โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พิพัฒน์”ลงพื้นที่เร่งหาต้นตอน้ำมันรั่ว พระราม3

INN News

อัพเดต 9 กันยายน 2569 เวลา 21.03 น. • เผยแพร่ 36 นาทีที่แล้ว • INN News

"พิพัฒน์" รุดลงพื้นที่ด่วน ! เร่งหาต้นตอน้ำมันรั่ว พระราม3 หลังประชุมปัญหามลพิษน้ำมัน-เคมีฯ นัดแรก เผย หน้าที่ คกก.รับมือเผชิญเหตุ ชี้ มีอำนาจเรียกค่าเสียหาย-เอาผิดผู้ประกอบการ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์ ครั้งที่ 1/2569 โดยระบุว่า โครงสร้างคณะกรรมการจะใช้คณะกรรมการชุดเดิม และหลังจากนี้จะเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่ออายุผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการชุดนี้ออกไปอีก 1 วาระ หรือ 2 ปี ขณะเดียวกันจะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการอีก 3 ด้าน และจะประชุมติดตามความคืบหน้าอีกครั้งในอีก 3 เดือนข้างหน้า

ส่วนกรณีการรั่วไหลของน้ำมัน กรมธุรกิจพลังงานอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อหาต้นตอของน้ำมันรั่ว เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ารั่วไหลมาจากผู้ประกอบการรายใด รวมถึงต้องตรวจสอบว่าน้ำมันซึมลงไปถึงชั้นใต้ดินหรือไม่ โดยจะตรวจสอบว่าเป็นท่อของบริษัทใด หากเป็นกรณีท่อรั่วแต่ไม่มีการซึมลงสู่ชั้นใต้ดิน ก็จะดำเนินการได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ ตนจะลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ และจะแถลงรายละเอียดต่อไปว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากผู้ประกอบการรายใด

สำหรับการควบคุมการสำรองน้ำมันของ ดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำมันรั่ว นายพิพัฒน์กล่าวว่า เท่าที่ทราบ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และกระทรวงพลังงาน จะเป็นหน่วยงานที่เข้าไปกำกับดูแลในส่วนนี้ ขณะที่คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่หลักในการจัดการเมื่อเกิดเหตุ โดยจะเป็นผู้เผชิญเหตุและรับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุการณ์ พร้อมย้ำว่า ในส่วนของการป้องกัน คณะกรรมการจะพิจารณาภาพรวมว่าควรป้องกันและควบคุมมลพิษในด้านใดบ้าง

นายพิพัฒน์ยังระบุด้วยว่า อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ครอบคลุมถึงการดำเนินการเอาผิดและเรียกร้องค่าเสียหายด้วย เพราะเมื่อเกิดการรั่วไหลของปิโตรเลียมหรือสารเคมีจนเกิดอันตรายและความเสียหาย จะต้องมีผู้รับผิดชอบ รวมถึงต้องมีหน่วยงานที่ดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหาย โดยคณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลว่าใครเป็นผู้เสียหายและความเสียหายเกิดขึ้นอย่างไร

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...