เตือนระวัง! โมบายมัลแวร์ในไทยพุ่ง 2 เท่า สแกมเมอร์ใช้ 30 นาทีหลอกสำเร็จ
นายชุน ฮอง ชี หัวหน้าฝ่ายช่องทางจำหน่ายสำหรับผู้บริโภค ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ เปิดเผยว่า รายงานข้อมูลล่าสุดจากแคสเปอร์สกี้ ระบุว่า การโจมตีทางไซเบอร์บนอุปกรณ์โมบายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เริ่มมีความกระจุกตัวมากขึ้น โดยอาชญากรไซเบอร์มุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ใช้งานขนาดเล็กลง แต่เน้นโจมตีผู้ใช้แต่ละรายอย่างต่อเนื่องและเจาะจงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ อาชญากรไซเบอร์ยังปรับเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้ใช้ในท้องถิ่น บริการดิจิทัลยอดนิยม และสอดรับกับเศรษฐกิจยุคใหม่ที่เน้นการใช้งานบนมือถือเป็นหลัก ซึ่งจากข้อมูลของตลาด 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบว่าในไตรมาสแรกของปี 69 ตรวจพบภัยคุกคามบนมือถือเฉลี่ยต่อผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบ พุ่งสูงขึ้นถึง 49% เมื่อเทียบกับปีต่อปี โดยเพิ่มขึ้นจาก 4.9 ครั้ง เป็น 7.3 ครั้งต่อคน
สำหรับประเทศไทยบันทึกความกระจุกตัวของการโจมตีสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยยอดการตรวจพบพุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่าเป็น 2,494 ครั้ง ในขณะที่จำนวนผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบลดลง ทำให้ตัวเลขการตรวจพบต่อผู้ใช้เพิ่มขึ้นจาก 3.0 เป็น 11.9 ครั้ง ขณะที่ อินเดียและอินโดนีเซียมีปริมาณการตรวจพบสูงที่สุดในภูมิภาค โดยมีจำนวนอยู่ที่ 18,187 ครั้ง และ 15,163 ครั้งตามลำดับ
นายชุน ฮอง ชี กล่าวต่อว่า นักวิจัยยังพบการเติบโตของกลโกงสแกมบนมือถือที่หลอกลวงผ่านโปรโมชันปลอม หน้าเว็บฟิชชิง โฆษณาแฝงมัลแวร์ แบบสำรวจหลอกลวง และเทคนิควิศวกรรมสังคมอื่นๆ ที่ออกแบบมาเพื่อหลอกให้ผู้ใช้เปิดเผยข้อมูลเข้าสู่ระบบหรือข้อมูลส่วนบุคคล โดยลิงก์ฟิชชิงยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่พบบ่อยที่สุดในการล่อลวงผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ปลอม ผ่านโดเมนปลอม การสะกดชื่อเว็บใกล้เคียง และการเลียนแบบแบรนด์ที่น่าเชื่อถือได้อย่างแนบเนียน โดยปัจจุบันลิงก์อันตรายเหล่านี้แพร่กระจายไปไกลกว่าอีเมล โดยส่งผ่าน เอสเอ็มเอส แอปส่งข้อความ โซเชียลมีเดีย การรับสมัครงานปลอม กิจกรรมแจกคริปโทเคอร์เรนซี และโปรโมชันดิจิทัล แพลตฟอร์มรับส่งข้อความกลายเป็นเป้าหมายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยบัญชีที่ถูกแฮกมักถูกนำไปใช้ส่งลิงก์อันตรายที่ดูเหมือนมาจากผู้ติดต่อที่ไว้วางใจ
สำหรับเทคนิคการโจมตีมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ผู้ใช้บางรายตกเป็นเหยื่อเนื้อหาอันตรายเพียงแค่เข้าชมเว็บไซต์ที่ถูกแฮก โดยแทบไม่ต้องกดหรือปฏิสัมพันธ์ใดๆ นอกจากนี้ ห่วงโซ่การโจมตีแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage attack chains) ซึ่งเริ่มต้นจากไฟล์ ลิงก์ หรือข้อความที่ดูเหมือนไม่มีอันตราย ก็ยิ่งทำให้การตรวจจับและบล็อกภัยคุกคามทำได้ยากขึ้น
ตระกูลมัลแวร์ต่างๆ ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ โดยอินเดียยังคงเผชิญกับมัลแวร์โทรจัน Rewardsteal ที่ปลอมตัวเป็นแอปแจกรางวัลหรือของขวัญเพื่อขโมยข้อมูลสำคัญ ควบคู่ไปกับการกลับมาของโทรจัน Thamera ที่เข้ายึดครองอุปกรณ์เพื่อสร้างบัญชีโซเชียลมีเดียปลอมจำนวนมาก
นอกจากนี้ เทคโนโลยีเอไอ กำลังทำให้กลโกงบนมือถือมีความแนบเนียนและตรวจจับได้ยากยิ่งขึ้น ผลการศึกษาวิจัยผู้บริโภคระดับโลกของแคสเปอร์สกี้เกี่ยวกับการฉ้อโกงผ่านแอปส่งข้อความ พบว่าเหยื่อจำนวน 2 ใน 3 ราย (66%) เชื่อว่า เอไอ ถูกนำมาใช้โจมตี โดยส่วนใหญ่เป็นข้อความที่เขียนโดย เอไอ (42%) รองลงมาคือการสร้างหรือปลอมแปลงเสียง (31%) และภาพหรือวิดีโอดีปเฟก (25%) สแกมเมอร์ใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อแอบอ้างเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ รวมถึงสมาชิกในครอบครัว เพื่อกดดันให้เหยื่อรีบโอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลเข้าสู่ระบบอย่างเร่งด่วน และยังพบว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของกลโกงที่ประสบความสำเร็จ (52%) ใช้เวลาเบ็ดเสร็จไม่ถึง 30 นาที นับตั้งแต่นาทีแรกที่ติดต่อจนถึงช่วงที่มีการโอนเงินหรือส่งมอบข้อมูลส่วนตัว