โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Gracie Abrams ศิลปินผู้มีภาพลักษณ์สดใส แต่ไม่เคยหยุดตัวเองเมื่อต้องพูดเรื่องการเมือง

Mirror Thailand

อัพเดต 18 พ.ย. 2567 เวลา 09.26 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2567 เวลา 09.26 น.
ภาพไฮไลต์

สำหรับคลื่นชาร์ตเพลงหลายๆ แห่งทั้งในและนอกสหรัฐอเมริกา ใครจะมาแรงไปได้มากกว่า กราซี อับรัมส์ (Gracie Abrams) ได้อีก เมื่อซิงเกิล Risk จากอัลบั้ม The Secret of Us (2024) พุ่งแรงทะลุทุกชาร์ต ต่อด้วย That’s So True จากอัลบั้มเดียวกันที่ท่อนแยก (bridge) กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์
อย่าแปลกใจหากคุณคุ้นๆ กับนามสกุลของเธอ เพราะเธอเป็นลูกสาวแท้ๆ ของ เจ เจ อับรัมส์ (J. J. Abrams) ผู้กำกับจาก Star Trek (2009), Star Wars: The Force Awakens (2015) กับ เคธี แม็กเกรธ (Katie McGrath) โปรดิวเซอร์หนัง แต่ตัวอับรัมส์เองไม่ได้เดินตามรอยเท้าการเป็นคนทำหนังเหมือนพ่อกับแม่เธอ กลับกัน เธอเล่าว่าเธอสนใจด้านดนตรีตั้งแต่ยังเด็กและเริ่มเขียนเพลงเองครั้งแรกตอนแปดขวบ “คุณครูเกรดสามที่ชื่อว่าครูเอมีที่ฉันรักมากๆ มอบสมุดบันทึกเล่มเล็กจิ๋วขนาดเท่าฝ่ามือให้พวกเรา เพื่อให้เราลองหัดขีดๆ เขียนๆ อะไรลงในนั้น”

“ครูไม่อ่านหรอกค่ะว่าเราเขียนอะไร แต่จะดูแค่วันที่ว่าเราเขียนอย่างสม่ำเสมอไหม เพราะงั้นเลยบอกได้ว่าเธอนี่แหละที่ทำให้ฉันหัดเขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราวได้” อับรัมส์เล่า “และฉันพบว่าการเขียนเป็นสิ่งที่ฉันอยากทำ จริงๆ ฉันชอบแสดงความรู้สึกแบบนี้มากกว่าจะเผชิญหน้ากับคนอื่นๆ จากนั้นดนตรีก็ตามมาทีหลังเพราะฉันโชคดีที่โตในบ้านที่มีเปียโนน่ะ”
เช่นเดียวกับอีกหลายๆ คน อับรัมส์เองเคยผ่านเหตุการณ์เจ็บปวด ความร้าวรานทางความสัมพันธ์ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลงเหงาเศร้า เช่น This is what the drugs are for กับท่อนที่ว่า “แล้วจะให้ฉันทำยังไงต่อไป เมื่อไม่มีเธอที่เคยเป็นดั่งเชือกนิรภัยให้ฉัน” หรือ Block me out กับท่อน “เหมือนว่าฉันถูกเผาทั้งเป็น เพียงแต่ไม่มีใครเห็นเปลวไฟเท่านั้น” โดยเธอบอกว่า “การเขียนเพลงช่วยให้ฉันสะท้อนและมองเห็นตัวเองได้ดีมากๆ ในทุกเรื่องเลย แม้กระทั่งการอกหักก็เป็นเพียงเรื่องชั่วคราว และดนตรีก็เป็นพื้นที่อันยอดเยี่ยมที่สุดที่ฉันจะได้เขียนระบายความรู้สึกออกไป มันเหมือนการเขียนบันทึกซึ่งฉันก็ไม่ได้เขียนเยอะนักหรอกค่ะ แต่ว่าเรื่องพวกนี้มันช่วยหยุดไม่ให้ฉันจมกับเรื่องบางเรื่องมากไปน่ะ”

อับรัมส์มีภาพลักษณ์เป็นนักดนตรีสดใสและเขียนเรื่องราวที่เน้นความรู้สึกของคนหนุ่มสาว ดังนั้น ในปี 2022 กรณีที่ศาลสูงสหรัฐฯ ยกเลิกคำวินิจฉัยกรณี Roe V. Wade ซึ่งเกิดขึ้นในปี 1973 ที่ส่งผลให้การทำแท้งเป็นสิ่งไม่ผิดกฎหมายกลายเป็นโมฆะ จึงถือเป็นเรื่องชวนตกตะลึงสำหรับหลายๆ คนเมื่ออับรัมส์โพสต์ลงทวิตเตอร์ว่า “การศาลตัดสินใจยกเลิกคำวินิจฉัยกรณี Roe V. Wade จะต้องรับผิดชอบต่อความตายของผู้หญิงมากมายในประเทศนี้ นี่เป็นการปฏิเสธศักดิ์ศรีและสิทธิของเราในการเข้าถึงการบริการสาธารณสุข และเป็นการปฏิเสธอำนาจอธิปไตยในร่างกายของเรา”

