โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พาณิชย์จับมือหน่วยงานรัฐ จัดการปัญหาต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินี

ไทยโพสต์

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พาณิชย์ ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ เดินหน้าป้องกันและปราบปราม การใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) เชื่อมโยงข้อมูลสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย

28 กรกฎาคม 2569 - นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางหรือนอมินีเป็นลำดับต้น โดยได้บูรณาการความร่วมมือเชื่อมโยงระบบข้อมูลนิติบุคคลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่และบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงาน ส่งผลต่อการป้องกันและปราบปรามนอมินีอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลต่อการสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจของประเทศ

หนึ่งในปัญหาสำคัญที่กรมฯ กำลังร่วมกับกรมที่ดินดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวด คือ การถือครองอสังหาริมทรัพย์และที่ดินของชาวต่างชาติ ซึ่งโดยหลักการทั่วไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน ชาวต่างชาติไม่สามารถดำเนินการได้ แต่เลือกใช้นิติบุคคลบังหน้าในการถือครองฯ และใช้วิธีการซื้อขายโดยวิธีการเปลี่ยนกรรมการและผู้ถือหุ้นกันเป็นทอดๆ โดยใช้ช่องว่างหลีกเลี่ยงกฎหมาย แทนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และที่ดินกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า มีนิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 49 (สถานะเป็นไทย) ซึ่งโครงสร้างการถือหุ้นดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นนอมินี หรือใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเข้าถือครองอสังหาริมทรัพย์และที่ดิน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องร่วมกันดำเนินการตรวจสอบ

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป กรมฯ จะระบุข้อควรทราบไว้ในสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีการคัดถ่ายจากกรมฯ ทุกฉบับว่า “บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับนี้ นายทะเบียนรับไว้ตามที่กรรมการบริษัทจัดส่ง การที่นายทะเบียนให้คัดสำเนาเอกสารมิใช่เป็นการรับรองถึงความถูกต้องแท้จริงของสถานะผู้ถือหุ้นตามที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ การพิจารณาว่าบุคคลใดเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ต้องพิจารณาจากสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นที่อยู่ในความครอบครองของบริษัท ซึ่งได้รับการสันนิษฐานจากกฎหมายว่าเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้อง มิใช่สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่นายทะเบียนจัดเก็บไว้” เพื่อให้ทุกหน่วยงานและประชาชนทั่วไปได้ทราบข้อกฎหมายและนำไปกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องเป็นไปตามกฎหมาย

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า แนวทางการดำเนินงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในเรื่องการรับสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นดังกล่าว เป็นไปตามแนวคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งวินิจฉัยว่า นายทะเบียนมีหน้าที่เพียงรับและจัดเก็บเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด มิใช่ผู้รับรองสถานะหรือสิทธิความเป็นผู้ถือหุ้นของบุคคล โดยการพิจารณาว่าบุคคลใดเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ต้องตรวจสอบจากสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นซึ่งบริษัทเป็นผู้จัดทำและเก็บรักษาไว้ ทั้งนี้ ตามบทบาทและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีหน้าที่รับสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่กรรมการบริษัทนำส่ง เพื่อจัดเก็บและเปิดเผยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและคัดสำเนาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1020 โดยเอกสารดังกล่าวเป็นข้อมูลที่บริษัทมีหน้าที่นำส่งเพื่อเปิดเผยต่อสาธารณะ มิใช่เป็นการรับรองสถานะหรือสิทธิความเป็นผู้ถือหุ้นของบุคคลแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม แม้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะไม่มีอำนาจในการรับรองสถานะผู้ถือหุ้น แต่กรมฯ ไม่นิ่งนอนใจต่อปัญหาการนำโครงสร้างนิติบุคคลไปใช้หลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมายของหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นภายหลังการจัดตั้งบริษัท ซึ่งอาจส่งผลต่อการกำกับดูแลตามกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมฯ จึงให้ความสำคัญกับการแจ้งข้อมูลผู้ถือหุ้นของบริษัทให้มีความถูกต้องมากที่สุด โดยจะตรวจสอบข้อมูลบุคคลจากการเชื่อมโยงข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อป้องกันผู้ถือหุ้นทิพย์ (ไม่มีตัวตนจริง) และจะเฝ้าระวังและสนับสนุนข้อมูล เพื่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตรวจสอบและดำเนินการได้อย่างทันท่วงที

ที่ผ่านมา กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนหลายแห่ง เพื่อร่วมกันป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง การเปิดบัญชีม้าของนิติบุคคล การแก้ไขปัญหาการถือครองทรัพย์สินแทนคนต่างด้าว รวมถึงการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง และบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้เชื่อมโยงฐานข้อมูลนิติบุคคลกับหน่วยงานภาครัฐจำนวนมาก เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบข้อมูลประกอบการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน และพร้อมให้ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเมื่อมีการร้องขอตามอำนาจหน้าที่ของกฎหมาย เพื่อให้การดำเนินงานของภาครัฐเป็นไปอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเชื่อมั่นว่าการแก้ไขปัญหาการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางจะเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยกรมฯ พร้อมสนับสนุนการทำงานของทุกหน่วยงานผ่านการพัฒนาฐานข้อมูล การเชื่อมโยงข้อมูล และการดำเนินงานภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ของกฎหมาย เพื่อยกระดับความโปร่งใสในการประกอบธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบเศรษฐกิจ และสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายของประเทศให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน ปัจจุบันมีนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนและยังดำเนินกิจการอยู่รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,004,558 ราย แบ่งเป็น ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 200,327 ราย บริษัทจำกัด 802,717 ราย และบริษัทมหาชนจำกัด 1,514 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569)” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...