โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศาลพิพากษายกฟ้อง แอม ไซยาไนด์ คดีฆ่าแม่ค้าขายผัก เหตุพยานหลักฐานไม่เชื่อมโยง

สวพ.FM91

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 21 ก.ค.2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีแอมไซยาไนด์ คดีที่ 5 หมายเลขดำ อ.857/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องนางสรารัตน์ หรือแอม ไซยาไนด์ อายุ 39 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใส่สารพิษไซยาไนด์ลงในอาหารเพื่อมีเจตนาฆ่า นางรสจรินทร์ หรือพี่น้อย แม่ค้าผัก โดยมีมูลเหตุมาจากการที่จำเลยต้องการฆ่าล้างหนี้ที่จำเลยยืมเงินผู้ตาย 60,000 บาท และให้สามีของผู้ตายชดใช้หนี้ในมูลค่าที่สูงกว่าที่ยืมไป ด้วยการผสมไซยาไนด์ลงในสลัดผัก ผู้ตายนำมากิน ก่อนเป็นลมชัก และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล โดยจำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า สืบเนื่องจากการมีการเสียชีวิตหลายราย ที่จำเลยเกี่ยวข้องด้วยการวางยาไซยาไนด์ ในช่วงเดือนมี.ค.2566 ทำให้สามีของผู้เสียชีวิตสงสัยว่า จำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของภรรยา เมื่อช่วงวันที่ 4 ส.ค.2565 สามีของผู้ตายจึงแจ้งความดำเนินคดีกับจำเลยกล่าวหาว่า เจตนาฆ่าผู้ตายโดยปลอมปนสารไซยาไนด์ลงไปในสลัดผัก ทำให้ร่างกายได้ดูดซึมเข้ากระแสเลือด เป็นเหตุให้เสียชีวิต

โจทก์มีนายแพทย์ผู้รักษาผู้เสียชีวิตเบิกความว่า เลือดของผู้ตายมีภาวะเลือดเป็นกรด จากการติดเชื้ออย่างรุนแรง หรือได้รับสารพิษ แต่พยานไม่ได้ยืนยันว่า ผู้ตายได้รับสารพิษจากสารไซยาไนด์ ไม่สามารถบอกได้ว่าสารพิษที่นำเข้าร่างกายนั้น เป็นการนำเข้าของผู้ตายเอง หรือวิธีการใด ไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ว่ามาจากสารพิษชนิดใด มีแต่ระบุว่าเลือดเป็นกรดเท่านั้น พยานหลักฐานจึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้วางยาไซยาไนด์ให้ผู้ตายรับประทาน

ส่วนพยานที่เป็นลูกจ้างของผู้ตายระบุว่า พบเห็นจำเลยนำสลัดผักมาให้ผู้ตายรับประทาน โดยให้การว่าจดจำรถของจำเลยได้ เนื่องจากจำเลยมาหาผู้ตายบ่อยครั้ง แต่พยานไม่สามารถตอบคำถามค้านของทนายจำเลยได้ว่า จำเลยใช้รถยนต์ยี่ห้อใด และไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนนำสลัดมาให้ผู้ตายรับประทาน

ส่วนมูลเหตุแห่งการฆ่าที่โจทก์อ้างว่ าเป็นการฆ่าล้างหนี้ 60,000 บาท แต่จากข้อเท็จจริงพบว่าผู้ตายนำรถยนต์มาจำนำกับจำเลย 100,000 บาท และผู้ตายชำระหนี้ให้แก่จำเลยไปแล้ว 50,000 บาท โดยหลังจากเสียชีวิตจำเลยอ้างกับสามีผู้ตายว่าต้องชดใช้หนี้ค่าจำนำรถยนต์ 600,000 บาท แต่มีการต่อรองลดเหลือ 300,000 บาท สามีของผู้ตายยอมชดใช้เงินจนครบ 300,000 บาท และได้รถยนต์คืนไปแล้ว จึงไม่อาจเป็นมูลเหตุจูงใจให้ก่อเหตุพยาน หลักฐานของโจทก์ไม่เชื่อมโยงว่า จำเลยจะกระทำความผิดตามที่สันนิษฐานมาข้างต้น พิพากษายกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้พิพากษาคดีแอม ไซยาไนด์ ฐานฆ่าผู้อื่นมาแล้วรวม 4 คดี

คดีที่ 1 ศาลสั่งประหารชีวิต คดีวางยาฆ่า น.ส.ศิริพร หรือก้อย เสียชีวิตบริเวณท่าน้ำ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

คดีที่ 2 คดีวางยาฆ่าพ.ต.ต.หญิง นิภา หรือสารวัตรปู ศาลพิพากษาประหารชีวิต แต่คำให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

คดีที่ 3 คดีวางยาฆ่า น.ส.นิตยา วิศวกรสาว ที่จ.นครปฐม ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอว่าจำเลยครอบครองไซยาไนด์ หรือประสงค์ต่อทรัพย์

คดีที่ 4 คดีวางยาฆ่าร.ต.อ.หญิง สุกานดา หรือผู้กองนุ้ย อดีตรองสารวัตรการเงิน สภ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น โดยใส่สารพิษในเครื่องดื่มให้ผู้กองนุ้ยดื่มจนถึงแก่ความตาย ศาลพิพากษาประหารชีวิต ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกนางสรารัตน์ไว้ตลอดชีวิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...