก่อคดีซ้ำ

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 สิงหาคม 2569 เวลา 18.43 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ดี้” นิติพงษ์ ห่อนาค โพสต์ยาวสะเทือนโซเชียล หลังสะเทือนใจกับคดีฆ่าสองพี่น้องชาวรัสเซีย วิจารณ์ระบบยุติธรรมและการลงโทษผู้กระทำผิดซ้ำ พร้อมเสนอให้ยกระดับบทลงโทษขั้นสูงสุดกับผู้ต้องขังที่พ้นโทษแล้วกลับมาก่อคดีร้ายแรงอีกครั้ง

1 สิงหาคม 2569 - นายนิติพงษ์ ห่อนาค หรือ ดี้ นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กว่าเข้าพรรษาแล้ว…ไม่อยากคิดอะไรอกุศลเลยแม่ประไพ…แต่มันเกิดร้อนรุ่มใจ….

ไม่ได้เปิดดูข่าวโทรทัศน์นานแล้ว ดูแต่ยูทูบมีสารคดีสร้างนั่นประดิษฐ์นี่ ดูเพลิน ได้ความรู้…สบายใจ จิตเย็น… แล้วก็รู้ข่าวบ้างจากเฟซบุคนี่แหละ…ไม่ถึงกับตกข่าว…ไถไปไถมา มีแต่เรื่องการเมืองอะไรไม่รู้ งุ้งๆงิ้งๆ…เหมือนได้ยินแมวข้างบ้านกัดกัน….ไม่น่าสนใจยังปัดทิ้งไปได้ง่ายๆ

วันนี้เปิดโทรทัศน์…เห็นข่าวไทยรัฐ…

“ไอ้สองขี้คุกเพิ่งออกมา..ฆ่าเด็กรัสเซียไปสองคน” แค่จะปล้นจักรยานยนต์… เห็นข่าวแล้วจิตตกเลย…

มันไม่ใช่ครั้งแรกของประเทศไทย และไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอนที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้…..

คนที่มันไม่ควรมีชีวิตอยู่ หรือควรจะอยู่ในคุกไปตลอด กับ คนที่ทำผิดพลาดไปชั่วแล่นชั่วโลภ นั้นไม่เหมือนกันแม้สักนิด…

อย่างแรก…ไม่มีต่อมสำนึกใดๆ ส่วน อย่างหลังเป็นพวกที่พอมีสำนึกได้ว่าถูกลงทัณฑ์แล้ว ออกมาจะไม่ทำผิดพลาดกับชีวิตอีก และมีชีวิตที่ดีได้ต่อไป กับตนเองและสังคม….ก็เป็นที่นับหน้าถือตาเท่าเทียมผู้คนทั่วไปได้ปกติ…

แต่ไอ้พวกแรก…..มันมีต่อมเดียว….คือต่อมไร้หัว… ไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งสิ้น อยากอะไรก็ทำเลย….

ฉันอดคิดไม่ได้ว่า….ระบบการให้คุณให้โทษของสังคมเรา ยังอ่อนแอมาก….

คนคนหนึ่ง…ฆ่าคนได้ โดยไม่เคยรู้จัก ไม่เคยโกรธ แค่อยากได้ของมีค่าเขา เอาไปกินเที่ยวเล่น….

กับอีกคนหนึ่ง…เห็นแมวกำลังจะข้ามถนนบนทางด่วน….ต้องพยายามจอดรถข้างทาง แล้วโบกมือให้เพื่อน ๆ เบารถ …. เพื่อจะตามไปอุ้มแมวตัวนั้น…เอากลับไปเลี้ยงที่บ้าน

สองคนนี้มันอยู่ในไฟลัมเดียวกันได้ยังไง….มีอวัยวะเหมือนกันได้ยังไง…

กระบวนการยุติธรรม เป็นสิ่งสำคัญสำหรับสังคม…ให้คนแต่ละไฟลัม สเปชี่ส์ อยู่ด้วยกันได้ โดยสงบ หรือกระทบเบียดเบียนกันให้น้อยที่สุด…

เมื่อมีคนทำผิด ก็มีการเข้าพิสูจน์ด้วยระบบยุติธรรม…ซึ่งเขียนไว้อย่างดิบดี ตั้งแต่ ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง… จนเมื่อพิสูจน์ได้ว่า ทำผิดจริงด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทั้งควรเห็นใจและไม่ควรเห็นใจ….ก็ถึงไปสู่บทลงโทษ….ราชทัณฑ์

มีเพื่อนที่เป็นผู้พิพากษาเล่าให้ฟังว่า….ศาลก็รับสำนวนกล่าวหาตั้งแต่ตำรวจ อัยการ เขียนกันแทบตาย…ก็ต้องมาสู้รบกับทนายจำเลย….ซึ่งก็ทำหน้าที่แก้ต่างให้จำเลยตามระบบ…เพราะจำเลยที่ไม่ผิดก็มีเยอะพอ ๆ กับที่ผิด…ก็เป็นระบบยุติธรรมที่สากลและวิญญูชนยอมรับได้

ตัวบทกฎหมาย…ของไทย ก็ไม่ได้หน่อมแน้ม ถ้าไปอ่านดู… มีจำมีปรับ “ไม่เกิน” เท่านั้นเท่านี้…และมีถึงประหารชีวิต…. โดยที่มีลดราคาให้สำหรับคนที่ยอมรับผิด สำนึกผิด…ซึ่งเป็นความเมตตาของกฎหมาย…

ยกเว้นพวกปากแข็ง แล้วจำนนต่อหลักฐาน….ก็ไม่ได้ลดราคา…

แต่อยากให้กฎหมายอาญา….เขียนบทลงโทษด้วยคำว่า “ไม่ต่ำกว่า”…ดูบ้าง….คำว่า “ไม่เกิน” นี่ ในเชิงจิตวิทยา มันดูอ่อนโยนจัง

กลับมาที่…ทำไม….คนที่มันเคยติดคุก ที่สังคมเมตตามัน….ให้โอกาสมัน….มันถึงได้ผิดเยี่ยงเดิมหรือหนักกว่า….

