โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ASW เจาะ ‘พัทยา’ ปลายทางเมืองไลฟ์สไตล์ ระดับโลก รับอนาคต ‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์’

The Better

อัพเดต 13 ธ.ค. 2567 เวลา 17.07 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2567 เวลา 12.30 น. • THE BETTER
‘แอสเซทไวส์’มอง‘พัทยา’ปลายทางเมืองไลฟ์สไตล์ระดับโลก รับอนาคตเศรษฐกิจอีอีซี ลงทุนปีละ 2 พันล.บาท ใน3ปี มี 10โปรเจกต์-ศึกษาทำ พูล วิลล่า เปิด ‘อควารัส จอมเทียน พัทยา’ ราคา 4.21-80 ล.บาท เจาะไทย/ต่างชาติ

กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย เปิดเผยว่า แผนใน 3 ปี (2568-2571) บริษัทฯ คาดใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาทต่อปี สำหรับพัฒนาโครงการอสังหาฯ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอีอีซี และผลักดันความต้องการอยู่อาศัยขยายตัวสูงขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เข้ามาในตลาดอสังหาฯอีอีซี ตั้งแต่ปี 2565 ด้วยมองเห็นศักยภาพทางเศรษฐกิจในพื้นที่จะขยายการเติบโตต่อเนื่องจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่างๆ อาทิ โครงการรถไฟเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะภา), แผนพัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก, การขยายท่าเรือแหลมฉบังเฟส3, โครงการเมืองใหม่อัจฉริยะ รวมถึง 2 เมกะโปรเจกต์ คือ โครงการนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) และ โครงการสปอร์ต คอมเพล็กซ์ สนามกีฬาขนาดใหญ่รองรับได้มากกว่า 80,000 ที่นั่ง

“จากนโยบายทางเศรษฐกิจด้านมาตรการทางการค้าของโดนัลด์ ทรัมป์ คาดยังผลักดันให้ธุรกิจจากจีนขยายการลงทุนในอีอีซีมากขึ้นเพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตส่งออกสินค้าไปตลาดยุโรป ปัยจัยหนึ่งทำให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยตามมาจากแรงงานในพื้นที่เพิ่มขึ้น” กรมเชษฐ์ กล่าว

ล่าสุด บริษัทฯเปิดตัวโครงการอสังหาฯ ในพื้นที่อีอีซี ลำดับที่ 5 คอนโดมีเนียมต้นแบบ (Flagship) ‘อควารัส จอมเทียน พัทยา’ (Aquarous Jomtien Pattaya) มูลค่า 5,000 ล้านบาท วางตำแหน่งคอนโดฯระดับหรู สไตล์ ลักซูรัส สเตเคชั่น (Luxurious Staycation Residence) บนทำเลใกล้หาดจอมเทียนในระยะ 500 เมตร มีจำนวน 606 ยูนิต และพื้นที่ร้านค้า 5 ยูนิต รวมทั้งเพนเฮ้าส์ วางราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 4.21 ล้านบาทถึง 80 ล้านบาท

โดยโครงการฯ ได้เปิดขายล่วงหน้า (Presale) ไปแล้วราว 10% และได้การตอบรับดีจากกำลังซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติในสัดส่วน 50% เท่ากันซึ่งกลุ่มหลัง จะเป็นชาวรัสเซีย ยุโรป จีน และอินเดีย ซึ่งบริษัทฯจะวัดผลความสำเร็จจากโมเดลโครงการฯนี้ก่อน นำไปพัฒนาได้อีกราว 5 โครงการฯใหม่ในพื้นที่อีอีซี จากปัจจุบันบริษัทฯ ได้พัฒนาไปแล้ว 4 โครงการ มูลค่า 4,777 ล้านบาท ประกอบด้วย

  • โครงการแอทโมช ซีรีน ศรีราชา
  • โครงการเคฟ ยูนิเวิร์ส บางแสน
  • โครงการเคฟ โคโค่ บางแสน
  • โครงการแอทโมซ แคนว่าส ระยอง

กรมเชษฐ์ กล่าวว่า การพัฒนาโครงการฯในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ถืเเป็นตลาดอสังหาฯที่มีศักยภาพสูงและแตกต่างไปจากจังหวัดหัวเมืองใหญ่อื่นๆ ด้วยมีความครบวงจรด้านไลฟ์สไตล์ต่างๆ และยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมระดับโลกของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

