โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"จีน" ฝ่ากีดกันสหรัฐฯ เร่งเกมชิงผู้นำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 46 นาทีที่แล้ว
ท่ามกลางมาตรการกีดกันจากสหรัฐฯ ผู้ผลิตหุ่นยนต์จีนกำลังเปลี่ยนเกมในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์

สื่อต่างประเทศรายงานว่า งาน World Robot Conference ซึ่งจัดขึ้นในกรุงปักกิ่ง กำลังสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีน จากการนำมาใช้จัดแสดงเพื่อมุ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจ ไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ที่กว้างมากขึ้น

งานในปีนี้มีบริษัทหุ่นยนต์จีนมากกว่า 300 รายเข้าร่วมและนำผลิตภัณฑ์กว่า 2,000 รายการมาจัดแสดง รวมทั้งมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากกว่า 150 รายการ

ปัจจุบัน หุ่นยนต์จีนถูกนำไปทดสอบและใช้งานมากขึ้น ในภาคโลจิสติกส์ การผลิต และการบริการ ซึ่งภายในงาน ยังสะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตจีนกำลังเร่งพัฒนาหุ่นยนต์ให้สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมจริงมากขึ้น เช่น DexForce ที่สาธิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังหยิบโทรศัพท์มือถือใส่กล่องบนสายการประกอบ ซึ่ง Nicole Yang เจ้าหน้าที่ของ DexForce กล่าวว่า หุ่นยนต์ดังกล่าวถูกนำไปใช้งานตั้งแต่ต้นปีที่โรงงานของ Lens Technology บริษัทผู้ผลิตหน้าจอสัมผัสและชิ้นส่วนอื่น ๆ ให้กับ Apple และ Huawei โดยหุ่นยนต์สามารถทำงานด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร พร้อมตรวจจับและแก้ไขข้อผิดพลาดได้

ส่วน Lumos Robotics ได้นำหุ่นยนต์มาใช้งาน ทำให้กระบวนการประกอบโมดูลสำคัญภายในโรงงานเป็นระบบอัตโนมัติ และมีแผนนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้เพิ่มเติมในขั้นตอนการประกอบขั้นสุดท้าย

และ X Square Robot ที่มุ่งพัฒนาหุ่นยนต์สำหรับงานบ้าน กำลังพยายามก้าวข้ามการทดลองใช้งานในระยะสั้น ไปสู่การใช้งานที่นานขึ้น โดยปัจจุบันการใช้งานต่อเนื่องที่ยาวนานที่สุดอยู่ที่ 1 เดือน นอกจากนี้ บริษัทกำลังทดสอบหุ่นยนต์ในบ้านหลายร้อยครัวเรือน ก่อนทยอยนำออกจำหน่ายเชิงพาณิชย์ภายในปีหน้า

ทั้งนี้ งานดังกล่าวจัดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) ประกาศห้ามนำเข้าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ที่เป็นหุ่นยนต์สี่ขา หรือ สุนัขหุ่นยนต์ รวมถึงอินเวอร์เตอร์ที่ผลิตในต่างประเทศรุ่นใหม่ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งมาตรการดังกล่าวถูกมองว่ามุ่งเป้าไปที่จีนเป็นหลัก

หน่วยงานสหรัฐฯ ระบุว่า หุ่นยนต์ขั้นสูงอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางไซเบอร์และความมั่นคงแห่งชาติในด้านอื่น ๆ ขณะที่มาตรการดังกล่าวยังเพิ่มแรงกดดันต่อบริษัทจีนที่ต้องการขยายตลาดในสหรัฐฯ อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังเกิดขึ้นท่ามกลางความสนใจของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากต่อหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ซึ่งถูกมองว่าอาจเป็นแหล่งเติบโตใหม่ของภาคอุตสาหกรรมจีน และจะเป็นอีกหนึ่งเวทีการแข่งขันด้านเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ

