โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“Back to Starbucks” แผนคืนชีพแบรนด์ร้านกาแฟระดับโลก ของ Brian Niccol ซีอีโอคนใหม่

Thairath Money

อัพเดต 04 ม.ค. 2568 เวลา 17.45 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. 2568 เวลา 17.34 น.
ภาพไฮไลต์

2024 นับเป็นปีที่ Starbucks เชนร้านกาแฟระดับโลกเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยอดขายที่ตกต่ำทั่วโลก ความนิยมที่ถดถอยลงอย่างต่อเนื่องในจีนแผ่นดินใหญ่จนมีทีท่าว่าจะสูญเสียส่วนแบ่งในช่วงครึ่งปีแรก ไม่นับแรงกดดันจากนักลงทุนที่ใช้ประเด็นสภาพแรงงานเข้ามาผสมโรง ปัญหาเดิมที่ถูกส่งต่อให้ซีอีโอคนใหม่ ไบรอัน นิคโคล (Brian Niccol) ต้องจัดการภาระหนักอึ้งที่ทั่วโลกต่างจับตาว่าในปีนี้เขาจะมีวิธีจัดการอย่างไร

การเข้ารับตำแหน่งซีอีโอของนิคโคลในเดือนสิงหาคมปี 2024 แทนลักซ์แมน นาราซิมฮาน (Laxman Narasimhan) ที่นั่งเก้าอี้ได้เพียงปีเศษ ได้สร้างความตื่นเต้นในแวดวงธุรกิจ ท่ามกลางผลกระทบหที่นาราซิมฮานทิ้งไว้ ทั้งราคาหุ้นที่ลดลงและความน่าดึงดูดใจที่ลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับลูกค้าอเมริกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • Starbucks มีปัญหาอะไร? เปลี่ยนซีอีโอใหม่เป็น Brian Niccol แล้วนักลงทุนกลับมาเชื่อมั่น

นิคโคลเป็นที่รู้จักในวงการร้านอาหารสหรัฐฯ เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้พลิกฟื้น Chipotle เชนร้านอาหารเม็กซิกันจากวิกฤต ดึงลูกค้ากลับมาใช้บริการและทำยอดขายได้เกินคาดจนหุ้นของเชนร้านนี้โตขึ้นมากว่า 773% ไม่แปลกที่สื่อทั่วโลกต่างจับตาการขึ้นกุมบังเหียนแบรนด์ระดับโลกอย่าง Starbucks ที่อนาคตอาจไม่ได้มั่นคงอดีต

Thairath Money คอลัมน์ BrandStory ครั้งนี้ชวนเจาะเรื่องราวของ Starbucks เชนร้านกาแฟอันดับหนึ่งที่กำลังสั่นคลอนจากสารพัดปัญหาที่ทำให้อนาคตของแบรนด์ร้านกาแฟระดับโลกรายนี้อาจไม่มั่นคงเหมือนอดีต อะไรคือแผนการใหญ่ของ"ไบรอัน นิคโคล" ซีอีโอคนใหม่ผู้หนักแน่นต่อวิสัยทัศน์ในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของ Starbucks ให้กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง

"Back to Starbucks"

กันยายน 2024 นิคโคลเริ่มต้นดำเนินการตั้งแต่การประกาศลดจำนวนส่วนลดสำหรับ Loyalty program ที่มอบให้กับสมาชิกหลังการปรับขึ้นราคาสินค้าของซีอีโอคนก่อน ตามด้วยการประกาศว่า Starbucks ทุกสาขาในสหรัฐฯ จะหยุดเรียกเก็บเงินเพิ่มสำหรับการเปลี่ยนตัวเลือกนมที่ไม่ใช่นมวัว

ตุลาคม 2024 หลังจากเดินทางเยี่ยมชมร้านกาแฟกว่า 17,000 แห่งในสหรัฐฯ นิคโคลตัดสินใจส่งจดหมายเปิดผนึกถึงพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประกาศถึงวิสัยทัศน์และแนวทางการปรับปรุง Starbucks พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะมุ่งเน้นทำให้เอกลักษณ์เดิมของ Starbucks กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง หลังจากองค์กรหลงลืมแก่นแท้จนธุรกิจกำลังเผชิญมรสุมอย่างน่าใจหายในช่วงที่ผ่านมา

