โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นสหรัฐฯ ร่วง! AI–บอนด์ยีลด์กดดันตลาด น้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ จับตา Fed ขึ้นดอกเบี้ย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบในวันจันทร์ (14 ก.ย. 2569) หลังแรงขายหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กดดันตลาด ขณะที่ราคาน้ำมันทะยานเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความกังวลด้านอุปทาน ด้านนักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในสัปดาห์นี้

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วง หุ้น AI ถูกเทขาย บอนด์ยีลด์พุ่งแตะ 5%

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลดลงในวันจันทร์ หลังหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ถูกเทขาย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งแตะระดับ 5% ชั่วคราว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง

  • ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 52,421.20 จุด ลดลง 152.09 จุด (-0.29%)
  • ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,619.98 จุด ลดลง 37.00 จุด (-0.48%)
  • ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 26,186.413 จุด ลดลง 146.622 จุด (-0.56%)

หุ้นกลุ่ม AI ปรับตัวลง หลัง Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic เรียกร้องให้ชะลอการพัฒนาขีดความสามารถของ AI เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย ขณะที่ Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ระบุว่าการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นภายในปีนี้เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม

Nvidia ร่วง 3% ขณะที่ Broadcom และ Advanced Micro Devices ลดลงมากกว่า 4% ส่วน Intel ลดลงมากกว่า 5% และ Marvell Technology ร่วงกว่า 7%

นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้น โดยบอนด์ยีลด์ 10 ปี แตะ 5% ก่อนลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 4.987% ในช่วงท้ายตลาด

ตลาดยังจับตาการประชุม Fed ในวันพุธนี้ โดย Fed funds futures สะท้อนโอกาสประมาณ 92% ที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุด จากกรอบเป้าหมายปัจจุบันที่ 3.5%-3.75%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับลง นักลงทุนกังวลเงินเฟ้อ–ดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันจันทร์ หลังนักลงทุนเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น และความกังวลว่าธนาคารกลางอาจต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

  • ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 635.99 จุด ลดลง 3.11 จุด (-0.49%)
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 25,440.81 จุด ลดลง 127.75 จุด (-0.50%)
  • ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 8,117.78 จุด ลดลง 61.99 จุด (-0.76%)

บรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับราคาพลังงานที่สูงขึ้น หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเส้นทางการขนส่งและอุปทานน้ำมัน ขณะที่นักลงทุนยังประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่าง ๆ

ตลาดหุ้นอังกฤษสวนทาง ปิดบวก รับแรงซื้อหุ้นในตลาด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันจันทร์ สวนทางกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่ โดยนักลงทุนยังคงติดตามทิศทางราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ย และสถานการณ์เศรษฐกิจโลก

  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,697.57 จุด เพิ่มขึ้น 47.13 จุด (+0.44%)

แม้ตลาดโดยรวมยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลด้านเงินเฟ้อและราคาพลังงาน แต่ดัชนี FTSE 100 สามารถปรับตัวขึ้นได้ ท่ามกลางการประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ ซึ่งตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันพุ่ง! ซาอุฯ ปิดท่อส่งสำคัญ ดัน Brent ทะลุ 105 ดอลลาร์

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ หลังซาอุดีอาระเบียปิดท่อส่งน้ำมัน East-West ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่ช่วยขนส่งน้ำมันโดยหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าอุปทานน้ำมันโลกจะตึงตัวมากขึ้น

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนตุลาคม) ปิดที่ 101.39 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.34%
  • ราคาน้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน) ปิดที่ 105.68 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.02%

ราคาน้ำมัน Brent ขยับขึ้นเกือบแตะ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงระหว่างวัน ขณะที่ WTI ขึ้นไปใกล้ 105 ดอลลาร์ ก่อนลดลงจากระดับสูงสุด โดยราคาน้ำมันปรับขึ้นราว 9% ในสัปดาห์ก่อนจากการยกระดับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ท่อส่ง East-West ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งสามารถขนส่งน้ำมันได้สูงสุด 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ได้รับความเสียหายจากโดรนที่ถูกปล่อยจากอิรักเมื่อวันพฤหัสบดี ส่งผลให้รัฐบาลซาอุฯ ต้องปิดท่อส่งดังกล่าว โดยยังไม่ได้เปิดเผยระยะเวลาที่จะใช้ในการซ่อมแซม

นักวิเคราะห์ระบุว่า หากการปิดท่อส่งยืดเยื้อเกินกว่าระยะเวลาที่ซาอุฯ มีน้ำมันสำรองรองรับประมาณ 5-7 วัน อาจทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแรงกว่านี้

นอกจากนี้ การประชุมระหว่างอิหร่านและประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียเพื่อหารือสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเดิมกำหนดจัดขึ้นที่โอมาน ได้ถูกเลื่อนออกไป ขณะที่ความเสี่ยงด้านความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ในระดับสูง หลังมีเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีอีกครั้ง

ราคาทองคำร่วงกว่า 1% แตะระดับต่ำสุดรอบกว่า 1 เดือน

ราคาทองคำโลกปรับตัวลงในวันจันทร์ แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน หลังราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นและข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดเพิ่มคาดการณ์ว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้

  • ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ลดลง 1.8% อยู่ที่ 4,271.59 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม
  • ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ลดลง 2.2% อยู่ที่ 4,311.20 ดอลลาร์/ออนซ์

แรงกดดันต่อทองคำเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้ออาจเร่งตัวและกดดันให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น ขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยมีความน่าสนใจลดลง

ตลาดคาดการณ์ว่ามีโอกาสประมาณ 89% ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ หลังข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนที่ผ่านมา จาก 0.1% ในเดือนกรกฎาคม

ดอลลาร์แข็งค่า รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย–คาด Fed ขึ้นดอกเบี้ย

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในวันจันทร์ หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางผลักดันราคาน้ำมันและทำให้นักลงทุนเข้าถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ตลาดเพิ่มเดิมพันว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้

  • ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับ 6 สกุลเงินหลัก เพิ่มขึ้นเกือบ 0.3% หลังขึ้นไปแตะ 99.42 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน
  • ยูโร/ดอลลาร์ ลดลง 0.4% อยู่ที่ประมาณ 1.153 ดอลลาร์ ขณะที่ปอนด์/ดอลลาร์ ลดลง 0.1% อยู่ที่ 1.3509 ดอลลาร์
  • ดอลลาร์/เยน เพิ่มขึ้น 0.5% อยู่ที่ 154.37 เยน หลังเงินเยนอ่อนค่าลงจากระดับต่ำกว่า 153 เยนต่อดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อน

ตลาดการเงินจับตาการประชุม Fed ในวันพุธ โดยตลาดเงินให้น้ำหนักราว 90% ว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ย หลังราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นและข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ แข็งแกร่งกว่าคาด ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ก็คาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในวันศุกร์นี้เช่นกัน

อ้างอิง : CNBC , Reuters

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...