กองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม บล.กสิกรฯมองเชิงบวก แนะ DIF เด่น
#DIF #ทันหุ้น – บทวิเคราะห์ โดย บล.กสิกรไทย
คาดการจ่ายเงินสดตอบแทนไตรมาส 4/67 ทรงตัว
คาด DIF จะรายงานกำไรปกติไตรมาส 4/67 ที่ 2.91 พันลบ. (+1% YoY, ทรงตัว QoQ) และเงินปันผลที่ 0.222 บาท/หน่วย (อัตราการจ่าย 81.1% DY ต่อปี 10.5%) คาด 3BBIF จะรายงานกำไรปกติไตรมาส 4/67 ที่ 1.54 พันลบ. (+3.9% YoY, +4.7% QoQ) และการลดทุนที่ 0.16 บาท/หน่วย (อัตราการจ่าย 83%, DY ต่อปี 12.2%)
คงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มอุตสาหกรรมจาก 1) กระแสเงินสดที่มีเสถียรภาพมากขึ้น 2) ผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่ง และ 3) ผลตอบแทนสะสมที่คุ้มค่า
Investment Topics
พรีวิวไตรมาส 4/2567ของ DIF เราคาดว่า DIF จะรายงานงบการเงินปี 2567 ในวันที่ 19ก.พ. โดยมีกำไรปกติไตรมาส 4/2567 ที่ 2.91พันลบ. (+1% YoY, ทรงตัว QoQ) การเติบโต YoY คาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนหลักจากต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง ซึ่งเป็นผลจากหนี้สินระยะยาวที่ลดลงจาก 2.6 หมื่นลบ. ในไตรมาส 4/2566 เหลือ 2.48 หมื่นลบ. ในไตรมาส 4/2567ขณะที่การทรงตัว QoQ คาดว่าเกิดจากรายได้หลักที่ทรงตัวและค่าใช้จ่ายรวมที่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เราคาดว่า DIF จะประกาศเงินปันผลต่อหน่วย (DPU) ที่ 0.222 บาท (-1.9% YoY, ทรงตัว QoQ) คิดเป็นอัตราการจ่าย 81.1% และอัตราตอบแทนจากเงินปันผลต่อปี 10.5%
พรีวิวไตรมาส 4/2567ของ 3BBIF เราคาดว่า 3BBIF จะเปิดเผยงบการเงินปี 2567 ในวันที่ 7 ก.พ. โดยมีกำไรปกติไตรมาส 4/2567 ที่ 1.54พันลบ. (+3.9% YoY, +4.7% QoQ) การเติบโต YoY คาดว่าได้รับแรงหนุนจาก 1) รายได้ค่าเช่าปกติที่เพิ่มขึ้น (+1.2% YoY) และ 2) ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง (-13.5% YoY) จากหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 20bps การเติบโต QoQ คาดว่าจะเกิดจากค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลงโดยเฉพาะ 1) ค่าธรรมเนียมการเช่าท่อร้อยสายเคเบิลใยแก้วนำแสง (OFC) ที่ลดลง 2) ค่าธรรมเนียมสิทธิการพาดสาย (ROW) ที่ลดลง และ 3) ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง เราคาดว่า 3BBIF จะประกาศการลดทุน 0.16 บาท (ทรงตัว YoY และ QoQ) คิดเป็นอัตราการจ่าย 83% และอัตราผลตอบแทนต่อปีที่ 12.2%
แนวโน้ม เราคาดว่ากองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม (DIF, 3BBIF) จะมีกำไรปกติรวมทรงตัวมากขึ้นในปี 2568 โดยได้รับแรงสนับสนุนจาก 1) รายได้ค่าเช่าและค่าบริการปกติที่ทรงตัว โดยอัดราการปรับขึ้นค่าเช่าสอดคล้องกับสัญญาหลัก และ 2) สภาพแวดล้อมของอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนคลายลง ทั้งนี้ กองทุนทั้งสองถืออัตราดอกเบี้ยลอยตัวสำหรับเงินกู้ระยะยาว ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของเรา เราคาดว่า DIF จะมีกำไรปกติทรงตัวมากกว่า 3BBIF เนื่องจาก DIF มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานคงที่สูงกว่าอิงตามสัญญาหลักกับผู้สนับสนุน เช่น ค่าธรรมเนียมการเช่าท่อร้อยสายและค่าธรรมเนียมการย้ายสาย OFC ลงใต้ดิน ด้วยเหตุนี้ เราคาดว่า DIF จะสามารถจ่าย DPU ในปี 2568 ที่ 0.87 บาท และ 3BBIF ที่ 0.54 บาท ภายใต้สมมติฐานของเรา เราได้รวมการชำระหนี้จำนวน 1.25 พันลบ. สำหรับ DIF และ 1.45 พันลบ. สำหรับ 3BBIF ในปี 2568
Valuation and Recommendation
มุมมองเชิงบวกเราคงมุมมองเชิงบวกต่อกองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคนาคม โดยพิจารณาจาก 1) แนวโน้มกระแสเงินสดที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสัญญาหลัก 2) ผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่ง จาก TRUE และ ADVANC และ 3) ผลดอบแทนสะสมที่คุ้มค่าสำหรับการถือครองจนถึงครบอายุสัญญา ทั้งนี้ เราเลือก DIF เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มธุรกิจ
ความเสี่ยงขาลง: 1) ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (Opex) และค่าใช้จ่ายลงทุน (Capex) ที่สูงกว่าคาด จากการย้าย OFC 2) การขายหุ้นโดยผู้สนับสนุน 3) การชำระหนี้ที่สูงกว่าคาด และ 4)ไม่มีการต่ออายุสัญญาเช่าภายหลังสัญญาเช่าหลักสิ้นสุด
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1