โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รอง ผบ.ตร. นำทีมแถลงจับยาบ้า 2 คดี ยึดของกลางรวมกว่า 17.5 ล้านเม็ด

สวพ.FM91

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ที่ ลานอเนกประสงค์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส. พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สว.กก.ดส. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุม 2 ผู้ต้องหา และตรวจยึดยาบ้าหรือแอมเฟตามีน จำนวนรวม 17,560,000 เม็ด โดยแบ่งเป็น 2 พื้นที่

โดย พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ตามนโยบายการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันและปราบปรามตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี มุ่งเน้นข้อหาความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่ การครอบครองยาเสพติดเพื่อการค้า จำหน่าย ผลิต นำเข้า ส่งออก สมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือแก่กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีได้ตระหนักถึงปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นภัยคุกคามและเป็นปัญหาที่สำคัญของชาติต้องแก้ไขอย่างจริงจังเร่งด่วน จึงมอบนโยบายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และหน่วยงานภายในสังกัดดำเนินการตรวจค้นจับกุมขยายผลคดียาเสพติดและเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ

คดีแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดยาเสพติด กก.ดส. รวบ 2 ผู้ต้องหาคาบ้าน ยึดยาบ้า กว่า 9,560,000 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท

พฤติการณ์การจับกุม สืบเนื่องจากช่วงต้นปี พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ได้ทำการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาเป็น ขนย้ายยาเสพติดมาเก็บซุกซ่อนในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจากการสืบสวนขยายผลพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ซึ่งใช้รถตู้ในการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด โดยได้เก็บซุกซ่อนยาเสพติดเพื่ออำพรางสายตาและการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ในเพิงพัก จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ตระหนักว่า หากยาเสพติดจำนวนมากมายนั้น หลุดรอด จากการจับกุมไปได้ จะนำมาซึ่งความเสียหายของประเทศชาติและความไม่ปลอดภัยแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน จึงได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาและทำการสืบสวนต่อไป

กระทั่งสืบทราบว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายดังกล่าว จะใช้รถตู้ขึ้นไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ทางภาคกลาง เพื่อนำมาเก็บซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ชั้นในและลักลอบจำหน่ายให้แก่ประชาชน ซึ่งจากการสะกดรอยและสังเกตการณ์

ต่อมาวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สว.กก.ดส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดชุดจับกุมพบเพิงพัก เชื่อว่าใช้ในการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ จึงแสดงตัวและใช้ยุทธวีธีในการเข้าตรวจค้น / จับกุม 2 ผู้ต้องหา พร้อมยึดของกลาง ยาบ้าหรือแอมเฟตามีน จำนวน 9,560,000 เม็ด และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง มูลค่ารวมกว่า 500,000,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ในเพิงพัก ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้ไว้ใช้เพื่อสำหรับเก็บซุกซ่อนยาเสพติดโดยเฉพาะ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าหรือแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชน” และนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนผู้ร่วมการกระทำความผิดและเครือข่ายยาเสพติดของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบแล้วว่าเป็นใครบ้าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ อยู่ในขั้นตอนการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อไป

คดีที่สอง สืบนครบาล 7 ตรวจยึดของกลางยาบ้า 8,000,000 เม็ด

พฤติการณ์การจับกุมสืบเนื่องจาก พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.7 ได้ทำการขยายผลจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ต่อมาได้พบข้อมูลของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ที่มีพฤติการณ์ลักลอบนำยาเสพติดมาพักรอการจำหน่ายที่ จ.ลพบุรี ก่อนจะแพร่กระจายเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงได้ร่วมกัน ทำการสืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่เป็นเป้าหมาย โดยได้รับแจ้งว่า กลุ่มผู้ต้องหาที่ติดตามอยู่นั้น จะมีการขนและลำเลียงยาเสพติดเข้ามาภายในพื้นที่ จ.สระบุรี โดยรถที่ใช้ขนและลำเลียงยาเสพติดเป็นรถกระบะ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แบ่งกำลังสะกดรอยติดตามต่อเนื่องจนกระทั่งเมื่อ 25 กรกฎาคม 2569 เวลา 22.00 น. พบรถคันดังกล่าวขับบนเส้นทางลพบุรี-สระบุรี มีลักษณะบรรทุกของหนักผิดปกติจึงทำการสะกดรอยตาม เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวขอตรวจสอบบริเวณแยกไฟแดงโรบินสัน ต.กกโก อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี แต่ผู้ขับขี่ได้ขับรถหลบหนี โดยผู้ต้องหาชาย 2 คน ได้ถอยชนรถเจ้าหน้าที่ จึงได้มีการยิงสกัด ทำให้ผู้ต้องหาทิ้งรถและอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้
เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลาง ยาบ้า 40 กระสอบ รวมทั้งหมด 8,000,000 เม็ด, รถยนต์กระบะ (แบบแครี่บอย) ทะเบียนลพบุรี และโทรศัพท์มือถือไอโฟน 11Pro Max จำนวน 1 เครื่อง นำส่งลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองลพบุรี และนำยาเสพติดไปขยายผลต่อที่ กก.สส.บก.น.7 ก่อนจะส่งมอบให้กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...