พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อไทยเดือนธ.ค.67 อยู่ที่ 1.23% ต่ำกว่าคาด ส่วนปี 68 คาดอยู่ในกรอบ 0.3-1.3%
พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อไทยเดือนธ.ค.67 อยู่ที่ 1.23% ต่ำกว่าคาด ส่วนปี 68 คาดอยู่ในกรอบ 0.3-1.3%
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 ม.ค. 68 12:05 น.
พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อทั่วไปเดือนธ.ค. 67 อยู่ที่ 1.23% ต่ำกว่าตลาดคาดเล็กน้อย ชี้ราคาน้ำมัน - อาหารยังเป็นตัวหนุน ส่งผลทั้งปี 67 อยู่ที่ 0.4% ส่วนปี 68 คาดเงินเฟ้ออยู่ในกรอบ 0.3-1.3% มองขึ้นค่าแรงมีผลถึง 0.8% ประเดิมม.ค.นี้ คาดอยู่ที่ 1.25% หนุนไตรมาส 1/68 โตมากกว่า 1%
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยเดือนธันวาคม 67 เท่ากับ 108.28 เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 66 ซึ่งเท่ากับ 106.96 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 1.23% (YoY) ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้น 0.79% (YoY) ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากเดือนพฤศจิกายน 67 ที่สูงขึ้น 0.80% (YoY)
โดยปัจจัยหลักมาจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นผลจากฐานราคาต่ำในปีก่อน รวมถึงราคาสินค้าในกลุ่มอาหาร และเครื่องดื่มปรับตัวสูงขึ้นจากราคาผลไม้สด เครื่องประกอบอาหาร และ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สำหรับราคาสินค้า และ บริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป เฉลี่ยทั้งปี 67 เทียบกับปี 66 สูงขึ้น 0.40% (AoA) โดยมีสาเหตุหลักจากการสูงขึ้นของราคาสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป ผลไม้สด และ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม มีสินค้าสำคัญที่ราคาลดลงจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้า และ น้ำมันดีเซล สำหรับไตรมาสที่ 4/67 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 66 สูงขึ้น 1% (YoY) ขณะที่ไตรมาสที่ 4/67 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ลดลง 0.26% (QoQ)
สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 68 กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์ว่าจะอยู่ระหว่าง 0.3-1.3% (ค่ากลาง 0.8%) ซึ่งเป็นอัตราที่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยมีปัจจัยที่สนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้น ประกอบด้วย เศรษฐกิจไทยปี 68 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากปี 67 ทั้งการขยายตัวของการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชน รวมถึงแนวโน้มนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้อุปสงค์ต่อสินค้าและบริการปรับตัวเพิ่มขึ้น , ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศที่กำหนดเพดานไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในไตรมาสที่ 1 และ 2 ของปี 67
ในขณะที่ปัจจัยที่กดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ประกอบด้วย ภาครัฐมีแนวโน้มดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่าไฟฟ้า และ การตรึงราคาก๊าซ LPG , ฐานราคาผักและผลไม้สด ปี 67 อยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์เอลนีโญและลานีญา ในขณะที่ในปี 68 คาดว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะไม่รุนแรง และ ส่งผลกระทบต่อราคาไม่มากนัก , การชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ และ การจำหน่ายรถยนต์ภายในประเทศ จะส่งผลให้ค่าเช่าบ้าน และ ราคารถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างจำกัด
ทั้งนี้ หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ กระทรวงพาณิชย์ จะมีการทบทวนตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอีกครั้ง
“เรามองว่า เงินเฟ้อในเดือนม.ค. 68 คาดอยู่ที่ 1.25% ส่งผลไตรมาส 1/68 โตมากกว่า 1% ส่วนไตรมาส 2 และ 3 ปี 68 อาจลดลงมาไม่ถึง 1% และ จะกลับมาโตมากกว่า 1% ในไตรมาส 4 ส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันดีเซลที่รัฐบาลกำหนดเพดานไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร ซึ่งเดือนม.ค. 66 ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 29.92 บาทต่อลิตร โดยอาจส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น“นายพูนพงษ์ กล่าว
ส่วนกรณีที่ค่าแรงปรับเพิ่มขึ้นนั้น นายพูนพงษ์ กล่าวว่า การปรับเพิ่มขึ้นของค่าแรงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ โดยปี 66 ค่าแรงเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น 3.72% และ เงินเฟ้อทั้งปี 66 เฉลี่ยอยู่ที่ 1.23% ส่วนปี 67 ค่าแรงเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น 2.42% และ เงินเฟ้อทั้งปี 67 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.4% และ ปี 68 ค่าแรงเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น 2.9% และ เงินเฟ้อคาดไว้ที่ 0.8%
เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