โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

อยากรีไฟแนนซ์บ้าน ทำอย่างไร 8 ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และเอกสารที่ใช้

DDproperty

เผยแพร่ 13 ม.ค. 2568 เวลา 23.05 น.
อยากรีไฟแนนซ์บ้าน ทำอย่างไร 8 ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และเอกสารที่ใช้

สำหรับคนที่กำลังผ่อนบ้านมาได้สักระยะหนึ่ง แล้วรู้สึกว่าตนเองประสบปัญหาในการแบกภาระค่าใช้จ่ายการผ่อนบ้านแต่ละเดือนที่มากขึ้น เริ่มที่จะมองหาช่องทางในการช่วยลดภาระดังกล่าว การรีไฟแนนซ์บ้าน ถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในอันดับต้น ๆ

อ่านหัวข้อที่คุณสนใจ

  • การรีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร
  • เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการรีไฟแนนซ์บ้าน
  • ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่
  • ขั้นตอนในการรีไฟแนนซ์บ้าน

การรีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร

การรีไฟแนนซ์บ้าน ถ้าพูดกันให้เข้าใจโดยง่าย คือ การกู้ยืมสินเชื่อบ้านก้อนใหม่ โดยนำบ้านที่กำลังผ่อนอยู่มาค้ำประกันเพื่อขอกู้ยืมสินเชื่อ ซึ่งผู้ขอกู้จะได้รับเงินก้อนใหม่เพื่อมาปิดภาระสินเชื่อเดิม

โดยจุดประสงค์หลัก ๆ ของการรีไฟแนนซ์บ้าน มีดังนี้

จุดประสงค์ของการรีไฟแนนซ์บ้าน ประโยชน์ที่ได้ ต้องการลดดอกเบี้ย ผ่อนบ้านต่อเดือนได้ในจำนวนเงินที่น้อยลง เพิ่มระยะเวลาในการผ่อนมากขึ้น ต้องการเงินก้อนมาใช้ในกรณีฉุกเฉิน ได้เงินกู้มากกว่าวงเงินเดิม สามารถนำเงินส่วนต่างมาใช้ในสิ่งที่ต้องการได้ ต้องการย้ายไปธนาคารอื่นที่มีข้อเสนอดีกว่า ได้อัตราดอกเบี้ยถูกกว่าธนาคารเดิม

ทั้งนี้ การรีไฟแนนซ์บ้าน สามารถรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารเดิมหรือรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารใหม่* ก็ได้ และสามารถรีไฟแนนซ์บ้านได้ทุก ๆ 3 ปี โดยไม่ต้องรอจนถึงตอนที่เดือดร้อนจนสายเกินแก้ แต่มีข้อควรระวังแม้ว่าจะสามารถรีไฟแนนซ์บ้านได้ทุก ๆ 3 ปี ก็จริง แต่หากคุณเคยรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่ไปแล้วถึง 2 ครั้ง จากเดิมที่สามารถนำดอกเบี้ยกู้บ้านมาลดหย่อนภาษีได้ถึงสูงสุดปีละ 100,000 บาท จะไม่สามารถทำได้

*ข้อควรรู้: โดยทั่วไปคนมักจะคุ้นชินกับคำว่า “รีไฟแนนซ์บ้านเจ้าเดิม” หรือ “รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารเดิม” ความจริงแล้ว ควรเรียกว่า การรีเทนชั่น หรือ การปรับปรุงสัญญากับธนาคารเดิมเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยเสียมากกว่า ซึ่งก็เป็นสิ่งที่จูงใจที่ทำให้ผู้ใช้บริการเลือกใช้ธนาคารเจ้าเดิมต่อ เพราะถึงแม้ว่าอาจจะได้ลดอัตราดอกเบี้ยไม่ต่ำเท่ากับธนาคารอื่น

แต่ข้อดีคือ ไม่ต้องเสียเวลายุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่อาจจะมากกว่างบที่ตั้งใจไว้ แนะนำสำหรับลูกหนี้ชั้นดีที่มีประวัติการชำระที่ดี เช่น ชำระตรงเวลาและไม่เคยเบี้ยวนัด

