ผงะ! พบกะโหลกวัวเกือบ 100 หัวเกลื่อนริมทางขอนแก่น กลิ่นเหม็นคลุ้ง เร่งหาคนทิ้ง
ชาวบ้านและกำนันตำบลกุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เร่งเก็บกะโหลกวัวเกือบ 100 หัวที่ถูกนำมาทิ้งเกลื่อนริมถนน บางส่วนยังมีเนื้อ หนัง และขนติดอยู่ ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง เบื้องต้นยังไม่ทราบผู้นำมาทิ้ง คาดอาจเป็นซากจากโรงฆ่าสัตว์ เตรียมตรวจสอบข้อเท็จจริง
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 2 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลมีเดีนและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปขณะกำนันตำบลกุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น และชาวบ้าน ช่วยกันนำกะโหลกวัวกว่า 40 หัว ใส่รถดั๊มพ์น้อยไปทำการเผากำจัดเชื้อโรค หลังมีชาวบ้านแจ้งว่ามีกลิ่นซากศพโชย และพบหัวกะโหลกวัวเสียงไว้ตามไม้และตามป้ายของทางการ สร้างภาพที่ไม่น่าชมแก่ผู้ที่สัญจรผ่านไปผ่านมาบนถนนสาย อ.มัญจาคีรี - อ.โคกโพธิ์ไชย ช่วงบ้านขุมดิน หมู่ 4 ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น โดยในคลิปพบว่ามีเฉพาะกะโหลกศีรษะของวัวทั้งหมด ทั้งแบบมีเศษเนื้อและหนังติดอยู่ รวมทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นโชยอีกด้วย
ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบกับนาย สมภพ แดงระยับ อายุ 43 ปี กำนันตำบลกุดเค้า ซึ่งกำลังทำความสะอาดรถที่นำไปขนกะโหลกวัวไปเผาในพื้นที่สาธารณะในป่าห่างไกลชุมชน ซึ่งพบว่ายังมีเศษกะโหลกวัวที่มีเนื้อและหนังติดอยู่ รวมทั้งฟันของวัวที่ติดกันกะโหลกแต่แตกออกติดรถมาด้วย
นายสมภพ กล่าวว่า มีชาวบ้านมาร้องเรียนว่าพบหัวกะโหลกสัตว์ คาดว่าเป็นหัวกะโหลกวัว ถูกนำมาทิ้งไว้ตามข้างทางหลายหัว ซึ่งดูแล้วเป็นภาพที่ไม่ค่อยดีและไม่น่ามอง จุดละประมาณ 2-3 หัว กระจายกันไป แต่จุดที่ไปตรวจสอบครั้งนี้มีจำนวนมากเกินไป จึงเห็นว่าจำเป็นต้องจัดเก็บไปกำจัด เพราะเกรงว่าอาจเป็นแหล่งเชื้อโรค ทั้งนี้ตอนแรกไม่คิดว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต กระทั่งมีการนำภาพไปเผยแพร่และแชร์ต่อกันในสื่อสังคมออนไลน์
"เบื้องต้นคาดว่าหัวกะโหลกวัวเหล่านี้น่าจะมาจากโรงฆ่าสัตว์ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นของใคร หรือใครเป็นผู้นำมาทิ้ง ที่ผ่านมาไม่เคยพบว่ามีการนำหัววัวมาทิ้งเป็นจำนวนมากขนาดนี้ อย่างมากที่เคยเห็นก็ประมาณ 2-3 หัว ถูกทิ้งไว้ตามข้างทางหรือพื้นที่สาธารณะ ส่วนสาเหตุคาดว่าอาจมาจากโรงฆ่าสัตว์ เนื่องจากตามปกติเวลามีการนำกระดูกวัวไปขาย มักจะเห็นเพียงโครงกระดูก ไม่ค่อยพบว่ามีส่วนหัววัวปะปนอยู่ด้วย จึงคิดว่าหัววัวอาจขายไม่ได้หรือไม่มีราคา จึงถูกนำมาทิ้ง ก่อนหน้านี้เคยเห็นว่าส่วนหัววัวยังสามารถขายได้ แต่ขณะนี้คาดว่าอาจขายไม่ได้แล้ว จึงต้องหาสถานที่ทิ้ง"
