โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอเลนา รีบาคินา กับค่ำคืนที่ยืนยันว่าเธอคือมาตรฐานใหม่ของ WTA

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เอเลนา รีบาคินา กับค่ำคืนที่ยืนยันว่าเธอคือมาตรฐานใหม่ของ WTA

ก่อนลงเล่นรอบชิงชนะเลิศ ยูเอสโอเพน 2026 เอเลนา รีบาคินา รู้แล้วว่าไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาอย่างไร เธอจะกลายเป็นนักเทนนิสหญิงมือ 1 ของโลกคนใหม่

ประเด็นสำคัญ

  • นัดชิงที่มีความหมายมากกว่าถ้วยแชมป์
  • เซตแรกที่เกมเสิร์ฟไม่ทำงาน แต่เกมอื่นกลับทำงานแทน
  • ซาบาเลนกาแสดงให้เห็นว่านี่คือการต่อสู้ระหว่าง 2 นักเทนนิสบนยอดพีระมิด
  • คุณสมบัติของยอดนักเทนนิสคือ ‘ลืมง่าย’
  • จากความไม่แน่นอนก่อนแข่ง สู่แชมป์ในบั้นปลาย
  • แกรนด์สแลมที่ 3 และฤดูกาลที่เปลี่ยนสถานะของเธอ
  • เหลือเพียงโรลังด์ การ์รอส กับแคเรียร์ แกรนด์สแลม
  • จากผู้เล่นที่เคย ‘เกือบถึง’ สู่คนที่ยืนอยู่บนสุด

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในอาเธอร์แอช สเตเดียม ทำให้ตำแหน่งนั้นไม่เหลือคำถามอีกต่อไป หลังว่าที่นักหวดมือ 1 ของโลกจากคาซัคสถาน เอาชนะอารีนา ซาบาเลนกา แชมป์เก่าสองสมัยติดต่อกันไปได้ 2 เซตรวด ด้วยสกอร์ 6-4, 5-7 และ 6-2 คว้ายูเอส โอเพนสมัยแรก และเป็นแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 3 ในอาชีพ

มองผ่านๆ นี่เหมือนเป็นโทรฟีแกรนด์สแลมอีกใบ แต่ในความจริง มันเป็นชัยชนะที่บอกว่า รีบาคินาอาจจะกลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ของ WTA ไปแล้ว

นัดชิงที่มีความหมายมากกว่าถ้วยแชมป์

รอบชิงชนะยูเอสโอเพนปีนี้ มีหลายเรื่องราวทับซ้อนกัน ไล่ตั้งแต่ ซาบาเลนกาต้องการป้องกันแชมป์ยูเอสโอเพนเป็นสมัยที่ 3 และหวังลบความผิดหวังจากการเสียมือ 1 โลก ส่วนรีบาคินาที่เพิ่งการันตีตำแหน่งมือ 1 ของโลกก่อนลงสนาม ก็ต้องการโทรฟีเพื่อการันตีว่าชั่วโมงนี้เธอคือหมายเลข 1 อย่างแท้จริง

อีกด้าน ทั้งคู่ยังเป็นคู่แข่งสำคัญของกันและกันในยุคนี้ ด้วยสไตล์ที่คล้ายกันในแง่พลัง แต่ต่างกันชัดเจนในเรื่องบุคลิกภาพ โดยทางซาบาเลนกา เป็นนักหวดที่แสดงอารมณ์ออกมาตลอดการแข่งขัน ส่วนรีบาคินา เป็นคนที่เล่นในแต่ละแต้มแบบแทบไม่เปลี่ยนสีหน้า

เมื่อการแข่งขันกลายเป็นเกมของความกดดัน ความแตกต่างตรงนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในรายละเอียดสำคัญที่สุดของค่ำคืน

เซตแรกที่เกมเสิร์ฟไม่ทำงาน แต่เกมอื่นกลับทำงานแทน

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในเซตแรกคือ รีบาคินาเล่นโดยไม่มีอาวุธที่ดีที่สุดของตัวเอง นั่นคือเสิร์ฟแรกที่ทำให้เธอได้แต้มราว 80% ในทัวร์นาเมนต์นี้

