โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เครื่องยนต์คู่ยุโรป “เยอรมนี-ฝรั่งเศส” บนเส้นทางร่วมมือท่ามกลางความเห็นต่าง

เดลินิวส์

อัพเดต 18 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.56 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
แม้มีจุดยืนแตกต่างกันในหลายประเด็น ทั้งด้านพลังงาน กลาโหม และเศรษฐกิจ แต่เยอรมนีและฝรั่งเศสยังคงต้องประสานความร่วมมือในฐานะสองประเทศแกนหลักของสหภาพยุโรป ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดทิศทางและเสถียรภาพของภูมิภาค

แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเยอรมนีกับฝรั่งเศสจะเคยเต็มไปด้วยความขัดแย้งและสงครามหลายครั้งในประวัติศาสตร์ แต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทั้งสองประเทศเลือกเปลี่ยนจาก "ศัตรู" มาเป็น "หุ้นส่วน" และกลายเป็นแกนหลักของการสร้างสหภาพยุโรป จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "เครื่องยนต์คู่ของยุโรป" ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการบูรณาการของภูมิภาค

จุดเริ่มต้นของความร่วมมือยุคใหม่เกิดขึ้นจากการลงนามในสนธิสัญญาเอลีเซ (Élysée Treaty) เมื่อปี 2506 ซึ่งวางรากฐานด้านการเมือง ความมั่นคง และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ นับจากนั้น ผู้นำเยอรมนีและฝรั่งเศสต่างยึดถือแนวคิดว่า การรักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างกัน คือเงื่อนไขสำคัญของเสถียรภาพในยุโรป

ด้านเศรษฐกิจ เยอรมนีและฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งและสองของสหภาพยุโรป โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างกันสูงหลายแสนล้านยูโรต่อปี ห่วงโซ่อุปทานของทั้งสองประเทศเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่อุตสาหกรรมยานยนต์

เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ อากาศยาน ไปจนถึงเทคโนโลยีขั้นสูง บริษัทขนาดใหญ่ของทั้งสองฝ่ายยังร่วมลงทุนและพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีสีเขียว เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐและจีนมากเกินไป

ความร่วมมือด้านกลาโหมก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ทั้งสองประเทศร่วมพัฒนาโครงการอาวุธยุคใหม่หลายรายการ อาทิ ระบบอากาศยานรบแห่งอนาคต และรถถังหลักยุคใหม่ ซึ่งมีเป้าหมายสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของยุโรปให้พึ่งพาตนเองมากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านความมั่นคงของโลก โดยเฉพาะหลังสงครามในยูเครน และการกลับมาของดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งทำให้หลายประเทศยุโรปกังวลว่า สหรัฐอาจลดบทบาทด้านความมั่นคงในทวีป

อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือด้านกลาโหมยังเผชิญความท้าทายจากความล่าช้าในการดำเนินโครงการ การแข่งขันของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และความแตกต่างด้านแนวคิดเกี่ยวกับการใช้งบประมาณทางทหาร แม้ต่างฝ่ายต่างเห็นพ้องว่าจำเป็นต้องเสริมสร้างศักยภาพด้านกลาโหมของยุโรป แต่รายละเอียดในการดำเนินงานยังต้องอาศัยการเจรจาอย่างต่อเนื่อง

ด้านพลังงาน ความแตกต่างระหว่างเยอรมนีกับฝรั่งเศสมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เยอรมนีตัดสินใจยุติการใช้พลังงานนิวเคลียร์ทั้งหมด และหันไปเน้นพลังงานหมุนเวียน เช่น ลมและแสงอาทิตย์ ขณะที่ฝรั่งเศสยังคงมองว่านิวเคลียร์เป็นหัวใจสำคัญของความมั่นคงทางพลังงาน เนื่องจากสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องและปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับต่ำ ความเห็นที่แตกต่างนี้ส่งผลต่อการกำหนดนโยบายพลังงานของสหภาพยุโรปอยู่หลายครั้ง

นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังมีมุมมองที่ไม่ตรงกันในหลายประเด็น ตั้งแต่นโยบายการคลังของสหภาพยุโรป การผ่อนคลายกฎด้านงบประมาณ การอุดหนุนภาคอุตสาหกรรม การจัดการปัญหาผู้อพยพ ตลอดจนแนวทางรับมือกับการแข่งขันจากจีนและสหรัฐ แม้จะมีเป้าหมายร่วมกันในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของยุโรป แต่แนวทางปฏิบัติกลับแตกต่างกันตามโครงสร้างเศรษฐกิจและผลประโยชน์ของแต่ละประเทศ

อย่างไรก็ตาม ความเห็นต่างเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเยอรมนีกับฝรั่งเศสอ่อนแอลง ตรงกันข้าม ทั้งสองฝ่ายยังคงเดินหน้าหาทางประนีประนอม เพราะต่างตระหนักดีว่า หากปราศจากความร่วมมือระหว่างเบอร์ลินกับปารีส การผลักดันนโยบายสำคัญของสหภาพยุโรปแทบเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนยูเครน การเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน การปฏิรูปเศรษฐกิจ หรือการรับมือกับการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์จากมหาอำนาจโลก

ในบริบทที่ยุโรปกำลังเผชิญความท้าทายทั้งจากสงคราม การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน ความตึงเครียดทางการค้า และการแข่งขันทางเทคโนโลยี ความสัมพันธ์ระหว่างเยอรมนีกับฝรั่งเศสจึงยังคงเป็นเสาหลักของสหภาพยุโรป แม้ทั้งสองประเทศจะมีความเห็นแตกต่างกันในหลายประเด็น แต่การรักษาความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์และการแสวงหาจุดร่วม ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางและความแข็งแกร่งของยุโรปในอนาคต.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...