“Starbucks เป็นแบรนด์ที่เป็นที่รักและมีบุคลากรที่ยอดเยี่ยม Starbucks เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนและชุมชนที่เราให้บริการ"

เพิ่มศักยภาพคนและหวนคืนมาตรฐานดั้งเดิม

วิสัยทัศน์แรกของนิคโคล เขาให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับพนักงาน โดยมองว่าปัญหาที่ผ่านมาจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาในระดับพนักงานรวมถึงบาริสต้า เขาจำเป็นต้องมีส่วนร่วมกับพนักงานแนวหน้า รับฟังความกังวลของพวกเขาและดำเนินการที่เป็นรูปธรรมเพื่อแก้ไขปัญหา

นิคโคลกล่าวว่า Starbucks คือร้านการแฟที่เสิร์ฟกาแฟชั้นดีซึ่งชงโดยบาริสต้าผู้เชี่ยวชาญ เขามุ่งหวังที่จะสร้างความไว้วางใจและส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานในเชิงบวกมากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็คือการปรับปรุงการบริการลูกค้าและประสิทธิภาพการดำเนินงาน

นอกจากนี้นิคโคลเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีและเครื่องมือที่เอื้ออำนวยให้บาริสต้าทุกคนมั่นใจว่าพวกเขาชงเครื่องดื่มออกมาในคุณภาพดีทุกครั้ง รวมถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มการสั่งซื้อผ่านแอปและมือถือเพื่อแยกการรับออเดอร์ที่ดีมากยิ่งขึ้น เนื่องจากบาริสต้าต้องรับมือกับการออเดอร์จากในร้าน ไดรฟ์ทรูและออนไลน์ที่นำไปสู่ปัญหาออเดอร์ล้นและสร้างความเบื่อหน่ายให้กับลูกค้าอเมริกันอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

Get the Morning Right! ทำให้ทุกเช้าของลูกค้าเป็นเช้าที่ดี

หนึ่งในภารกิจสำคัญที่หลายคนคาดหวังจากนิคโคล คือ การจัดการปัญหาระบบออเดอร์สินค้าผ่านทางแอปฯ ที่ส่งผลมาถึงบาริสต้าหน้าสาขาให้ต้องแบกรับภาระที่หนักขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะเวลาเร่งด่วนอย่างตอนเช้าที่คิวยาวเหยียด ลูกค้าจำนวนมากใช้เวลาในการรอเครื่องดื่มนาน

นิคโคลมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการแอปฯ ของ Chipotle โดยเขาสามารถจัดการระบบที่ทำให้ออเดอร์ออนไลน์กลายเป็นรายได้ 35% ของบริษัทเลยทีเดียว

โดยเขาเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้อีกด้วยว่าเขาจะทำให้ลูกค้าได้รับออเดอร์เครื่องดื่มที่ตัวเองสั่งผ่านแอปฯ ภายในไม่ถึงสี่นาที ดังนั้นการตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าด้วยการจัดส่งอาหารและเครื่องดื่มอย่างตรงเวลาในทุก ๆ เช้า Starbucks จะไม่ทำให้เช้าวันนั้นเสียบรรยากาศแต่จะเป็นส่วนหนึ่งของเช้าที่ราบรื่น

โดยทั่วไปแล้วคนส่วนใหญ่ต้องการดื่มกาแฟอย่างรวดเร็วระหว่างเดินทาง ซึ่งทำให้ความตรงต่อเวลาและประสิทธิภาพมีความสำคัญสูงสุด อย่างไรก็ตาม Starbucks ไม่สามารถส่งมอบสิ่งนี้ได้ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้เขายังมีแผนลดความซับซ้อนของเมนูเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการให้บริการและลดเวลาในการรอคอย ซึ่งรวมถึงการนำรายการที่ไม่เป็นที่นิยมออกและเน้นที่เครื่องดื่มคุณภาพสูงที่ทำด้วยมือ พร้อมทั้งเพิ่มประสบการณ์อื่น ๆ อย่างการนำบาร์กาแฟแบบ Self-service bars สำหรับนมและเครื่องปรุงอื่น ๆ กลับมาให้บริการในร้านกาแฟทุกแห่งภายในต้นปี 2025 เพื่อลดความซับซ้อนสำหรับบาริสต้าได้โฟกัสกับการชงกาแฟของตนเองมากยิ่งขึ้น

ทำให้ Starbucks เป็นมากกว่า “Third-Place”

