กบข. อวดฝีมือเฉียบขาด สร้างผลตอบแทนพุ่งกว่า 7%
#กบข. #ทันหุ้น – เลขากบข.คนใหม่ เผยผลตอบแทนพอร์ต 7 เดือนแรกพุ่ง 7.2% ปรับทัพลงทุนรับเทรนด์ AI โลก ชูหุ้นไทย “Safe Haven” หลังมูลค่าพื้นฐานน่าสนใจ ดันผลตอบแทนทั้งปีอยู่ในระดับสูง เตรียมแถลงวิสัยทัศน์ฉบับเต็มสิ้นเดือนสิงหาคมนี้
ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข.คนใหม่ เปิดเผยถึงผลการบริหารกองทุนในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้โดยระบุว่า แม้ว่าที่ผ่านมาภาพรวมการลงทุนจะมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน แต่กบข.สามารถสร้างผลตอบแทนจากการบริหารกองทุน (พอร์ต) ได้สูงราว 7.2-7.3% และเชื่อว่า ด้วยกลยุทธ์การบริหารพอร์ตที่กระจายการลงทุนจะทำให้ผลตอบแทนทั้งปีไม่ต่ำไปกว่านี้
“ผลตอบแทนรวมอยู่ที่ประมาณ 7.2 – 7.3% ถือว่าเป็นระดับที่น่าพอใจและดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยเป้าหมายหลักยังคงเน้นการสร้างผลตอบแทนในระยะยาวเพื่อให้ชนะอัตราเงินเฟ้อ สำหรับแผนการลงทุนทั่วไป เรามีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ขณะที่หากสมาชิกเลือกเน้นลงทุนในหุ้นไทยเองอาจมีสัดส่วนได้ถึง 35% ตามความสมัครใจ”
*จังหวะ “ขายทำกำไร”
ดร.ศรพล ระบุว่า ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นโลกในปีที่ผ่านมาคือกระแส AI ซึ่ง กบข. ได้เข้าไปลงทุนในกลุ่มนี้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก มองว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยมีการกระจายการลงทุนไปทั้งในกลุ่มผู้ผลิตชิป รวมถึงกลุ่มหน่วยความจำในเกาหลีใต้ อย่าง Samsung และ SK Hynix ที่มีออเดอร์ล่วงหน้ายาวถึง 2 ปี
อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวสูงขึ้น กบข. ได้ใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร และลดน้ำหนักการลงทุนลงในบางช่วงเพื่อบริหารความเสี่ยง เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นบางตัวเริ่มสูงเกินไปและต้องระวังเรื่อง “Burn Rate” หรือความยั่งยืนของกำไรในระยะสั้น
ในปัจจุบัน กบข. ยังคงรักษาสมดุลระหว่างสินทรัพย์ในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงตราสารหนี้และหุ้น โดยในส่วนของตลาดหุ้นไทยนั้น มีการลงทุนในดัชนี SET ประมาณ 5% ซึ่งตัวเลขนี้จะมีการปรับเปลี่ยนตามภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา
*เตรียมแถลงวิสัยทัศน์ใหญ่ 27 ส.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับแผนการดำเนินงานและทิศทางการลงทุนในอนาคตภายใต้การนำของผู้บริหารชุดใหม่นั้น ทาง กบข. มีกำหนดการที่จะแถลงวิสัยทัศน์และรายละเอียดอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม นี้ซึ่งคาดว่าจะมีการลงรายละเอียดเกี่ยวกับกลยุทธ์การขับเคลื่อนองค์กรและการบริหารพอร์ตลงทุนท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก
*ชูหุ้นไทย “Undervalue”
ดร.ศรพล ระบุด้วยว่า ประเด็นที่น่าสนใจคือมุมมองต่อตลาดหุ้นไทย ซึ่งกบข. มองว่าขณะนี้เป็นจังหวะที่น่าสนใจเนื่องจากราคาหุ้นไทยต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น (Undervalue) มานานกว่า 3 ปี ในขณะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศเริ่มมีความกังวลเรื่องฟองสบู่ AI แต่ตลาดไทยกลับไม่มีความเสี่ยงดังกล่าว ทำให้กลายเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัย (Safe Haven) ในช่วงที่ตลาดโลกผันผวน
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่จะดึงดูดเงินทุนต่างชาติให้กลับเข้าสู่ไทยมี 3 ประการหลักที่เริ่มเห็นสัญญาณบวก ได้แก่ 1.Thailand Story หรือการมีโครงการใหญ่ๆ หรือทิศทางประเทศที่ชัดเจนเพื่อดึงดูดการลงทุน 2.Corporate Earnings ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนเริ่มกลับมา และมีการจ่ายเงินปันผลหรือซื้อหุ้นคืนมากขึ้น และ 3.Governance & Transparency การจัดการปัญหาความโปร่งใสในตลาดทุน เช่น กรณี STARK หรือ MORE เริ่มมีความชัดเจนและมีบทสรุปมากขึ้น
“การจะผลักดันดัชนีหุ้นไทยให้ไปต่อได้เกินระดับ 1,600 จุด จำเป็นต้องอาศัยการทำ Country Roadshow เพื่อโชว์ศักยภาพและ Storyใหม่ๆ ของประเทศไทยให้นักลงทุนทั่วโลกได้รับรู้ ซึ่งขณะนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง”
อย่างไรก็ดี แม้ภาพรวมจะดูดีขึ้น แต่ กบข. ยังคงดำเนินนโยบายแบบระมัดระวัง โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องของทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของเฟด ความผันผวนของการคาดการณ์ดอกเบี้ยสหรัฐ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาหุ้น
ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะกดดันการตัดสินใจด้านนโยบายการเงิน และความไวของตลาด ซึ่งปัจจุบันข้อมูลข่าวสารไปเร็วมาก ทำให้ภาพการลงทุนสามารถพลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือได้เพียงข้ามคืน