โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

100 ปี ‘กี่เพ้า’ สัญลักษณ์แห่งพลังหญิง กว่าจะเป็นเดรสรัดรูปสุด Iconic ของสาวจีน เคยเป็นเสื้อคลุมผู้ชาย ที่ผู้หญิงห้ามใส่ ก่อนพวกเธอจะลุกมาปฏิวัติ เพื่อยืนยันสิทธิ์ในเนื้อตัวร่างกาย

Mirror Thailand

อัพเดต 28 ม.ค. 2568 เวลา 08.21 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2568 เวลา 08.21 น.
ภาพไฮไลต์

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้! วันตรุษจีนแบบนี้ ขอให้คนไทยเชื้อสายจีนทุกท่าน คิดอะไรหรือทำอะไรก็สมหวังทุกประการ เฮงๆ ปังๆ จึ้งๆ กันถ้วนหน้า ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่จีน หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับการเลือกหยิบเสื้อผ้าสีแดงสดมาสวมใส่เพื่อเป็นสิริมงคล แต่ถ้าพูดถึงหนึ่งในชุดที่เป็น iconic ของสาวจีน ที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เนื่องจากเป็นชุดที่คนนิยมใส่กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดตั้งแต่อดีตจวบจนทุกวันนี้ และยังเป็นชุดที่มีอิทธิพลอย่างมากในอุตสาหกรรมแฟชั่นทั่วโลก คงต้องยกให้ ‘กี่เพ้า’ ชุดเดรสรัดรูปที่กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนจีนไปแล้ว

กี่เพ้า (Qipao) อยู่มาอย่างยาวนานเป็น 100 ปี แถมยังมีเบื้องหลังการเดินทางที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อด้านหนึ่ง มันถือเป็นสัญลักษณ์ของ ‘พลังหญิง’ และบอกเล่าเรื่องราวการปลดแอกของผู้หญิงจีนที่ตั้งคำถามต่อบทบาทความเป็นหญิงในสังคมและความไม่เท่าเทียมทางเพศ

Qipao หรือ Cheongsam ในภาษากวางตุ้ง เดิมทีแล้วไม่ใช่เดรสรัดรูปของหญิงสาว แต่เป็นเสื้อคลุมตัวยาวของชาวแมนจูที่เกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง ประเทศจีน โดยสงวนสิทธิ์อย่างเข้มงวดไว้ให้แค่ ‘ผู้ชาย’ ใส่ได้เท่านั้น ซึ่งสะท้อนถึงการแบ่งชนชั้นด้วยเพศ แต่จากวันที่ผู้หญิงไม่สามารถหยิบมาใส่ได้เลย ก็ค่อยๆ เดินทางมาสู่ช่วงปีที่ผู้หญิงเริ่มตั้งคำถามกันแล้วว่า ทำไมผู้ชายใส่ได้ ฉันถึงใส่มันไม่ได้?

Gong Pan Pan ผู้เป็นนักวิจัยอิสระและศิลปิน กล่าวกับ Roots Sg ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมในสิงคโปร์ (National Heritage Board) ไว้ว่า ในช่วงสิ้นสุดราชวงศ์ชิงมีการเกิดขึ้นของแนวคิดเฟมินิสม์ในตะวันตก ที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงจีนเริ่มตั้งคำถามต่อการถูกกดทับทางเพศในชีวิตประจำวันขึ้น โดยเฉพาะปัญญาชนหญิงที่เข้าถึงแนวคิดเฟมินิสม์ในยุคนั้น ก็เริ่มนำชุดกี่เพ้าของผู้หญิงมาสวมใส่ เพื่อแสดงถึงพลังของพวกเธอและความสำคัญของผู้หญิงที่ควรมีเท่าๆ กับผู้ชาย ทำให้กี่เพ้าได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของ Progressive Ideology หรืออุดมการณ์ความก้าวหน้าในยุคนั้น

“Cheongsam ได้กลายเป็นเสื้อผ้าที่ผู้หญิงสวมใส่หลังจากเหตุการณ์ 4 พฤษภาคม ในปี 1919 (May Fourth Movement) หรือ New Culture Movement” Osmond Chan ผู้เป็นผู้ช่วยภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์ A Century of Fashion: Hong Kong Cheongsam Story ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ฮ่องกง กล่าวกับ CNN ซึ่งเหตุการณ์ที่ว่าถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่ประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ เขายังเสริมอีกว่าการที่ผู้หญิงเอาเสื้อคลุมของผู้ชายมาใส่นับว่าเป็น Feminist Statement เพื่อแสดงออกทางการเมืองอย่างหนึ่งก็ว่าได้