นั่นเป็นเพราะว่า….มันไม่รู้สึกผิดไง… แค่มันถูกจับขัง มีข้าวกินฟรีด้วย พอได้ออกมาเพราะครบกำหนด หรือก่อนกำหนดที่ศาลตัดสินไว้….ออกมาแล้วเคว้งคว้าง อยู่ในคุกมาห้าปี….ออกมาทำอะไรดีวะ

ต้องไปหางานทำ ไม่อะ….อยู่ในคุกยังไม่เห็นต้องทำอะไรหนัก ออกมาข้างนอกงานหนักกว่าอีก….เงินก็ไม่พอซื้อข้าวกิน อนาคตก็ไม่มีอยู่แล้ว…..

เคยดูหนังเรื่องที่ชอบมากที่สุดเรื่องหนึ่ง คือ Shawshank Redemtion เรื่องนักโทษกับคุกนี่แหละ….ฉากหนึ่งที่อึ้งมาก ๆ คือ นักโทษที่ติดคุกมาหลายสิบปี จนคุกคือบ้าน เป็นนักโทษดี ช่วยงานในคุกจนได้เป็นบรรณารักษ์ห้องสมุด….. แล้วถึงวันที่ต้องออกจากคุก เพราะครบกำหนด….

ออกมาเจอโลกภายนอก….ในวัยเกือบแปดสิบปี….เหมือนปลาที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระบนพื้นโลก ไม่ต้องถูกขังอยู่ในน้ำอีกแล้ว……

เขาไปเช่าโรงแรมเก่าๆ พัก… แล้วก็แกะสลักบนขื่อไม้ว่า ฉันเคยมาที่นี่…แล้วก็เอาเชือกคล้องคอ….ผูกคอตาย…

แต่นั่นมันหนัง…..มีอีโม…ให้เห็นความสวยงามของสิ่งที่ไม่สวยงามได้….

บ้านเรา ปล่อยคนออกมาจากคุก ไม่รู้มีไฟลัมไหนบ้าง ไฟลัมกเฬวราก หรือไฟลัมผู้สำนึกใหม่…

ไอ้สองคนที่ออกมาปล้นฆ่าอีกครั้ง…..มันคงคิดว่า….ออกมาก็ดี….จะได้มาหาอะไรสนุกๆ ที่ไม่ใช่งาน…ปล้นมั่ง ฆ่าใครก็ได้…ได้เงินมาก็เอาไปเที่ยว ไปเสพ ถ้าไม่ถูกจับได้…ก็สนุก เล่นต่อไปเรื่อยๆ ไม่เห็นเป็นไร…��เหนื่อยหน่อย ต้องขุดหลุมฝังศพพวกเหยื่อ….แต่ก็เป็นงานเคยชินในคุกอยู่แล้ว…..สบาย

เอ้า ถูกจับ….แล้วไง……ก็พูดอะไรไปเรื่อย จ๋อยๆๆ รับมั่ง ไม่รับมั่ง ภาคเสธ แล้วก็มีตำรวจมาหิ้ว มาถาม….ถูกขัง…แล้วไง ก็ถูกขังมาแล้วไง ก่อนถูกตัดสิน มีข้าวกินในโรงพัก หรือศาลฝากขัง ไม่ต้องเหนื่อยทำงานอะไร…นี่หว่า

ขึ้นศาล…อยากพูดไรก็พูด รับ ๆ ไว้หน่อย เผื่อจะลดราคา….แล้วศาลก็จะตัดสินประหารกู…ก็ได้นะ

แต่ก็กูสารภาพไปบ้างแล้วไง…ไม่ตายหรอก ก็แค่กลับไปเรือนจำ บ้านที่เคยอยู่ มีข้าวกิน….

บทลงโทษบ้านเรา….มีเมตตากับผู้ร้ายเสมอ เพราะเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ หรือรำคาญเสียงนังพวกสิทธิมนุษยชนที่มุ่งอภิบาลทรชน ไม่สนผู้เป็นเหยื่อ….ก็ไม่รู้

ขอเสนอหน่อยเถิดใต้เท้า ศาลที่เคารพ ราชทัณฑ์ที่นับถือ….ขอแค่…..นักโทษที่ออกมาจากเรือนจำแล้ว….ไม่สำนึก….ทำเรื่องเลวร้ายได้เหมือนเดิม…..บทลงโทษขอให้สูงสุด ไม่มีลดราคาเถิด….��โทษประหารที่พิพากษาไว้….ควรเกิดขึ้นจริงบ้าง….เพื่อกำจัดอมนุษย์ไฟลัมไม่สำนึกและโหดเหี้ยมนี้….และเพื่อเขียนเสือให้หมากลัว…. มันจะได้ไม่ย่ามใจกันอีก….

การที่สังคมเมตตาต่อ มนุษย์ไฟลัมอมนุษย์นี้ เท่ากับ ไร้เมตตา ต่อ มนุษย์ที่เป็นไฟลัมปกติ มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีนะจ๊ะ…..

นาน ๆ ที ตบะแตกที….ก็มีเขียนยาวบ้างนะ…แม่ประไพพ่อทิดเอิบ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...