โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดลิสต์ประเทศที่ถือ Bitcoin เป็นทุนสำรองของรัฐบาล

efinanceThai

เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2567 เวลา 07.15 น.

เปิดลิสต์ประเทศที่ถือ Bitcoin เป็นทุนสำรองของรัฐบาล

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 ธ.ค. 67 14:14 น.

เปิดลิสต์ประเทศที่ถือ Bitcoin เป็นทุนสำรองของรัฐบาล

หลังจากการกลับมาของทรัมป์กับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯอีกครั้ง นโยบายที่เกี่ยวกับคริปโตโดยเฉพาะ Bitcoin (BTC) ได้สร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการสินทรัพย์ดิจิทัลจนส่งผลให้ตลาดมีการปรับตัวอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากนโยบายของทรัมป์ได้สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งรายใหญ่และรายเล็กเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกระแสการถือ Bitcoin เป็นทุนสำรองของรัฐบาล และยังมีมุมมองลึกไปถึงขั้นที่ว่าการบริหารของทรัมป์มีนโยบายทางการเงินที่เน้นลดภาษีและเพิ่มหนี้สาธารณะ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับค่าเงินดอลลาร์ในระยะยาว หลายประเทศอาจมองหา Bitcoin เป็นทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัว

ในปัจจุบันบิตคอยน์ (Bitcoin) ไม่เพียงแต่ได้รับการยอมรับในหมู่นักลงทุนรายบุคคลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรัฐบาลทั่วโลกอีกด้วย บางประเทศได้รวม Bitcoin เข้ากับทุนสำรองของตนอย่างเป็นทางการ ซึ่งแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในกลยุทธ์ทางการเงินระดับโลก บทความนี้จะพาคุณสำรวจประเทศที่ถือ Bitcoin เป็นทุนสำรองของรัฐบาล และความเคลื่อนไหวในเอเชียรวมถึงประเทศไทย

6 อันดับ ประเทศที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก

ข้อมูล ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2567 จากเว็บไซต์ https://bitcointreasuries.net/ ระบุว่ามีอันดับของการถือครองบิตคอยน์ในหน่วยงานรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ดังนี้

อ้างอิง: https://bitcointreasuries.net/ ณ วันที่ 25 ธ.ค. 67

1. สหรัฐอเมริกา:
เป็นผู้นำในรายการ โดยสหรัฐฯ ถือ Bitcoin ประมาณ 198,109 BTC ที่ได้มาจากหลายช่องทาง รวมถึงการยึดทรัพย์จากคดีอาชญากรรม

2. จีน:
จีนตามมาใกล้เคียง โดยถือ Bitcoin จำนวน 190,000 BTC ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการยึดทรัพย์สินในระหว่างการปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมาย

3. สหราชอาณาจักร:
สหราชอาณาจักรถือ 61,245 BTC ทำให้เป็นผู้เล่นสำคัญในยุโรป

4. ยูเครน:
ยูเครนมี Bitcoin จำนวน 46,351 BTC เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่ก้าวหน้าในการยอมรับสกุลเงินดิจิทัล

5. ภูฏาน:
ภูฏานถือ Bitcoin จำนวน 11,688 BTC แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ในด้านการจัดการทางการเงิน

6. เอลซัลวาดอร์:

ประเทศแรกที่ใช้ Bitcoin เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย โดยถือ 5,996 BTC เพื่อเสริมเศรษฐกิจ

ยังมีประเทศที่ถูกระบุไว้ในตารางข้อมูลด้วย แต่การถือครองในปริมาณน้อย ได้แก่ เวเนซุเอลา 240 BTC ฟินแลนด์ 90 BTC จอร์เจีย 66 BTC ส่วนบัลแกเรียและเยอรมนียังไม่มีข้อมูลยืนยันจำนวนที่ชัดเจน

ความเคลื่อนไหวในเอเชียรวมถึงประเทศไทย กับการเก็บ Bitcoin เป็นทุนสำรอง

เอเชียเป็นภูมิภาคที่มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศของสกุลเงินดิจิทัลระดับโลก เช่น ภูฏาน ก็โดดเด่นด้วยทุนสำรอง Bitcoin จำนวน 11,688 BTC ซึ่งถือว่าสูงอย่างน่าประหลาดใจเมื่อเทียบกับขนาดประเทศ ภูฏานได้ยอมรับเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจและดึงดูดการลงทุน