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการรีไฟแนนซ์บ้าน

1. ปรับปรุงสัญญาธนาคารเดิม

เนื่องจากว่าธนาคารเดิมที่เราใช้บริการอยู่มีประวัติทางการเงินและเอกสารต่าง ๆ ที่เราเคยใช้เพื่อยื่นกู้ซื้อบ้านในตอนแรกแล้ว ฉะนั้นเพียงแค่แจ้งความประสงค์ต้องการลดอัตราดอกเบี้ย ผ่านทางหน้าเคาน์เตอร์ธนาคารหรือ Call Center จากนั้นรอให้ธนาคารประเมินและแจ้งกลับถึงจำนวนอัตราดอกเบี้ยที่สามารถลดได้ เป็นอันเสร็จ

หมายเหตุ: บางธนาคารอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม แนะนำให้ศึกษาธนาคารนั้น ๆ โดยตรง

2. รีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่

อันที่จริงแล้วการรีไฟแนนซ์บ้านโดยย้ายจากธนาคารเดิมไปธนาคารแห่งใหม่ก็ไม่ต่างอะไรกับการยื่นกู้เพื่อขอสินเชื่อบ้านใหม่ โดยเอกสารหลัก ๆ ที่ต้องเตรียม ได้แก่

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมบัตรประชาชนจริง (กรณีเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล ให้เตรียมสำเนาและฉบับจริงของชื่อเดิมด้วย)
  • สำเนาทะเบียนบ้านพร้อมต้นฉบับที่ถ่ายสำเนาทุกหน้า
  • สำเนาพร้อมต้นฉบับบัญชีธนาคารย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน
  • สำเนาสลิปเงินเดือนพร้อมฉบับจริงย้อนหลังอย่างน้อย 3 เดือน
  • หากประกอบอาชีพอิสระ วิธีการแสดงรายได้ คือ ให้นำต้นฉบับและสำเนาบัญชีเงินฝากแสดงรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ มาแทน
  • สำเนาพร้อมต้นฉบับแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ประจำปีหรือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ)
  • สำเนาใบเสร็จรับเงินการผ่อนชำระบ้านย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน
  • สัญญาซื้อขาย
  • โฉนดบ้านหรือที่ดิน
  • ภาพถ่ายเพื่อแสดงกรรมสิทธิ์หลักประกัน
  • สำเนาหนังสือสัญญากู้กับสถาบันการเงินปัจจุบัน

หมายเหตุ:

– หากมีการจดทะเบียนสมรส ให้นำต้นฉบับและสำเนาของทะเบียนสมรสมาแนบด้วย กรณีแยกกันอยู่ก็จะต้องมีสำเนาและต้นฉบับใบแจ้งความแยกกันอยู่ด้วย

– หากมีผู้กู้ร่วม ผู้กู้ร่วมทุกคนจะต้องจัดเตรียมเอกสารตามรายละเอียดข้างต้นเช่นเดียวกัน

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่

หลัก ๆ แล้วค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่ นอกจาก ค่าเบี้ยปรับจากการไถ่ถอนก่อนกำหนดกับสถาบันการเงินเดิม (ก่อนครบ 3 ปี) 1-5% ของวงเงินกู้เดิมหรือวงเงินต้นคงเหลือ (บางธนาคารอาจไม่คิดค่าเบี้ยปรับ ควรสอบถามเพิ่มเติม) ก็จะมีรายละเอียดที่ไม่แตกต่างกันมากนัก โดยอาจจะมีเงื่อนไขที่เพิ่มขึ้นมาขึ้นอยู่กับธนาคารที่เลือก ซึ่งเราจะยกมาให้ดูกันพอสังเขปเพื่อเป็นการเตรียมตัวเตรียมใจ ดังนี้

  • ค่าจัดการสินเชื่อตามสัญญาใหม่ 0-1% ของวงเงินกู้ใหม่
  • ค่าธรรมเนียมการจำนอง ไม่เกิน 1% ราคาประเมิน
  • ค่าประเมินทรัพย์สินหรือค่าประเมินราคาหลักประกัน ประมาณ 2,500 บาท หรือ 0.25% ของราคาประเมิน
  • ค่าจำนองที่ดิน 1% ของวงเงินสินเชื่อ
  • ค่าอากรแสตมป์ อัตรา 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่
  • ค่าประกันอัคคีภัย

นอกจากนี้ควรเตรียมเงินสำรองไว้เผื่อค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อาทิ ค่าออกเช็ค ค่านิติกรรม ส่วนต่างวงเงินสินเชื่อในกรณีที่ได้รับเงินไม่ครอบคลุม เป็นต้น ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่อยากให้พิจารณาค่าใช้จ่ายยิบย่อยที่จะเกิดขึ้นเหล่านี้ด้วยว่าคุ้มเสียกับการที่เราได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงมาหรือไม่

