โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ต่างด้าว’กับงบประมาณ

ไทยโพสต์

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

เห็นด้วยอย่างแรงครับ!

นี่..ผมยกมือสุดแขนสนับสนุน-ตอบตามที่คุณเต้ อาชีวะ แกนนำ “กลุ่มไทยไม่ทน” ผุดแคมเปญถาม..

“เห็นด้วยหรือไม่ หากประเทศไทยออกกฎหมาย แรงงานต่างด้าวที่ตั้งครรภ์ต้องกลับไปคลอดที่ประเทศตนเอง” เลยนะ!

เพราะนอกจากจะสัมผัส-เห็นด้วยตาตัวเองแล้ว การได้รับข้อมูลที่คุณเต้นำมาเปิดเผยว่า..

“ที่ผ่านมาเราพบว่าการที่แรงงานต่างด้าวตั้งใจมาตั้งครรภ์และคลอดบุตรในประเทศไทย นอกจากจะเป็นภาระด้านงบประมาณแล้ว

ยังส่งผลกระทบทั้งต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ เพราะแรงงานต่างด้าวจำนวนไม่น้อยมีเจตนาเข้ามาตั้งรกรากในไทย

ที่ผ่านมาเราต้องเอาภาษีของคนไทยที่ตั้งใจจ่ายให้รัฐเพื่อนำไปพัฒนาชาติไทย แต่กลับต้องเอาไปเลี้ยงดูลูกต่างด้าว ประเทศไทยต้องการแรงงานก็จริง แต่เราไม่ได้ต้องการผู้ติดตาม

ซึ่งเป็นภาระที่พ่วงมากับแรงงาน หรือมาตั้งท้องคลอดลูกในประเทศไทยเพราะว่าได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลและลูกได้เรียนฟรี 15 ปี

ขณะที่ประเทศต่างๆ ที่แรงงานไทยไปทำงาน ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ ไต้หวัน อิสราเอล ถ้าไปทำงานที่ประเทศเขาแล้วเกิดท้อง เขาส่งกลับทันที

แล้วไปทำงานบ้านเขา เขาก็ให้เข้าไปคนเดียว ไม่ใช่พาพ่อแม่ลูกเมียมาด้วยเหมือนประเทศไทย

ดังนั้นนอกจากท้องส่งกลับแล้วเราก็ต้องยกเลิกระเบียบที่อนุญาตให้แรงงานต่างด้าวพาผู้ติดตามเข้ามาอยู่ในไทยด้วย”

ก็..ยิ่งทำให้กระตือรือร้นอยากจะร่วม “ลงชื่อ” เป็น 1 ในจำนวน 1 แสนคนที่คุณเต้เตรียมระดมล่า (รายชื่อ) อยู่ในขณะนี้เสียวันนี้-พรุ่งนี้เลยเอ้า!

ซึ่งปัญหานี้ก็จะสอดคล้องกับที่ นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ด้วยหรือไม่ อยากให้พิจารณาดู (บางช่วงบางตอน)..

“ผมจะเล่าให้ทุกคนเข้าใจถึงสถานการณ์ของโรงพยาบาลต่างๆ ที่ขาดแคลนต้นทุนจนอาจไม่สามารถรักษาคนไข้ให้ดีได้

แต่ทุกครั้งที่ออกมาพูดจะถูกคนบางฝ่ายกล่าวหาว่า กลุ่มล้ม 30 บาทบ้าง กลุ่มการเมืองที่หวังร้ายกับ สปสช.บ้างเสมอ

เงินที่โรงพยาบาลต่างๆ ได้เป็นรายได้เข้ามา มาจากหลายทางครับ 1.เงินจาก สปสช. ซึ่งถือเป็นเงินก้อนหลักที่มากที่สุด 2.เงินจากกองทุนประกันสังคม

3.เงินจากกองทุนที่เบิกได้จากข้าราชการต่างๆ 4.เงินบริจาค 5.เงินที่ รพ.สามารถหารายได้เอง เช่น ห้องพิเศษ บริการพิเศษต่างๆ

แต่เงินหลักอย่างที่บอกที่จะเข้าเป็นรายได้ของ รพ. มาจากเงิน สปสช. ซึ่งคิดเป็นประมาณ 70-80% ของรายได้โรงพยาบาล

แต่เงินก้อนนี้จ่ายน้อยกว่าความเป็นจริงทุกครั้งที่เกิดการรักษา..

ตอนนี้ รพ.ทั่วประเทศ 900 กว่าแห่ง เงินบำรุงติดลบไปแล้ว 400 กว่าแห่ง และเงินบำรุงรวมทุก รพ.ทั่วประเทศเหลือใช้ตอนนี้ ใช้ได้อีกประมาณ 3 เดือน

หากไม่มีเงินมาเพิ่ม รพ.ไม่ได้แสวงหากำไรหรอกครับ แต่เราไม่มีเงินซื้อยามาให้ประชาชนแล้ว

ล่าสุดวันนี้ สปสช.ออกประกาศอีกว่า ขอเลื่อนการชำระเงินของเดือนมิถุนายนให้หน่วยบริการต่างๆ อย่างไม่มีกำหนด

ยิ่งตอกย้ำสถานการณ์ที่รุนแรงอยู่แล้วของหน่วยบริการ ที่จะบริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพลงไปอีก และไม่มีใครสามารถต่อรองกับเขาได้เลย เพราะเงินอยู่ในมือเขา

ปัญหานี้กระทบประชาชนแน่นอนครับ บุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่ยอมทำงานอย่างหนัก ยอมได้เงินเพิ่มพิเศษต่างๆ ออกช้า ยอมอดหลับอดนอนเพื่อคนไข้

แต่เมื่อออกมาบอกความจริงกับประชาชน จะโดนตราหน้าทันทีว่า “ไม่ไหวก็ลาออกไปซะ, คิดแต่เรื่องเงิน, โรงพยาบาลไม่ควรคิดกำไรขาดทุนกับประชาชนนะ”..

นี่แสดงถึงความที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์จริงโดยถ่องแท้ของประชาชนครับ ผมก็หวังว่า การเล่าอย่างตรงไปตรงมานี้จะทำให้เกิดความตระหนักรู้ของประชาชนว่า

สถานการณ์สาธารณสุขของบ้านเรา กำลังจะพังครืนในไม่ช้านี้แล้ว.. เงินโรงพยาบาลจะรักษาคนไข้ยังไม่มี แต่มีเงินแจกฮอร์โมนข้ามเพศ ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วครับ”

ครับ..ผมก็ไม่มีอะไรจะพูด รอร่วมลงชื่อเท่านั้นแหละ!.

สันต์ สะตอแมน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...