บรรยากาศที่ดูเหมือนจะสูญหายไปในความวุ่นวายตั้งแต่การแพร่ระบาดโควิดในปี 2019 เนื่องจากหน้าร้านต่องทุ่มเทให้กับการจัดเตรียมคำสั่งซื้อแบบซื้อกลับบ้านจากแอปฯ ทำให้นิคโคลมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการนำบรรยากาศเดิม ๆ กลับมา

โดยเขาต้องการทำให้ Starbucks ไม่เพียงแต่กลับไปเป็น "Third-Place” นอกจากบ้านและที่ทำงานแต่ต้องเป็น “Community Coffeehouse” ที่คนอยากมาใช้พื้นที่นี้ในการพบปะสังสรรค์

ซึ่งเป็นโพสิชั่นเดิมของ Starbucks ที่เคยเป็นและยังเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ใช้มัดใจลูกค้าทั่วโลก ซึ่งทำให้ Starbucks ไม่ได้ดึงดูดแค่คนที่มองหาเครื่องดื่มระดับพรีเมี่ยมแต่ยังดึงดูดคนที่ต้องการสถานที่สะดวกสบายในการนั่งชิลล์หรือนั่งทำงานอีกด้วย

เขาวางแผนที่จะปรับปรุงประสบการณ์ภายในร้านโดยการสร้างพื้นที่ที่เชิญชวนให้คนได้นั่งพักผ่านการออกแบบที่ใส่ใจ การแยกความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างบริการแบบ 'การซื้อกลับบ้าน' และ 'การรับประทานภายในร้าน' ไปจนถึงการนำแก้วเซรามิกกลับมาใช้สำหรับผู้ที่ต้องการดื่มเครื่องดื่มร้อนที่ Starbucks อีกด้วย

สถานการณ์ปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามหลังจากการเข้ารับตำแหน่งได้ห้าเดือน ล่าสุดมีรายงานว่า Starbucks ได้ระงับการคำแนะนำของงบการเงินสำหรับปีงบประมาณ 2025 โดยนิคโคลชี้แจ้งว่าผลประกอบการค่อนข้างเป็นไปในทิศทางที่น่าผิดหวัง ซึ่งบริษัทกำลังเร่งปรับกลยุทธ์พื้นฐานเพื่อดึงลูกค้ากลับมาและกลับมาเติบโตอีกครั้งให้ได้เร็วที่สุด พร้อมให้คำมั่นว่า Starbucks จะไม่ขึ้นราคาในช่วงนี้อีกด้วย

การเปลี่ยนแปลงของแผนคืนชีพ Back to Starbucks ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นแม้ว่านิคโคลจะมีแผนใหญ่สำหรับเครือร้านกาแฟในประเทศและต่างประเทศ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการพลิกกลับสถานการณ์จะต้องใช้เวลาและการลงทุนจำนวนมาก เนื่องจาก Starbucks ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่องในตลาดสำคัญ ๆ อย่างจีน ตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากสหรัฐอเมริกา ซึ่ง Starbucks ไม่สามารถรักษาส่วนแบ่งในตลาดไว้ได้อีกต่อไป

ไม่นับประเด็นการควบคุมราคาเครื่องดื่มให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ การขาดแคลนพนักงานจากปัญหาสหภาพ และการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งส่งผลต่อนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในขณะที่หุ้นฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในช่วงกลางปี 2024 แต่ราคาหุ้นยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบัน Starbucks มีสาขาอยู่เกือบ 40,000 แห่งทั่วโลก โดยกว่า 21,000 สาขา หรือประมาณ 53% ของสาขาทั้งหมดอยู่นอกสหรัฐอเมริกา ไม่นับเป้าหมายที่อยากทำให้ตัวเองเป็นมากกว่าสถานที่สำหรับกาแฟสักแก้ว ดูเหมือนว่าการสลัดภาพเชนร้านกาแฟฟาสต์ฟู้ดไร้จิตวิญญาณทิ้งและนำภาพจำอันอบอุ่นกลับมาจะเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมากในปี 2025

ความเป็นผู้นำของนิคโคลที่มุ่งมั่นปรับปรุงกระบวนการทั้งระบบเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นแบรนด์กลับมสอีกครั้งจะประสบความสำเร็จในระยะยาวหรือไม่ยังคงต้องติดตามกันต่อไป

อ้างอิงข้อมูลจาก Starbucks ,BusinessInsider , CBS , Marketwatch

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...