เธอมีสถิติในการเล่นเสิร์ฟแรกได้เพียง 27% หรือแค่ 8 จาก 30 ครั้ง สำหรับผู้เล่นที่ถูกยกให้มีหนึ่งในลูกเสิร์ฟดีที่สุดในโลก ตัวเลขนี้ควรเป็นสัญญาณอันตราย

แต่ที่แปลกคือในมุมตรงกันข้าม รีบาคินายังคว้าแต้มจากเสิร์ฟที่ 2 ได้ถึง 68% และใช้รีเทิร์นเกมกับการตีจากท้ายคอร์ตเล่นงานสาวจากเบลารุสได้อย่างต่อเนื่อง

เธอไม่พยายามฝืนให้เกมกลับไปเหมือนเดิม แต่ยอมรับว่าวันนี้เกมเสิร์ฟของเธอไม่สมบูรณ์ แล้วหาวิธีอื่นในการชนะ นี่อาจเป็นรายละเอียดที่สะท้อนพัฒนาการของเธอได้ดีที่สุด

หนึ่งในแผนการที่ชัดเจนที่สุดคือการตีบอลเร็วและลึกตรงกลางคอร์ต มันอาจดูไม่หวือหวา แต่ได้ผลอย่างมากในการผนึกผู้เล่นอย่างซาบาเลนกาไว้ที่หลังเส้นสนาม

อารีนาเป็นผู้เล่นที่อันตรายที่สุดเมื่อสามารถเปิดมุมและเดินหน้ากดดันคู่แข่ง แต่รีบาคินาก็ปฏิเสธไม่ให้ซาบาเลนกาทำสิ่งนั้นง่ายๆ

การตีบอลลึกตรงกลางบีบให้ซาบาเลนกาไม่มีมุมมากพอสำหรับสร้างเกม และบังคับให้เธอต้องตีจากตำแหน่งที่ไม่ถนัด แทนที่จะเปิดพื้นที่ให้โจมตี กลายเป็นว่าแชมป์เก่าต้องเป็นฝ่ายถูกกดดัน

การยึดพื้นที่ตรงกลางและควบคุมจังหวะของรีบาคินา ทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมากลายเป็นว่า แม้เธอยังเสิร์ฟไม่ดี แต่ก็ยังเก็บเซตแรกได้ด้วยสกอร์ 6-4

ซาบาเลนกาแสดงให้เห็นว่านี่คือการต่อสู้ระหว่าง 2 นักเทนนิสบนยอดพีระมิด

ในเซตที่ 2 นี้รีบาคินาเริ่มกลับมาได้อาวุธของเธอคืน หลังเพิ่มคะแนนจากเสิร์ฟแรกขึ้นมาถึง 61% แต่ระดับการตีจากท้ายคอร์ตเริ่มลดลงเล็กน้อย ขณะที่ซาบาเลนกากลับมาเล่นเกมเสิร์ฟ 2 ได้ดีขึ้น

ในตอนที่สกอร์อยู่ที่ 5-4 สาวเบลารุสมีโอกาสถึง 2 เซตพอยต์ แต่ยังปิดไม่ลง และเมื่อรีบาคินาปิดเกมเสิร์ฟไล่มา 5-6 ความกดดันก็ไล่หลังซาบาเลนกามาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในจุดนั้น ซาบาเลนกาก็กลับมาหาตัวเองเจอ เธอเลือกถอยออกไปรับลึกกว่าเดิม เปิดหน้าไม้เต็มแรง และใช้ แบ็กแฮนด์รีเทิร์นวินเนอร์ ปิดเซต 7-5 ตีเสมอเกมกลับมาเป็น 1-1 เซต

แม้ในตอนแรกเซตที่ 2 เหมือนจะเป็นเกมที่รีบาคินาดูควบคุมได้ แต่สุดท้าย ซาบาเลนกายังทำให้การแข่งขันกลับมาเสมอกันสำเร็จ และทุกอย่างต้องตัดสินในเซตสาม

คุณสมบัติของยอดนักเทนนิสคือ ‘ลืมง่าย’