‘นอกจากนี้ เมืองพัทยา จะยังมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์’ เกิดขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีความเป็นไปได้ใน 3 ปีหน้า ภายใต้แนวคิดของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่วางไว้“ กรมเชษฐ์ กล่าว

จากแนวโน้มดังกล่าว ยังผลักดันให้ตลาดอสังหาฯ พัทยา มีแนวโน้มขยายตัวอีกมาก เพื่อรองรับความต้องการ 3 กลุ่มเป้าหมาย คือ 1. กลุ่มคนท้องถิ่น 2. กลุ่มนักลงทุน และ 3. กลุ่มคนกรุงเทพฯ ซึ่งกลุ่มหลังสามารถเดินทางไปมาได้สะดวกมาก

“เศรษฐกิจชลบุรี ยังมีแนวโน้มเติบโตสูงจาการท่องเที่ยวด้วยจำนวนสูงมากกว่า 18 ล้านคนในต้นปีที่ผ่านมา และประชากรในจังหวัดยังมีรายได้ต่อหัวสูงเป็นอันดับสองของประเทศรองจากกรุงเทพฯ ซึ่งบริษัทฯ เห็นโอกาสการพัฒนาอสังหาฯโครงการใหม่ๆ รวมถึงอยู่ระหว่างศึกษากโครงการพูลวิลล่าในอนาคต ด้วย“ กรมเชษฐ์ กล่าว

ขณะที่ ผลดำเนินงานในช่วง 11 เดือนของปี 2567 (ม.ค. - พ.ย. 67) บริษัทฯ สามารถทำยอดขายสะสมได้ 17,874 ล้านบาท ถือเป็นยอดขายสถิติใหม่ของบริษัท และเกินกว่าเป้าหมายปี 2567 ที่วางไว้ที่ 17,800 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อย

”ความสำเร็จดังกล่าวมาจากหลายปัจจัยประกอบ ทั้งการพัฒนาโปรดักส์ในทำเลที่ตรงกับความต้องการอยู่อาศัยของกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการทำโปรโมชั่นราคาในจังหวะที่เหมาะสม ท่ามกลางสถานการณ์ดอกเบี้ยสูงที่ส่งผลต่อธุรกิจอสังหาฯไทยในปีนี้“ กรมเชษฐ์ กล่าว

โดยมองแนวโน้มอสังหาฯ คาดจะทยอยฟื้นตัวในอีก1-2 ปีหน้าในบางทำเล จาก2 ปัจจัย คือ 1. ความต้องการ (Demand) ของผู้อยู่อาศัยและเริ่มมีกำลังซื้อกลับมา จากแนวโน้มดอกเบี้ยเริ่มคลี่คลาย และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และ 2 . การจัดหา (Supply) สินค้าในบางทำเล ที่เริ่มลดลง

ขณะที่แนวทางของบริษัทฯ มุ่งพัฒนาอสังหาฯใน3 จังหวัดสำคัญ คือ กรุงเทพฯ ชลบุรี และ ภูเก็ต ซึ่งเป็นแต่ละเมืองเป็นทำเลยุทธศาสตร์ และกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน

สำหรับตลาดภูเก็ต บริษัทฯ ได้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต ผ่านการเข้าถือหุ้นสัดส่วน 67.94% ในบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ซึ่งได้การตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้า ทำยอดขายได้รวมกว่า 7,000 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้จากโครงการต่าง ๆ ดังกล่าวไปจนถึงปี 2569 และยังวางแผนเปิดตัวโครงการ Leisure Residences ในภูเก็ตอย่างต่อเนื่องอีก 4 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 15,500 ล้านบาท

กรมเชษฐ์ ปิดท้ายว่า ขณะที่แนวทางการทำตลาดของบริษัทฯ ยังมุ่งสร้างการรับรู้แบรนด์ ภายใต้กลยุทธ์การตลาดผ่านไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Marketing) ผ่านกิจกรรมต่างๆ ทั้ง ความงาม ดนตรี (คอนเสิร์ต) และกีฬา อย่างต่อเนื่อง ด้วยสามารถสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นหนึ่งเป้าหมายสำคัญในการสื่อสารการตลาดแบรนด์ในวงกว้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...