แม้จะมีกฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล จีนยังคงเป็นมหาอำนาจในด้าน Bitcoin เนื่องจากการถือครองของรัฐบาลซึ่งส่วนใหญ่มาจากการยึดทรัพย์สินในระหว่างการบังคับใช้กฎหมาย

ส่วนประเทศไทยยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า Bitcoin เป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ประเทศกำลังสำรวจเทคโนโลยีบล็อกเชนและสกุลเงินดิจิทัลอย่างจริงจัง ความพยายามเชิงรุกของไทยรวมถึงการเปิดตัวโครงการนำร่องสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) และการส่งเสริมนวัตกรรมด้านคริปโต แม้ว่าไทยจะยังไม่ได้ถือครอง Bitcoin โดยตรง แต่การยอมรับคริปโตที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นทางนำไปสู่การลงทุนใน BTC ในอนาคต โดยมีมุมมองเกี่ยวกับการนำ Bitcoin เข้าสู่ทุนสำรองของรัฐบาลดังนี้:

1. ฝ่ายที่เห็นด้วย

มีมุมมองว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์แห่งอนาคตที่มีศักยภาพในการสร้างความมั่นคงทางการเงิน สนับสนุนการใช้ Bitcoin เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาสกุลเงินดั้งเดิม เชื่อว่าการถือครอง Bitcoin จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะผู้นำในด้านเทคโนโลยีการเงิน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2567 ในรายการหนุ่ยทอล์ก จากช่อง BT Beartai คุณท๊อป-จิรายุส ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด และ อ.ตั๊ม พิริยะ สัมพันธารักษ์ ผู้ก่อตั้ง Rightshift ได้เสนอแนวคิดให้ไทยเริ่มพิจารณาใช้บิตคอยน์เป็นส่วนหนึ่งของคลังสำรอง โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งหมด เพียง 1-2% ก็ช่วยกระจายความเสี่ยงได้ โดย คุณท๊อป จิรายุส กล่าวว่า ประเทศไทยควรเริ่มพิจารณาถือครองบิตคอยน์เป็นส่วนหนึ่งของคลังสำรองประเทศ โดยเน้นย้ำว่าไม่ควรรอช้า เนื่องจากต้นทุนจะสูงขึ้นเรื่อยๆ และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนคลังสำรองทั้งหมดเป็นบิตคอยน์ แต่ให้ เพิ่ม เข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง ควบคู่ไปกับทองคำและสกุลเงินหลักที่มีอยู่เดิม

ด้าน อ.ตั๊ม พิริยะ ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมในด้านชุมชนผู้ใช้บิตคอยน์ที่แข็งแกร่ง ทั้งในแง่การพัฒนาเทคโนโลยีและการเก็บออม ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่หลายประเทศอยากมีแต่ยังสร้างไม่ได้

2. ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย

ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของราคา Bitcoin ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ เห็นว่าการลงทุนใน Bitcoin ยังมีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะสมกับการบริหารเงินทุนสำรองของชาติ เรียกร้องให้รัฐบาลมุ่งเน้นการพัฒนาระบบเศรษฐกิจดิจิทัลและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องก่อน

และถ้ายกตัวอย่าง ประเทศเอลซัลวาดอร์ ซึ่งถือเป็นประเทศแรกที่กำหนดให้บิตคอยน์เป็นสกุลเงินที่สามารถชำระเงินได้ตามกฎหมาย ก็กลับไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวัง เพราะผู้ใช้งานจริงเพียงจำนวนน้อย และผู้ใช้ส่วนใหญ่เพียงแค่ถอนเงินที่ได้รับฟรีแล้วเลิกใช้งาน นอกจากนี้ ความผันผวนของราคาบิตคอยน์ โดยเฉพาะในช่วงขาลงยาวนาน ส่งผลให้ร้านค้าหลายแห่งไม่ต้องการรับชำระเงินด้วยบิตคอยน์ เนื่องจากเสี่ยงต่อการขาดทุนด้วย

อ้างอิง: BitcoinTreasury.com, eFinanceThai, Bitkub Blog 1

คำเตือน:

- คริปโทเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน

- ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ข้อเสนอการลงทุนหรือการจัดการใด ๆ ของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เนื้อหาข้างต้นเป็นการวิเคราะห์แนวโน้มของราคาโดยใช้ข้อมูลในอดีตและเครื่องมือวิเคราะห์ อาจมีการคลาดเคลื่อนได้ นักลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจก่อนลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

* การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
เรียบเรียง โดย สหรัฐ ฉัตราพงษ์
อีเมล์. saharat@efinancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...