ถ้าจะเลือกช่วงเวลาหนึ่งที่อธิบายว่าทำไมรีบาคินาถึงกลายเป็นมือ 1 โลก อาจไม่ใช่การเสิร์ฟเอซ หรือการยิงวินเนอร์ แต่มันคือทักษะการลืมความผิดหวัง ผิดพลาด ก่อนจะเริ่มใหม่ สิ่งเหล่านั้นแสดงออกอย่างชัดเจนในตอนเริ่มต้นเซตที่ 3

หลังเสียเซตที่ 2 ต่อหน้าด้วยลูกรีเทิร์นวินเนอร์ที่ยอดเยี่ยมของซาบาเลนกา กองเชียร์ที่เริ่มเทใจให้แชมป์เก่า แต่ทางสาวคาซัคสถานไม่มีอาการเสียศูนย์ให้เห็น

ความนิ่งของรีบาคินาถูกแสดงออกผ่านลูกเสิร์ฟที่กลับมาทำงานต่อเนื่อง ลูกกราวด์สโตรกที่ยังทำได้อย่างเฉียบคม และที่สำคัญคือ เธอกลับมาเล่นตามแพทเทิร์นของตัวเองทันที

รีบาคินาเบรกเสิร์ฟซาบาเลนกาตั้งแต่ต้นเซต ก่อนออกนำ 2-1 และเล่นด้วยมาตรฐานของตัวเอง จนมาเบรกเสิร์ฟได้อีกครั้งจนนำห่าง 5-2

จากแมตช์ที่กำลังไหลกลับไปทางซาบาเลนกา เธอใช้เวลาไม่นานในการเปลี่ยนโมเมนตัมกลับมาเป็นของตัวเอง มันแสดงให้เห็นถึง Mentality ของแชมป์มากกว่าความนิ่งที่แสดงออกบนใบหน้า

แต่แม้จะนิ่งเพียงใด รีบาคินาก็ยังเป็นมนุษย์ เธอมีช่วงที่แกว่งให้เห็น เพราะขณะที่เธอต้องเล่นแชมเปียนชิปพอยต์ครั้งแรก เธอกลับเสิร์ฟเสียดับเบิลฟอลต์

มันเป็นช่วงเวลาที่สามารถเปลี่ยนเกมได้ โดยเฉพาะเมื่ออีกฝั่งคืออารีนา ซาบาเลนกา ที่พร้อมเล่นงานทุกความลังเลของคู่แข่งได้ตลอดเวลา

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นแทบเป็นสิ่งที่ฉายภาพตลอดอาชีพของรีบาคินา เพราะเธอไม่แสดงความหงุดหงิด ไม่เร่ง ไม่พยายามทำอะไรซับซ้อน แล้วเสิร์ฟเอซปิดแมตช์ไปเหมือนมันทำง่ายๆ

นี่คือเอซลูกที่ 12 ของเธอในนัดชิงฯ ยูเอสโอเพน 2026 และเป็นวิธีเดียวกับที่เธอเคยปิดแมตช์ชิงฯ ออสเตรเลียนโอเพน เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

เธอปิดแมตช์คว้าแชมป์ 2 แกรนด์สแลมล่าสุด ด้วยอาวุธที่ดีที่สุดกลับมาทำงานในจังหวะที่สำคัญที่สุด

จากความไม่แน่นอนก่อนแข่ง สู่แชมป์ในบั้นปลาย

สิ่งที่ทำให้แชมป์นี้ยิ่งมีน้ำหนัก คือก่อนการแข่งขันที่ฟลัชชิงเมโดว์จะเปิดฉาก ยังไม่มีใครแน่ใจว่ารีบาคินาจะลงแข่งขันได้หรือไม่

เธอมีปัญหาอาการบาดเจ็บมาจากซินซินนาติมาสเตอร์ส จนมีช่วงที่เดินแทบไม่ได้ และไม่ได้ฝึกซ้อมเต็มที่ก่อนเข้าสู่แกรนด์สแลมสุดท้ายของปี