นายสมภพ กล่าวต่อว่า ยังไม่มีข้อมูลว่าโรงฆ่าสัตว์มีวิธีนำโครงกระดูกหรือซากเหล่านี้ไปกำจัดอย่างถูกต้องอย่างไร แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยพบการนำหัววัวมาทิ้งในลักษณะนี้ จึงคาดว่าก่อนหน้านี้อาจยังขายได้ กระทั่งปีนี้กลับพบหัววัวถูกนำมาทิ้งไว้ตามข้างทางเป็นจำนวนมาก จึงคิดว่าน่าจะเกิดจากขายไม่ได้แล้วนำมาทิ้ง ทั้งนี้เมื่อคืนที่ผ่านมาเก็บหัววัวไปได้ประมาณ 40 หัว ส่วนที่ยังเหลืออยู่น่าจะมีอีกราวครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 20 กว่าหัวอย่างแน่นอน สภาพของหัววัวมีทั้งหัวที่ยังมีเนื้อ หนัง และขนติดอยู่กับกะโหลก บางส่วนที่เก็บมาก็ยังมีกลิ่นเหม็น จึงช่วยกันจัดเก็บได้ประมาณ 40 หัว ก่อนนำน้ำมันโซลาไปเผาทำลาย แต่ขณะนี้ยังไม่มั่นใจว่าจัดเก็บหมดแล้วหรือไม่ ส่วนตัวไม่ได้มองว่าการนำหัววัวมาทิ้งในลักษณะนี้จะเกี่ยวข้องกับการบูชายัญหรือเรื่องมนต์ดำ คิดว่าน่าจะเกิดจากหัววัวขายไม่ได้และไม่มีสถานที่กำจัด จึงนำมาทิ้งตามป่าข้างทาง
"บริเวณดังกล่าวไม่มีไฟถนน แม้จะมีรถสัญจรผ่านไปมาจำนวนมาก แต่ช่วงกลางคืนจะมืดตลอดแนวถนน ตั้งแต่บริเวณหน้าวัดป่าไปจนถึงบ้านหัวฝาย ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ผู้ที่นำมาทิ้งน่าจะขับรถมาแล้วโยนหัววัวทิ้งไปเรื่อย ๆ ตามเส้นทาง เมื่อดูจากสภาพของหัววัวแล้ว ไม่น่าจะถูกนำมาทิ้งภายในวันเดียว แต่น่าจะมีการทยอยนำมาทิ้งอย่างต่อเนื่อง เพราะมีทั้งหัวเก่า หัวที่ยังมีเนื้อติดอยู่ และหัวที่ยังส่งกลิ่นเหม็น จึงอยากฝากถึงผู้ที่นำหัววัวมาทิ้ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นโรงฆ่าสัตว์ที่อยู่ใกล้บริเวณนี้ รวมถึงโรงฆ่าสัตว์หรือเขียงเนื้อทุกแห่งว่า ควรมีวิธีจัดการและกำจัดซากที่เหมาะสมมากกว่านี้ เพราะหากไม่นำมาทิ้งในจุดนี้ แต่ย้ายไปทิ้งจุดอื่น ก็จะกลายเป็นปัญหาของหมู่บ้านอื่นต่อไป บรรยากาศในพื้นที่ก็ดูไม่ดี อีกทั้งเมื่อวานยังไม่ทราบว่าใครนำหัววัวขึ้นมาตั้งไว้เป็นจุด ๆ และบางส่วนถูกนำไปแขวนไว้ตามป้ายด้วย"
ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังจุดที่ระบุว่า พบกะโหลกถูกทิ้งเหลื่อนอยู่และถูกนำไปรวบรวมเผาในพื้นที่ห่างไกลออกไปในป่าสาธารณะ ซึ่งยังพบว่ามีหัวกะโหลกวัวกองกันอยู่และมีไฟไหม้จากด้านในเล็กน้อย และพบว่ามีบางกะโหลก เกลื่อนพื้นอยู่ห่างกองออกไป คาดว่าจะมีสุนัขมาคาบไปแทะ