โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หุ้น SpaceX ร่วงหลัง IPO วอลล์สตรีทชี้มูลค่ามีลุ้นทะลุ 2 เท่าภายในกลางปี 2027

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รายงานจาก Yahoo finance เปิดเผยบทวิเคราะห์ Space Exploration Technologies หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ SpaceX เผชิญกับการปรับตัวลดลงของราคาหุ้นนับตั้งแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนมิถุนายน หลังจากราคาหุ้นพุ่งขึ้นเหนือ 200 ดอลลาร์ต่อหุ้นในช่วงไม่นานหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ปัจจุบันหุ้นซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 108 ดอลลาร์ (ณ วันที่ 31 กรกฎาคม)

นักลงทุนส่วนใหญ่ทราบอยู่แล้วว่าราคาหุ้นของบริษัทที่ยังไม่มีกำไรและต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากจะมีความผันผวนเมื่อเริ่มซื้อขายในตลาด และความผันผวนดังกล่าวก็ดูเหมือนจะยังไม่สิ้นสุด ตามราคาเป้าหมายของนักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีท หุ้น SpaceX อาจเผชิญการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ภายในช่วงฤดูร้อนปีหน้า โดยต่อไปนี้คือสิ่งที่นักลงทุนสามารถคาดหวังได้

SpaceX จะมีมูลค่าเท่าใดในปี 2027

ราคาเป้าหมายเฉลี่ยมัธยฐาน (Median Price Target) ของหุ้น SpaceX จากนักวิเคราะห์วอลล์สตรีท 37 ราย อยู่ที่ 225 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งหมายความว่าการลงทุนในหุ้นดังกล่าวอาจให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าภายในกลางปี 2027

เหตุผลสำคัญที่ทำให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ SpaceX คือการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการปล่อยจรวด ซึ่งมีแนวโน้มที่คู่แข่งจะตามทันได้ยากในระยะเวลาอันใกล้ ความได้เปรียบดังกล่าวทำให้บริษัทสามารถปล่อยจรวดได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าและมีความถี่มากกว่าคู่แข่ง ส่งผลให้สามารถขยายธุรกิจโทรคมนาคมผ่านดาวเทียม Starlink ได้ ขณะที่ผู้ให้บริการดาวเทียมรายอื่นประสบปัญหาในการแข่งขัน

แนวโน้มที่ SpaceX จะพัฒนาศูนย์ข้อมูลในวงโคจร (Orbital Data Centers)

ยังเป็นอีกปัจจัยที่สร้างความตื่นเต้นให้กับนักวิเคราะห์จำนวนมาก เนื่องจากมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพขนาดใหญ่ ปัจจุบัน SpaceX เริ่มสร้างรายได้จากความต้องการกำลังประมวลผลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI Compute) ผ่านศูนย์ข้อมูลภาคพื้นดินแล้ว โดยได้ลงนามข้อตกลงกับ Anthropic และ Alphabet ก่อนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์หลายรายยังปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเพียงเพราะบริษัทมี Elon Musk เป็นผู้บริหาร ไม่เพียงเพราะ Musk ดึงดูดนักลงทุนรายย่อยได้เป็นจำนวนมาก แต่ยังมีประวัติที่โดดเด่นในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงไปพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ฝั่งวาณิชธนกิจ (Sell-side Analysts) มักมีมุมมองเชิงบวกเป็นทุนเดิม อีกทั้งราคาเป้าหมายบางส่วนยังมาจากนักวิเคราะห์ของธนาคารเพื่อการลงทุนที่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายหุ้น IPO ของ SpaceX แม้ว่างานวิเคราะห์จะถูกแยกออกจากบทบาทการรับประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์

แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะมองว่า การมีส่วนร่วมของนายจ้างในการทำ IPO จะไม่มีอิทธิพลต่อบทวิเคราะห์เลย กล่าวอีกนัยหนึ่ง นักลงทุนควรใช้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยดังกล่าวด้วยความระมัดระวัง

SpaceX จะสามารถเพิ่มมูลค่าเป็นสองเท่าภายในปีหน้าได้หรือไม่

แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่หุ้น SpaceX จะปรับขึ้นแตะ 225 ดอลลาร์ หรือสูงกว่านั้นภายในกลางปี 2027 เนื่องจากเคยแตะระดับดังกล่าวมาแล้วในเดือนมิถุนายน แต่ก็ยังมีหลายปัจจัยที่เป็นแรงกดดันต่อราคาหุ้น

ปัจจัยแรกคือการสิ้นสุดช่วงห้ามขายหุ้น (Lockup Expiration) ซึ่งจะทำให้มีหุ้นจำนวนมากเข้าสู่ตลาด โดย SpaceX เสนอขายหุ้นต่อประชาชนเพียงไม่ถึง 5% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดในการทำ IPO ส่วนที่เหลือยังอยู่ในมือของผู้บริหารและนักลงทุนยุคแรก และจากการที่มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนกลุ่มดังกล่าวย่อมมีแรงจูงใจในการขายหุ้นเมื่อพ้นระยะเวลาห้ามขาย

โอกาสแรกที่ผู้ถือหุ้นก่อน IPO จะสามารถขายหุ้นได้ คือวันที่ 6 สิงหาคม หรือสองวันหลังจาก SpaceX เปิดเผยผลประกอบการครั้งแรกหลังเข้าตลาด ซึ่งการสิ้นสุดช่วง Lockup อาจเป็นบททดสอบที่สำคัญกว่าการประกาศผลประกอบการเสียอีก

โดยส่วนใหญ่แล้ว มูลค่าของ SpaceX ถูกประเมินจากศักยภาพในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น พลวัตของตลาดอาจมีบทบาทต่อราคาหุ้นมากกว่า นักลงทุนจะได้เห็นเป็นครั้งแรกภายในไม่กี่วันข้างหน้าว่า ตลาดสามารถรองรับหุ้นที่จะทยอยเข้าสู่ตลาดได้มากน้อยเพียงใด

นอกจากนี้ ยังมีการสิ้นสุดช่วง Lockup อีกหลายรอบในช่วงหลายเดือนข้างหน้า นักลงทุนบางกลุ่ม รวมถึง Elon Musk จะยังไม่สามารถขายหุ้นได้จนถึงกลางปี 2027 ส่งผลให้แรงขายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจกดดันราคาหุ้นตลอดปีหน้า

อีกประเด็นที่ต้องพิจารณาคือระดับมูลค่าหุ้น แม้ว่าราคาจะปรับตัวลดลงหลัง IPO แต่หุ้น SpaceX ยังซื้อขายที่ระดับประมาณ 75 เท่าของยอดขาย (Price-to-Sales) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่เหมาะสม เนื่องจากบริษัทยังไม่มีกำไร นักวิเคราะห์คาดว่ายอดขายจะเติบโตอย่างมากจากการให้เช่ากำลังประมวลผลแก่ Anthropic และ Alphabet แต่ราคาหุ้นก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่แพงมาก

สุดท้าย ความจำเป็นในการระดมทุนเพิ่มเติมอาจเป็นอีกปัจจัยที่กดดันราคาหุ้น Morgan Stanley ประเมินว่า SpaceX จะยังไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดอิสระเป็นบวก (Positive Free Cash Flow) ได้จนถึงปี 2035 และก่อนถึงจุดนั้น บริษัทอาจใช้เงินลงทุนสะสมราว 700,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้ SpaceX ต้องพึ่งพาตลาดตราสารหนี้อย่างมากในการระดมทุนเพิ่มเติมในอนาคต หากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนเงินทุนก็จะเพิ่มขึ้น และยิ่งกดดันราคาหุ้นมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...