โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘สมศักดิ์’ เผย PM2.5 กระทบคนไทย 38 ล้านคน ปี 2567 ป่วยกว่าล้านคน ทำอายุเฉลี่ยสั้นลง 1.78 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 ม.ค. 2568 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2568 เวลา 08.20 น. • The Bangkok Insight

"สมศักดิ์" เผย PM2.5 กระทบคนไทย 38 ล้านคน ปี 2567 ป่วยกว่าล้านคน ทำอายุเฉลี่ยสั้นลง 1.78 ปี กำหนด 4 มาตรการรับมือ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในการประชุมทางไกล ติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ปี 2568

โดยกล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีปัญหา PM 2.5 และมีแนวโน้มสูงขึ้น เมื่อเช้าวันที่ 9 มกราคม วัดได้กว่า 170 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งมาจากการเผาไหม้ การสันดาปของเครื่องยนต์ หมอกควันข้ามแดน และคาดว่าจะมีปัญหาไปจนถึงวันที่ 15 มกราคม 2568 โดยเฉพาะภาคกลาง และภาคเหนือ

PM2.5

ต.ค.66-ธ.ค.67 ป่วยกว่า 1 ล้านคน

จากข้อมูลกรมควบคุมโรค ในปีงบประมาณ 2567 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 31 ธันวาคม 2567 สถานการณ์จำนวนผู้ป่วยโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับการรับสัมผัสและค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ทั่วประเทศ รวม 6 โรค 1,048,015 ราย แยกเป็น

  • ปอดอุดกั้นเรื้อรัง 226,423 ราย
  • โรคตาอักเสบ 357,104 ราย
  • โรคผิวหนังอักเสบ 442,073 ราย
  • โรคหืด 18,336 ราย
  • หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน 4,051 ราย
  • การสัมผัสกับมลพิษทางอากาศ 28 ราย
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน

คนไทย 38 ล้านอยู่ในพื้นที่เสี่ยง-ทำอายุสั้นลง 1.78 ปี

คนไทย 38 ล้านคนอยู่ในพื้นที่ที่มีค่า PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ในจำนวนนี้ 15 ล้านคนหรือ 1 ใน 5 เป็นกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ป่วยโรคหอบหืด ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก ซึ่งผลกระทบต่อสุขภาพ PM2.5 ทำให้ค่าอายุเฉลี่ยของคนไทยลดลง 1.78 ปี ขณะที่ PM2.5 ยังเป็นสาเหตุทำให้ประชากรโลกเสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับ 5

ข้อมูลจากกรมอนามัยระบุว่าปัญหามลพิษส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายทางสาธารณสุข เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าหน้ากากอนามัย หรือการจัดหาเครื่องฟอกอากาศราว 2,000-3,000 ล้านบาทต่อปี ในจำนวนนี้กว่า 75 % เป็นค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล

4 มาตรการรับมือ PM2.5

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ได้มีข้อสั่งการให้ดำเนินการตามมาตรการด้านการแพทย์และสาธารณสุข 4 มาตรการ ตามระดับความรุนแรงของค่าฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง ได้แก่

1.สร้างความรอบรู้ให้ประชาชน โดยติดตามสถานการณ์และประชาสัมพันธ์เชิงรุก เน้นการสื่อสารและแจ้งเตือนผ่านระบบดิจิทัล เช่น Platform หมอพร้อม, SMART อสม. ครอบคลุมทั้งประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว

2.การลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง โดยเฝ้าระวังและติดตามผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจาก PM 2.5 จัดทำห้องปลอดฝุ่นในสถานบริการและพื้นที่เสี่ยง และสนับสนุนมุ้งสู้ฝุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มติดเตียง รวมถึงพิจารณา Work From Home เมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน

3.จัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยขยายเครือข่ายบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในการดูแลสุขภาพให้ครอบคลุม ทั้งคลินิกมลพิษทางอากาศ คลินิกเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ให้คำปรึกษาคลินิกมลพิษออนไลน์ จัดระบบนัดหมายคลินิกมลพิษระบบผ่านหมอพร้อม และจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่/ทีมปฏิบัติการดูแลสุขภาพกลุ่มเปราะบาง เช่น ชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานดูแลผู้สูงอายุ โรงเรียนประจำ เป็นต้น

4.เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ หากสถานการณ์รุนแรง ให้เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินในทุกระดับ และส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ใช้ พรบ.การสาธารณสุข ควบคุมฝุ่นละออง

ห้องปลอดฝุ่น มุ้งสู้ฝุ่น

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้มีห้องปลอดฝุ่นแล้วจำนวน 4,700 ห้องใน 56 จังหวัด แบ่งเป็นสถานบริการของสธ. 3,009 ห้อง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก/โรงเรียน 858 ห้อง อาคารสำนักงาน 457 ห้อง และร้านอาหาร ร้านกาแฟ ฯลฯ 376 ห้อง ส่วนมุ้งสู้ฝุ่นที่ช่วยลดปริมาณฝุ่นภายในบ้านมีการกระจายใน 34 จังหวัดรวม 1,338 ชุด โดยจะมีการสนับสนุนหน้ากากอนามัยและมุ้งสู้ฝุ่นที่จุดเสี่ยงและหน่วยบริการสาธารณสุขเพิ่มเติม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...