และพอเข้าสู่ช่วงปี 1920s ผู้หญิงจีนก็ตั้งคำถามต่อถึงการแต่งกายที่ถูกคาดหวังให้สวมเสื้อผ้าพรางสัดส่วนตามขนบธรรมเนียมความเป็นหญิงที่ดี ด้วยการปรับชุดกี่เพ้าของผู้ชายทรงหลวมๆ กลายเป็นชุดเดรสที่มีความรัดรูป ขับเน้นสัดส่วนของตัวเอง เพื่อแสดงออกถึงเสรีภาพในการแต่งกาย และตั้งคำถามต่อระบบปิตาธิปไตยในประเทศจีน จนทำให้ความหมายและความลึกซึ้งของกี่เพ้าเปลี่ยนไปตลอดกาล แถมยังสะท้อนถึงความคิดของผู้หญิงที่กล้าจะยืนหยัดเพื่อสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของตัวเองอีกด้วย และเมื่อเวลาผ่านไป กี่เพ้าก็ได้กลายเป็นชุดทรงอิทธิพล และกลายเป็นภาพจำของผู้หญิงจีนไปโดยปริยาย มีหลายเนื้อผ้าที่ปรับเปลี่ยนและทดลองนำมาใช้ มีลายปักและดีไซน์ทั้งเดรสสั้น เดรสยาว ที่ไม่ซ้ำกัน ถูกใช้ในสื่อบันเทิงต่างๆ เช่น ในภาพยนตร์เรื่องดังๆ ถูกสวมใส่ในช่วงงานสำคัญ ไม่ว่าจะตรุษจีน งานสังคม งานแต่งงาน ฯลฯ และหลายๆ แบรนด์แฟชั่นจากทั่วโลกก็มีการหยิบเอาเสน่ห์ของกี่เพ้าไปปรับใช้ในการออกแบบเสื้อผ้าเพื่อถ่ายทอดกลิ่นอายสไตล์จีนเข้าไปตามคอลเล็กชันต่างๆ แล้วแต่จะตีความ

“ฉันรู้สึกได้ถึงการปลดปล่อยอิสรภาพของพวกเธอในฐานะผู้หญิง สัมผัสได้ถึงการต่อสู้ดิ้นรนต่างๆ ที่ท้าทายบรรทัดฐานทางสังคม และรู้สึกถึงความซาบซึ้งที่พวกเธอมีต่อร่างกายและตัวตนของตัวเอง” Heather Guo สาวจีนผู้อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นนักสะสมชุดกี่เพ้า โดยมีชุดกี่เพ้ามากกว่า 300 ชุดจากทั่วโลก จนนำความชอบมาเปิดร้านขายกี่เพ้า Xiangjiang Vintage กล่าว

แม้กี่เพ้าจะเป็นสัญลักษณ์ของการตั้งคำถามของผู้หญิงในสังคมสมัยก่อน แต่ในวันนี้ใช่ว่าผู้หญิงจีนทุกคนจะได้รับความเท่าเทียมทางเพศในทุกๆ มิติแล้ว ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า กี่เพ้า จะเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้หญิงจีนหลายๆ คนเห็นถึงเรื่องราวของผู้หญิงในประวัติศาสตร์ที่เคยต่อสู้เพื่อตัวพวกเธอเอง และเห็นว่ามันมีพลังมากมายแค่ไหนที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง ซึ่งก็อาจมีส่วนให้ผู้หญิงจีนในยุคสมัยใหม่นี้บางส่วนที่ยังถูกกดทับทางเพศอยู่ กล้าจะยืนหยัดเพื่อสิทธิ์ของตัวเองมากขึ้นได้ในทางหนึ่ง

อ้างอิง:

https://youtu.be/SLqHrsBXqqU?si=ILjm8PBFj6qLkEim

https://www.elle.com/fashion/personal-style/a46192486/qipao-history/

https://nyunews.com/multimedia/photoessay/heather-guo-cheongsam-fashion/

https://alulamag.com/qipao-chinese-dress/

https://edition.cnn.com/style/article/cheongsam-exhibition-hk/index.html

https://magazine.culturius.com/en/brussels-qipao-exhibition-shows-striking-depth-of-chinese-fashion/

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...