MTL พร้อมใช้ Copayment กับกรมธรรม์ใหม่ เชื่อปี68 ประกันสุขภาพยังโตต่อเนื่อง
MTL เตรียมใช้เกณฑ์ Copayment กับกรมธรรม์ใหม่ ตั้งแต่ 20 มี.ค.68 เป็นต้นไป มั่นใจ ปี 68 เทรนด์ประกันสุขภาพยังเติบโตต่อเนื่อง หลังคนดูแลสุขภาพมากขึ้น และค่ารักษาพยาบาลที่ปรับเพิ่ม ส่วนปี 67 เบี้ยรับทะลุ 7.1 หมื่นล้านบาท โต 1.6% จากปีก่อน
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) กล่าวว่า บริษัทจะใช้เกณฑ์การให้มีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) กับกรมธรรม์ที่ออกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.68 เป็นต้นไป ซึ่งการบังคับใช้เกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลเฉพาะลูกค้าใหม่ และกรมธรรม์ใหม่เท่านั้น ขณะที่ลูกค้าเดิม และการต่ออายุกรมธรรม์เก่าจะไม่ได้รับกระทบ
ซึ่งกฎเกณฑ์ใหม่นี้ จะส่งผลดีต่อผู้ถือกรมธรรม์ทั้งระบบ เนื่องจากจะทำให้การปรับราคาเบี้ยประกันภัยมีความเหมาะสมมากขึ้น ส่วนรายละเอียดให้ติดตามการชี้แจงของสมาคมประกันชีวิตไทยในวันที่ 6 ก.พ. 68 นี้
ส่วนผลการดำเนินงานของ MTL ในปี 2567 ที่ผ่านมา นายสาระ ระบุว่า บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวมกว่า 71,800 ล้านบาท เติบโต 1.6% จากปีก่อน เบี้ยประกันภัยรับใหม่เติบโต 13% ซึ่งเป็นการเติบโตในกลุ่มสินค้าหลัก เช่น Shield Life (ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ประกันชีวิตแบบภายในระยะเวลาและประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์) เติบโต 42% และแบบประกันคุ้มครอง โรคร้ายแรง (รายเดี่ยว) เติบโต 24% เป็นต้น ด้านคะแนน NPS (Net Promoter Score) สูงขึ้นจาก 58 คะแนน เป็น 75 คะแนน ขณะที่ภาพรวมปี 68 คาดจะรักษาระดับเบี้ยรับรวมใกล้เคียงจากปี 67
สำหรับแนวโน้มประกันสุขภาพในปี 68 ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากปีที่แล้ว แม้เศรษฐกิจอาจชะลอตัว เนื่องจากปัจจุบันประชาชนสนใจทำประกันสุขภาพมากขึ้น ผลจากค่ารักษาพยาบาลที่มีราคาแพง
ขณะที่ธุรกิจในภูมิภาค CLMV ยังมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทที่มุ่งเน้นการเติบโตระดับภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันมีการขยายการลงทุนใน 3 ประเทศ ประกอบด้วย กัมพูชา ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย และประกันชีวิตที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 ขณะที่สปป.ลาว ได้มีการร่วมทุนกับผู้ประกอบธุรกิจธนาคาร ST Bank ในลาว มีส่วนแบ่งการตลาดของประกันชีวิตเป็นอันดับ 1 ในประเทศ และในเวียดนาม ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับบริษัท MB Ageas Life ในเวียดนาม และมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 ของ อุตสาหกรรมธุรกิจประกันภัยโดยธนาคารพาณิชย์
ทั้งนี้บริษัทฯ มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน ณ สิ้นปี 2567 มากกว่า 350% ซึ่งสูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดที่ 140% บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และความแข็งแกร่งทางการเงินจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB+ (Stable Outlook) และ Fitch Ratings ที่ระดับ A- และ AAA(tha) (Stable Outlook)
นายสาระ ระบุด้วยว่า ปีนี้MTL ยังคงตอกย้ำตัวตนในการเป็นแบรนด์แห่งการสร้างความสุขและรอยยิ้มที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับการส่งมอบความสุขผ่านกลยุทธ์ "Boost Your Happiness by Our People" บูสท์ความสุขของคุณด้วยคนของเมืองไทยประกันชีวิต ด้วยการเดินหน้าพัฒนาองค์กรในทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าทุกท่านด้วยความเป็นมืออาชีพ (Professionalism & Expertise) ความโปร่งใสและความสะดวกสบาย (Transparency & Convenience) และความไว้วางใจ (Commitment & Trust) ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในทุกช่วงชีวิต ประสบการณ์การบริการแบบไร้รอยต่อ (Seamless Experience) และคำมั่นสัญญาตลอดชีวิต (Lifelong Commitment) ผสานกันอย่างลงตัวเพื่อตอบโจทย์ในทุกความเป็นคุณ
"ปี68นี้ เราตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นปีที่ สีบานเย็นจะบานสะพรั่งทั่วประเทศ โดยเมืองไทยประกันชีวิตจะยกระดับความสุขให้กับทุกคน ทั้งลูกค้า พาร์ทเนอร์ พนักงานและฝ่ายขายของเรา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ และช่องทางการขายต่างๆ สีบานเย็นจะรวมพลังกันอย่างแข็งแกร่ง เพื่อส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้ลูกค้าคนสำคัญของเราทุกคน" นายสาระกล่าว