“การต่อสู้นี้เป็นของพวกเราแล้ว แต่ก่อนหน้าเรา คือเหล่าผู้หญิงรุ่นก่อนๆ ที่แสดงให้เห็นว่าเราต้องทำงานร่วมกัน นี่คือช่วงเวลาของการเป็นหนึ่งเดียว ทั้งความสามัคคี ความโกรธเกรี้ยว ความรวดเร็ว ความแข็งแกร่งและความอึดทน เพราะบอกได้เลยว่าคนพวกนั้นไม่ได้หยุดแค่เรื่องทำแท้งแน่นอน พวกเขาจะเข้ามาออกกฎเรื่องการคุมกำเนิด ออกกฎเรื่องการแต่งงานในเพศเดียวกัน เราต้องอุทิศตัวเพื่อทำให้แน่ใจว่า เสรีภาพขั้นพื้นฐานจะไม่ถูกพรากไปโดยกลุ่มพวกปิตาธิปไตยใจแคบแค่ไม่กี่คน”

อับรัมส์ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เธอไม่เคยมีปัญหาที่จะแสดงความคิดเห็นเรื่องการเมืองหรือแสดงจุดยืนบางอย่างลงบนโซเชียลมีเดีย “บอกเลยว่าฉันโกรธกรณียกเลิกคำวินิจฉัย Roe V. Wade มากๆ และมันก็เป็นหนึ่งในอีกพันล้านเรื่องที่พวกเราผู้หญิงถูกหักหลัง ฉันคิดว่าการออกไปเลือกตั้ง การลงคะแนนเสียงคือทางเดียวที่จะแสดงจุดยืนของเราและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ พร้อมๆ กันกับการแสดงความเป็นมนุษย์ด้วยการเห็นอกเห็นใจกันและกันในชีวิตประจำวันน่ะ”

อย่างไรก็ดี อับรัมส์ยังระมัดระวังการใช้โซเชียลมีเดียเสมอ เหตุผลประการหนึ่งคือบางครั้งบางคราวความเห็นจากหลายสารทิศก็โหดหินเกินไปสำหรับเธอ หรือบางทีก็โจมตีเธอในแง่ชีวิตส่วนตัว เช่น เรื่องที่ว่าเธอเป็นลูกผู้กำกับดัง หรือโจมตีว่าเธอเข้าวงการมาด้วยเส้นสายเพราะมีพ่อเป็นคนทำหนัง ฯลฯ โดยไม่เกี่ยวข้องกับผลงานเพลงของเธอแม้แต่น้อย “อินเตอร์เน็ตเป็นเหมือนที่ที่ลงไปตายน่ะ มันเป็นทุกสิ่ง เป็นทุกอย่าง” เธอบอก “ฉันทุกข์ไม่น้อยเพราะที่ผ่านมาเคยใช้เวลากับโซเชียลมีเดียมากเกินไป ตอนนี้เลยจำกัดเวลาตัวเองในการใช้งานอินสตาแกรมแล้ว แถมยังไม่โหลดทวิตเตอร์ใส่โทรศัพท์ด้วย แถมไม่ค่อยดู TikTok เท่าไหร่แล้วอีกต่างหาก ไม่ค่อยอ่านข้อความหลังไมค์แล้วเพราะมันทำให้สมองฉันรวนไปหมด”

ทั้งนี้ นักวิจารณ์ดนตรีหลายคนลงความเห็นว่า บทเพลงของอับรัมส์นั้นมักพูดถึงอารมณ์ ความรู้สึกและความอ่อนไหว หรือประสบการณ์การข้ามพ้นวัยของหญิงสาว และพร้อมกันนี้ มันก็เป็นบทเพลงที่ฉายให้เห็นความเข้มแข็งและการเติบโตของผู้หญิงด้วย

“ฉันน่ะรู้สึกว่าได้รับแรงบันดาลใจจากผู้หญิงที่ลุกขึ้นสู้ในเรื่องต่างๆ มาก่อนหน้าฉันมากมายเลยล่ะ และฉันตระหนักดีว่า พวกเราในเวลานี้ต่างก็ยืนอยู่บนจุดที่ผู้หญิงในอดีตต่างเรียกร้อง ต่อสู้มาอย่างเจ็บปวดก่อนหน้าที่เสียงพวกเธอจะถูกได้ยิน ก่อนหน้าที่ผู้คนจะรับฟังพวกเธอ

“แต่นั่นแหละ ฉันไม่คิดว่าเราจะพอแค่ตรงนี้กันหรอกค่ะ!” เธอปิดท้าย

อ้างอิง

https://x.com/gracieabrams/status/1540358293494714370?lang=en

https://theface.com/music/gracie-abrams-interview-the-secret-of-us-album-taylor-swift

https://www.interviewmagazine.com/music/gracie-abrams-and-kaia-gerber-on-therapy-taylor-and-unrequited-crushes

https://www.glamourmagazine.co.uk/article/gracie-abrams-interview-2023

https://www.melodicmag.com/2024/06/21/gracie-abrams-learns-that-the-secret-of-us-isnt-always-hers-to-keep/

รูป @gracieabrams

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...