แถมก่อนหน้านี้ ประวัติของเธอในยูเอสโอเพนก็ไม่ได้ดีนัก เพราะเธอไม่เคยผ่านรอบ 16 คนสุดท้ายในการแข่งขันที่นิวยอร์กมาก่อน

แต่จากผู้เล่นที่มาแข่งขันด้วยเครื่องหมายคำถามเรื่องสภาพร่างกาย และฟอร์มการเล่น เธอกลับเดินทางไปถึงแชมป์ แถมตลอดเส้นทางยังต้องผ่านยอดนักหวดอย่าง นาโอมิ โอซากะ, เจิ้ง ซินเหวิน, โคโค กอฟฟ์ และซาบาเลนกา ในด่านสุดท้าย

นี่คือสายในรอบเมนดรอว์ที่หนักหน่วงและแทบไม่มีช่องให้ผ่อนการเล่นหรือผิดพลาด แต่สุดท้ายเธอก็สามารถผ่านมันไปได้และเดินทางไปถึงแชมป์ในที่สุด

แกรนด์สแลมที่ 3 และฤดูกาลที่เปลี่ยนสถานะของเธอ

ยูเอสโอเพน คือแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 3 ในอาชีพของเธอ ต่อจากวิมเบิลดัน 2022 และออสเตรเลียนโอเพน 2026 นั่นทำให้เธอจบฤดูกาลนี้ด้วย 2 แชมป์แกรนด์สแลม

รีบาคินากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 3 นับตั้งแต่ปี 2000 ที่คว้าออสเตรเลียนโอเพน กับยูเอสโอเพนในปีเดียวกัน ต่อจาก แองเจลิก แคร์เบอร์ ในปี 2016 และ ซาบาเลนกาในปี 2024 ยูเอสโอเพน ยังเป็นแชมป์รายการที่ 3 ของเธอในปีนี้ และแชมป์ WTA รายการที่ 14 ในอาชีพ

รีบาคินายังตามซาบาเลนกา ในสถิติเฮดทูเฮด ด้วยสถิติชนะ 8 แพ้ 10 แต่ตัวเลขอีกชุดหนึ่งน่าสนใจกว่า เพราะชัยชนะสามครั้งหลังสุดของรีบาคินาเหนือซาบาเลนกา เกิดขึ้นใน WTA ไฟนอลส์ นัดชิงฯ, เอโอ นัดชิง และ ยูเอสโอเพน นัดชิง นั่นหมายความว่า ในเวทีการแข่งขันที่สูงที่สุด รีบาคินากำลังเป็นฝ่ายชนะมากขึ้น

สไตล์ของทั้งคู่ก็เหมาะกับการสร้างเรื่องราวของคู่ปรับ หรือ Rivalry เพราะทางซาบาเลนกาใช้พลัง อารมณ์ และการบุก ส่วนรีบาคินาใช้พลังเหมือนกัน แต่เพิ่มความนิ่งและการเล่นที่เรียบง่ายกว่า

ทุกครั้งที่ทั้งคู่พบกัน จึงเหมือนเกมที่ใช้ภาษาคล้ายกัน แต่ใช้บุคลิกตรงกันข้าม และ WTA อาจกำลังได้ Rivalry แห่งยุคใหม่

อีกสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนหลังรอบชิงฯ ที่นิวยอร์ก คือสถานะของรีบาคินาในฮาร์ดคอร์ต เพราะเธอถือสามโทรฟีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนพื้นผิวนี้พร้อมกัน ทั้งเอโอ, ยูเอสโอเพน และ WTA ไฟนอลส์

ซาบาเลนกาเคยถูกมองว่าเป็นมาตรฐานของการเล่นฮาร์ดคอร์ตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่การที่รีบาคินาชนะเธอทั้งออสเตรเลียนโอเพน และยูเอสโอเพน ในปีเดียวกัน ทำให้คำถามเปลี่ยนทันที

ณ เวลานี้ หากต้องเลือกผู้เล่นหญิงที่ดีที่สุดบนฮาร์ดคอร์ต ชื่อของรีบาคินาอาจไม่ใช่หนึ่งในคำตอบอีกต่อไป แต่น่าจะเป็นคำตอบแรก