หลังความสำเร็จของ Unitree ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์สี่ขา ซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดรายหนึ่งของจีน โดยราคาหุ้นของบริษัทฯ พุ่งขึ้นเกือบ 6 เท่าในการซื้อขายวันแรกที่ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ขณะที่การเสนอขายหุ้น IPO ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนรายย่อย จนมีคำสั่งจองซื้อสูงกว่าจำนวนหุ้นที่จัดสรรไว้มากกว่า 8,000 เท่า

นั่นทำให้บริษัทในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์หลายรายเริ่มพิจารณาการเข้าสู่ตลาดทุน เช่น Lumos Robotics และ AiMOGA Robotics ซึ่งเป็นธุรกิจหุ่นยนต์ของ Chery Automobile ต่างก็เปิดเผยกับ รอยเตอร์ส บอกว่า กำลังพิจารณาแนวทางการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น

สำหรับบริษัท Unitree เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง หลังนำหุ่นยนต์ขึ้นแสดงในงานต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ด้วยการแสดงเต้นที่มีท่วงท่าคล่องตัวและทันสมัย ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในบริษัทหุ่นยนต์ที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญ ภายใต้เป้าหมายผลักดันประเทศขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคต

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวและจำนวนแรงงานลดลง รัฐบาลจีนได้ทุ่มเงินลงทุนจำนวนมากให้กับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยมองว่าเทคโนโลยีดังกล่าวอาจเป็นอุตสาหกรรมสำคัญลำดับถัดไป และเป็นหนึ่งในแนวหน้าของการแข่งขันด้านเทคโนโลยีในอนาคต

การก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ ยังอาจช่วยยกระดับสถานะของจีนในการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นกับสหรัฐฯ ทั้งด้านปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีขั้นสูง

ปัจจุบัน Unitree ส่งมอบหุ่นยนต์สองขาไปแล้วราว 18,000 ตัวทั่วโลก ณ เดือนกรกฎาคม 2026 ขณะที่บริษัทกำลังเร่งพัฒนาขีดความสามารถด้าน เอไอ เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมจริงได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์จาก Counterpoint Research เตือนว่า จุดแข็งของ Unitree ในปัจจุบันยังมาจากความสามารถด้านฮาร์ดแวร์และการควบคุมการเคลื่อนไหวเป็นหลัก ขณะที่บริษัทยังจำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา embodied AI ซึ่งเปรียบเสมือน สมอง ของหุ่นยนต์ เพื่อให้สามารถเข้าใจและตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมจริงได้ดีขึ้น

ซึ่งบริษัทฯ กำลังเดินหน้าแก้โจทย์ดังกล่าว โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้ร่วมมือกับ Nvidia เพื่อทำการวิจัยและพัฒนาร่วมกัน

ล่าสุด Wang Xingxing ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Unitree ให้มุมมองต่ออุตสาหกรรมว่า กำลังเข้าใกล้ความก้าวหน้าครั้งสำคัญ ซึ่งจะทำให้สามารถนำหุ่นยนต์ไปไว้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย และให้หุ่นยนต์ทำงานส่วนใหญ่ได้ผ่านคำสั่งเสียงหรือข้อความง่าย ๆ ได้

โดยหวังว่าในอนาคตจะได้เห็นหุ่นยนต์ถูกนำเข้าไปในบ้านที่ไม่คุ้นเคย และสามารถทำงานได้ประมาณร้อยละ 80 ผ่านคำสั่งเสียงหรือข้อความ และนั่น จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์จะก้าวเข้าสู่การเติบโตอย่างก้าวกระโดด

อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่า ความก้าวหน้าครั้งสำคัญของซอฟต์แวร์หุ่นยนต์อาจเกิดขึ้นภายในอีก 2–3 ปีข้างหน้า หากการพัฒนาเป็นไปในกรณีที่ดีที่สุด แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น อาจต้องใช้เวลาอีก 5-10 ปี จึงจะเห็นความก้าวหน้าดังกล่าวอย่างชัดเจน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...