ขั้นตอนในการรีไฟแนนซ์บ้าน

มาถึงขั้นตอนในการรีไฟแนนซ์บ้านกันบ้าง เริ่มจาก

1. ติดต่อกับธนาคารเดิมเพื่อขอรายการสรุปยอดหนี้สินเชื่อบ้าน โดยค่าใช้จ่ายในขั้นนี้ขึ้นอยู่กับธนาคารนั้น ๆ บางธนาคารอาจไม่มีค่าใช้จ่าย

2. หลังจากได้รายการยอดหนี้ที่ต้องการแล้วก็นำเอกสารดังกล่าวไปยื่นขอรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่ (ในกรณีที่คุณพิจารณาแล้วว่าการรีเทนชั่นอาจจะคุ้มกว่าก็สามารถยื่นกับธนาคารเดิมได้)

3. ไม่ต่างกับการกู้ซื้อบ้านที่เคยทำในช่วงแรก เจ้าหน้าที่จะต้องมาประเมินบ้านหรือทรัพย์สินที่เราต้องการรีไฟแนนซ์

4. รอฟังผลการอนุมัติจากธนาคาร

5. หากได้รับการอนุมัติสินเชื่อแล้ว เดินหน้าติดต่อกับธนาคารเก่านัดวันไถ่ถอนที่สำนักงานที่ดิน นำเอกสารไปไถ่ถอนบ้านจากสินเชื่อเดิม คิดยอดที่ต้องจ่ายเป็นเงินต้นบวกดอกเบี้ย (นับจนถึงวันไถ่ถอน)

6. ติดต่อกับธนาคารใหม่ที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อทำสัญญาสินเชื่อใหม่ โดยนัดวันทำสัญญาและโอนบ้านที่ใช้จำนอง อย่าลืมนัดทั้ง 2 ธนาคารมาภายในวันเดียวกัน เพื่อชำระหนี้

7. ไปที่สำนักงานที่ดิน ณ เขตที่ตั้งของทรัพย์สิน เพื่อทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ โดยมีเจ้าหน้าที่จากทั้ง 2 ธนาคารไปด้วย

8. ขั้นตอนสุดท้าย มอบโฉนดที่ได้มาจากสำนักงานที่ดินให้กับธนาคารใหม่ เป็นอันเสร็จสิ้น

ข้อควรรู้: บางครั้งเราอาจจะได้รับสินเชื่อใหม่ในราคาที่สูงกว่าราคาไถ่ถอน ในกรณีนี้ครั้งแรกจะได้รับเช็ค 2 ใบ เป็นเช็คสำหรับไถ่ถอน และครั้งต่อมาจะได้ เช็คส่วนต่าง เช็คส่วนต่างนี้เราจะสามารถนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นได้ เช่น การรีโนเวทบ้าน การซ่อมแซมบ้าน หรือภาระหนี้สินอื่น ในขณะเดียวกันหากได้สินเชื่อใหม่ที่น้อยกว่าราคาไถ่ถอน อย่าลืมพกเงินสำรองเพื่อจ่ายเพิ่มตอนที่ทำการรีไฟแนนซ์บ้านเช่นเดียวกัน

แม้ว่าการรีไฟแนนซ์บ้านจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยลดภาระการผ่อนบ้าน โดยจุดประสงค์ของการรีไฟแนนซ์บ้านคือต้องการได้อัตราดอกเบี้ยบ้านที่ต่ำลงก็จริง แต่อย่ามองเพียงแค่อัตราดอกเบี้ย ณ ขณะนั้น เพราะหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าโดยทั่วไปดอกเบี้ยบ้านจะอยู่ในสภาวะลอยตัว คือ มีอัตราที่ต่ำเฉพาะในช่วง 3 ปีแรกของการกู้เท่านั้น

อีกทั้งในการรีไฟแนนซ์บ้านโดยเฉพาะการรีไฟแนนซ์บ้านธนาคารใหม่ก็จะมีค่าใช้จ่ายมากมายซึ่งคุณควรนำมาพิจารณาร่วมด้วยเช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากคุณกำลังมองหาจังหวะในการรีไฟแนนซ์บ้านอย่างจริงจังก็แนะนำให้อัปเดตอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน กู้ซื้อบ้าน รวมถึงอัปเดตอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อบ้าน MLR MOR MRR ก่อนตัดสินใจ จะได้เลือกธนาคารที่ตอบโจทย์ความต้องการได้มากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...