โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บีโอไอจัดระเบียบลงทุน “ดาต้าเซ็นเตอร์” เพิ่ม 4 เงื่อนไขกลั่นกรอง

Thairath Money

อัพเดต 04 ส.ค. เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. เวลา 00.00 น.
ภาพไฮไลต์

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงแนวทางการรับมือกับกระแสการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจ AI (AI Economy) ว่า ปัจจุบันบีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนไปแล้ว 40 โครงการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่จากนี้ไป จะปรับยุทธศาสตร์โดยเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ เพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลนทรัพยากรไฟฟ้าและน้ำ ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นจนทำให้การขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ในสิงคโปร์และมาเลเซียต้องชะลอตัวลง โดยรัฐบาลได้ตั้ง คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุนและกลั่นกรองโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ มีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เป็นประธาน เพื่อพิจารณาโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนแบบเบ็ดเสร็จใน 4 มิติ ได้แก่ 1. ประโยชน์ต่อประเทศ 2. ความเพียงพอของไฟฟ้า 3. ความเพียงพอของน้ำ 4. ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

ขณะเดียวกัน บีโอไอกำหนดเงื่อนไขว่า โครงการที่จะผ่านการอนุมัติต้องสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน เช่น มีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลและ AI, ช่วยยกระดับเอสเอ็มอี ไทย, หรือช่วยสนับสนุนความสามารถด้าน AI ของประเทศผ่านการตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ และสนับสนุน Computing Power ให้กับไทย

“ประเด็นท้าทายสำคัญของดาต้าเซ็นเตอร์ คือ การใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมหาศาล ซึ่งคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ได้อนุมัติมาตรการแก้ปัญหาเบื้องต้น โดยกำหนดให้โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ต้องวางหลักประกัน 4.5 ล้านบาท ต่อ 1 เมกะวัตต์ (MW) เพื่อคัดกรองนักลงทุนที่ตั้งใจสร้างจริง ยกตัวอย่างเช่น หากโครงการขนาด 100 MW จะต้องวางหลักประกันสูงถึง 450 ล้านบาท หากบริษัทดำเนินการสร้างจริงและมีการใช้ไฟฟ้าถึง 50% ของที่แจ้งไว้ จะทยอยคืนเงินประกันให้ และหากใช้ไฟถึง 70% จะคืนเงินประกันให้ทั้งหมด และรัฐบาลกำลังพิจารณาจัดทำโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ โดยอาจจะมีการกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟเฉพาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะมีอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงกว่าปกติ เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ”

เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่า 70% ของโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ 40 โครงการ กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เช่น ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา สาเหตุหลักเป็นเพราะนักลงทุน โดยเฉพาะจากจีน สามารถอธิบายให้บอร์ดบริหารในต่างประเทศอนุมัติการลงทุนได้ง่ายกว่าหากระบุว่าตั้งอยู่ในอีอีซี ความแออัดนี้นำไปสู่ปัญหาคอขวดของระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 115 KV ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในพื้นที่ดังกล่าว ขณะที่การเวนคืนที่ดินเพื่อขยายสายส่งแรงสูงขนาด 500 KV ทำได้ยากลำบาก กระทรวงพลังงานจึงเตรียมเสนอปรับแก้ระเบียบเพื่อให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งดูแลสายส่งระดับ 230 KV และ 500 KV สามารถขายไฟตรงให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้สายส่งของ กฟผ. ได้เพื่อลดภาระการลงทุนสร้างสายส่งใหม่

ขณะเดียวกันบีโอไอกำลังร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนที่พลังงาน (Power Map) และแผนที่น้ำ (Water Map) เพื่อดูว่าพื้นที่ใดในประเทศยังมีไฟฟ้าและน้ำเหลือเพียงพอ โดยจะนำแผนที่นี้ไปเสนอให้นักลงทุนพิจารณา เพื่อจูงใจให้กระจายการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ออกไปนอกพื้นที่อีอีซีให้มากขึ้น

สำหรับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ได้รับการส่งเสริมไปแล้วกว่า 40 โครงการ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่ม Hyper Scaler เป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เองและใช้เอง เช่น Amazon (AWS) เปิดให้บริการแล้ว 3 แห่ง รวมถึง Google และ Microsoft 2. กลุ่ม Co-location เป็นผู้ลงทุนสร้างอาคารและโครงสร้างพื้นฐานระบบปรับอากาศ เพื่อให้บริษัทอื่นนำเซิร์ฟเวอร์มาเช่าพื้นที่ โครงการส่วนใหญ่ใน 40 โครงการจัดอยู่ในกลุ่มนี้ โดยมีลูกค้ารายใหญ่ระดับโลกที่เข้ามาใช้บริการเช่าพื้นที่ เช่น TikTok และ Alibaba ซึ่ง Alibaba เองก็มีการเช่าพื้นที่ Co-location ในไทยเพื่อให้บริการคลาวด์แล้ว 2 แห่ง

ส่วนที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลังระบุว่ามีเพียง 16 ราย นายนฤตม์ กล่าวว่า คือกลุ่มบริษัทที่ได้รับหนังสือยืนยันการใช้ไฟจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้มีการเดินหน้าก่อสร้างครบทุกโครงการ เนื่องจากบางส่วนยังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมที่ดิน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บีโอไอจัดระเบียบลงทุน “ดาต้าเซ็นเตอร์” เพิ่ม 4 เงื่อนไขกลั่นกรอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...