นาซาเผยภาพความร้อนที่ซ่อนอยู่ ณ สองขั้วโลก! ดาวเทียมคู่ PREFIRE เผยข้อมูลพลังงานอินฟราเรดไกลสมบูรณ์แบบเป็นครั้งแรก
บริเวณเหนือสุดและใต้สุดของโลกกำลังเผยความลับด้านพลังงานที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน เมื่อนาซาเปิดเผยข้อมูลการแผ่รังสีความร้อนย่านอินฟราเรดไกลบริเวณขั้วโลกจากดาวเทียมสำรวจชุดใหม่ ซึ่งช่วยไขปริศนาระบบการถ่ายเทพลังงานที่มีผลต่อสภาพภูมิอากาศทั่วโลก
ภารกิจนี้มีชื่อว่า การทดลองพลังงานรังสีขั้วโลกในย่านอินฟราเรดไกล (PREFIRE - Polar Radiant Energy in the Far-InfraRed Experiment) ซึ่งใช้งานดาวเทียมคิวบ์แซต (CubeSats) ฝาแฝดขนาดจิ๋วสองดวงที่เริ่มเก็บข้อมูลวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 จนกระทั่งบันทึกวงรอบการเปลี่ยนผ่านฤดูกาลของทั้งขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ถึงสองรอบปี โดยข้อมูลแสดงให้เห็นการแกว่งตัวของอุณหภูมิพื้นผิวระหว่างความหนาวเย็นยะเยือกกับความอบอุ่นอย่างชัดเจน
แม้จะอยู่บนโลกเดียวกัน แต่การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ณ สองขั้วโลกกลับมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในอาร์กติก (Arctic) ช่วงฤดูหนาวที่มืดมิดและหนาวจัดจะส่งไม้ต่อให้กับฤดูร้อนที่อบอุ่นพอจะละลายผืนแผ่นดินเยือกแข็งหรือทุ่งทุนดราและน้ำแข็งทะเลได้อย่างกว้างขวาง ในทางกลับกันแอนตาร์กติกา (Antarctica) ซึ่งเป็นทวีปที่หนาวเย็นที่สุดในโลก อุณหภูมิในฤดูร้อนแทบจะไม่เคยสูงเกินจุดเยือกแข็ง ก่อนที่จะหวนคืนสู่ความหนาวเย็นระดับสุดขั้วอีกครั้ง
https://www.spacemanthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/seasonaltempbal_prefire_2026_loop.mp4
การผันผวนของอุณหภูมิพื้นผิวขั้วโลกถือเป็นหน้าต่างสำคัญในการศึกษาพลังงานของโลก หรือสมดุลของพลังงานที่ไหลเข้าและออกจากระบบโลก โดยพลังงานแสงอาทิตย์ที่พื้นผิวดูดซับไว้จะถูกแผ่พลังงานกลับออกมาในรูปของความร้อนรังสีอินฟราเรด สะท้อนวนเวียนระหว่างพื้นผิวโลกและชั้นบรรยากาศก่อนจะออกสู่อวกาศ ระบบการหมุนเวียนของบรรยากาศและมหาสมุทรจะพัดพาความร้อนส่วนเกินจากเขตศูนย์สูตรไปยังขั้วโลก เพื่อให้ขั้วโลกทำหน้าที่กระจายความร้อนออกสู่อวกาศ ซึ่งช่วยควบคุมอุณหภูมิของดาวเคราะห์ดวงนี้ให้อยู่ในภาวะสมดุล
แชด กรีน (Chad Greene) นักธารน้ำแข็งวิทยาประจำห้องปฏิบัติการขับดันไอพ่น (JPL - Jet Propulsion Laboratory) ของนาซา ระบุว่า การตรวจจับความร้อนที่มองไม่เห็นซึ่งแผ่ออกจากพื้นที่ที่หนาวเย็นที่สุด ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจสาเหตุที่ขั้วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นส่งผลอย่างไรต่อพื้นที่ส่วนอื่น ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ทราบมานานแล้วว่าการแผ่รังสีอินฟราเรดไกลคิดเป็นเกือบ 60% ของพลังงานที่โลกสูญเสียออกสู่อวกาศ แต่สเปกตรัมส่วนนี้กลับไม่เคยถูกวัดอย่างครอบคลุมในระดับโลกมาก่อน จนกระทั่งภารกิจนี้ได้เข้ามาติดตามพลังงานล่องหนแบบเกือบเรียลไทม์
ทริสตัน เลอคูเยอร์ (Tristan L’Ecuyer) นักวิทยาศาสตร์บรรยากาศจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน และหัวหน้าทีมวิจัยหลักของภารกิจ ได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า ระบบลมฟ้าอากาศ การไหลของสายน้ำ เส้นทางการขนส่งทางเรือ และความมั่นคงของแผ่นน้ำแข็ง ต่างได้รับอิทธิพลจากการเคลื่อนที่ของพลังงานในสเปกตรัมย่านนี้ การทำให้สิ่งที่เคยล่องหนสามารถมองเห็นได้ จะช่วยยกระดับการพยากรณ์อากาศและสภาพภูมิอากาศได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อภาคอุตสาหกรรม ความมั่นคงแห่งชาติ และชุมชนในแถบขั้วโลก
การค้นพบจากดาวเทียมขนาดเล็กคู่นี้แสดงให้เห็นว่า แม้จะเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็ก แต่กลับมอบข้อมูลอันยิ่งใหญ่ในการไขคำตอบเรื่องสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในระยะยาวจะช่วยให้เรารับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ข้อมูลอ้างอิง: NASA Earth Observatory
- Sensing the Poles’ Hidden Heat