โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ต.ค.-พ.ย.นี้ เปิดประมูลซื้อ “แคร่สินค้า” 946 คัน 2.4 พันล้าน ประกอบในไทย รับลอตแรก 154 คัน ปี 71

เดลินิวส์

อัพเดต 06 ก.ย เวลา 18.22 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย เวลา 11.22 น. • เดลินิวส์
“รฟท.” ฟังคำวิจารณ์ร่าง TOR จัดหาโบกี้แคร่สินค้า 946 คัน 2.4 พันล้าน คาดเปิดประมูล ต.ค.-พ.ย.นี้ ประกอบในไทย ตั้งเป้าปี 71 รับลอตแรก 154 ครบทั้งหมดปี 75 ให้บริการทั่วไทย 7 เส้นทาง เชื่อม “ท่าเรือแหลมฉบัง” รองรับขนส่งสินค้าได้เพิ่มขึ้น 9 ล้านตัน/ปี รายได้เพิ่มกว่า 2.7 พันล้าน/ปี

"ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์" รายงานว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ได้ประกาศร่างขอบเขตงาน(TOR) โครงการจัดหารถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า(แคร่) หรือ บทต. 946 คัน บนเว็บไซต์ของ รฟท. โดยเปิดรับฟังคำวิจารณ์ถึงวันที่ 7 ก.ย.2569 เบื้องต้นหากไม่มีคำวิจารณ์ที่ต้องนำไปสู่การปรับปรุง TOR คาดว่าจะสามารถเปิดประกวดราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ราคากลาง วงเงิน 2,459,600,000 บาท หรือคันละ 2,600,000 บาท ประมาณเดือน ต.ค.-พ.ย.2569 ได้ผู้ชนะประมูล และลงนามสัญญาภายในช่วงต้นปี 2570 คาดว่าจะได้รับรถ บทต. ลอตแรก 154 คันในปี 2571

การจัดซื้อรถ บทต. ดังกล่าว ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2568 โดยกำหนดให้นำชิ้นส่วนภายในประเทศ และต่างประเทศมาประกอบภายในประเทศ เพื่อส่งเสริมการจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากรด้านระบบรางในระยะยาว ทั้งนี้หลักเกณฑ์คัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคา จะพิจารณาจากผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ และรายละเอียดทางด้านเทคนิค ตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น รวม 100 คะแนน แบ่งเป็น เกณฑ์ราคา 40 คะแนน และเกณฑ์ประกอบอื่น 60 คะแนน (มาตรฐานของผู้ผลิต 20 คะแนน, ข้อเสนอด้านเทคนิค 30 คะแนน และชิ้นส่วนภายในประเทศ 10 คะแนน)

สำหรับรถ บทต. ทั้ง 946 คัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านการขนส่งสินค้าทางรถไฟ รองรับการให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ ตอบสนองความต้องการใช้บริการขนส่งสินค้าทางรถไฟที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งช่วยเพิ่มสัดส่วนในการขนส่งสินค้าทางราง ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ และใช้ประโยชน์รางให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานของ รฟท. ในปีงบประมาณ 2568 พบว่า มีปริมาณการขนส่งสินค้า 12.92 ล้านตัน และมีรายได้การขนส่งสินค้า 1,955 ล้านบาท คาดว่ารถ บทต. ทั้ง 946 คัน จะช่วยเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าได้กว่า 9 ล้านตันต่อปี และมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 2,788 ล้านบาทต่อปี

ปัจจุบัน รฟท. มีรถ บทต. หลังหักซ่อมบำรุงรักษา 1,040 คัน แต่ความต้องการใช้งานมากกว่า 1,163 คัน ทำให้รถ บทต. บางคันไม่สามารถนำเข้าไปซ่อมบำรุงได้ตามวาระ ส่งผลกระทบให้รถ บทต. มีสภาพชำรุดทรุดโทรมค่อนข้างรวดเร็วจากการใช้งานหนัก เบื้องต้น รฟท. มีแผนนำรถ บทต. 946 คัน ไปใช้ในเส้นทางสำคัญทั่วประเทศ ได้แก่ เส้นทางระหว่าง ไอซีดี ลาดกระบัง กับท่าเรือแหลมฉบัง 154 คัน, เส้นทางระหว่างหนองคาย กับท่าเรือแหลมฉบัง 396 คัน, เส้นทางระหว่างอรัญประเทศ กับท่าเรือแหลมฉบัง 33 คัน, เส้นทางระหว่างเชียงของ กับท่าเรือแหลมฉบัง 99 คัน, เส้นทางระหว่างนครพนม กับท่าเรือแหลมฉบัง 99 คัน, เส้นทางระหว่างชุมทางหาดใหญ่ กับท่าเรือแหลมฉบัง 99 คัน และเส้นทางระหว่างอุบลราชธานี กับท่าเรือแหลมฉบัง 66 คัน

ผู้รับจ้างต้องดำเนินการส่งมอบรถ บทต. ให้แล้วเสร็จภายใน 2,005 วัน หรือกว่า 5 ปี แบ่งเป็น 5 งวด ประกอบด้วย งวดที่ 1 ส่งมอบ 154 คัน ภายใน 545 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา, งวดที่ 2 ส่งมอบ 165 คัน ภายใน 910 วัน, งวดที่ 3 ส่งมอบ 198 คัน ภายใน 1,275 วัน, งวดที่ 4 ส่งมอบ 264 คัน ภายใน 1,640 วัน และงวดที่ 5 ส่งมอบ 165 วัน ภายใน 2,005 วัน โดยผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของรถไม่น้อยกว่า 5 ปีนับถัดจากวันที่ รฟท. ได้รับมอบรถ และหากส่งมอบล่าช้า มีอัตราค่าปรับ 0.20% ของราคารถที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...