เหลือเพียงโรลังด์ การ์รอส กับแคเรียร์ แกรนด์สแลม

หลังคว้าแชมป์ยูเอสโอเพน สิ่งที่น่าสนใจที่สุดต่อจากนี้คือโทรฟีที่ยังขาด เพราะปัจจุบันรีบาคินามีทั้งวิมเบิลดัน, เอโอ และตอนนี้ก็มี ยูเอสโอเพนแล้ว ทำให้เหลือเพียงโรลังด์ การ์รอส ที่กันเธอออกจากแคเรียร์ แกรนด์สแลม เท่านั้น

คอร์ตดินอาจไม่ใช่พื้นผิวที่ถูกมองว่าเหมาะกับเกมของเธอที่สุด แต่รีบาคินาก็เคยคว้าแชมป์โรมมาสเตอร์ และปีนี้ยังคว้า WTA ที่สตุตการ์ตมาแล้ว

นั่นหมายความว่าเกมของเธอไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่สนามเร็ว หากสามารถพัฒนาการเคลื่อนที่ การสร้างแต้มบนการแรลลีที่ยาวขึ้น และรักษาสภาพร่างกายให้พร้อมตลอดฤดูกาลคอร์ตดินได้ เฟรนช์โอเพนก็อาจกลายเป็นเป้าหมายใหญ่ที่สุดถัดไป

การเป็นหมายเลข 1 ของโลก และแชมป์แกรนด์สแลมสองรายการในฤดูกาลเดียวทำให้รีบาคินาเดินเข้าสู่อีกสถานะหนึ่งทันที เพราะจากนี้เธอไม่ได้เป็นผู้ล่า แต่เป็นเป้าหมาย

หลังจากนี้ทุกคนจะศึกษาเกมของเธอมากขึ้น ศึกษาวิธีตีตรงกลางเพื่อปิดมุม ศึกษาจังหวะรีเทิร์น และพยายามหาวิธีบังคับให้เธอเคลื่อนที่มากขึ้น

สิ่งที่แยกแชมป์หนึ่งฤดูกาลออกจากผู้เล่นแห่งยุค คือความสามารถในการตอบสนองเมื่อทั้งทัวร์เริ่มปรับตัว และนี่อาจเป็นบททดสอบที่ยากกว่าการขึ้นมือ 1 เสียอีก

จากผู้เล่นที่เคย ‘เกือบถึง’ สู่คนที่ยืนอยู่บนสุด

หลายปีที่ผ่านมา เอเลนา รีบาคินาอยู่ใกล้จุดนี้มาตลอด เธอมีลูกเสิร์ฟ, มีพลัง, มีแกรนด์สแลม, มีเกมที่สามารถเอาชนะผู้เล่นทุกคนได้

แต่สิ่งที่เคยขาดคือความต่อเนื่องที่จะทำให้เธออยู่เหนือคู่แข่งได้ทั้งฤดูกาล ทว่าปี 2026 เปลี่ยนเรื่องนั้นทั้งหมด ในปีนี้เธอมีออสเตรเลียนโอเพน, ยูเอสโอเพน และหมายเลข 1 ของโลก

3 ความสำเร็จที่เกิดขึ้นภายในฤดูกาลเดียว ทำให้การพูดถึงรีบาคินาในฐานะผู้เล่นที่ “มีศักยภาพจะดีที่สุดในโลก” ล้าสมัยไปแล้ว

เพราะหลังค่ำคืนที่นิวยอร์ก คำถามไม่ใช่อีกต่อไปว่าเธอดีพอหรือไม่ แต่เป็นว่า เอเลนา “รีบาคินาจะสามารถอยู่บนจุดสูงสุดของ WTA ได้นานแค่ไหน” และ “จะมีแกรนด์สแลมอีกกี่รายการที่จะตามมา”

ยูเอสโอเพนครั้งนี้อาจเป็นแชมป์แรกของเธอที่นิวยอร์ก แต่จากสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดปี 2026 มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบทใหม่มากกว่าเส้นชัย

อ้างอิง

ภาพ:Sarah Stier / Getty Images

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...