โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผลสำรวจเผย “บริษัทอเมริกันในจีน” หวั่นสงครามการค้าสหรัฐ-จีน รุนแรงสุดในรอบ 5 ปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ม.ค. 2568 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2568 เวลา 04.09 น.

ผลสำรวจเผย "บริษัทอเมริกันในจีน" หวั่นสงครามการค้าสหรัฐ-จีน รุนแรงสุดในรอบ 5 ปี แต่ยังคงยังคงจัดอันดับให้จีนเป็น 3 อันดับแรกของการลงทุนทั่วโลก

วันที่ 23 มกราคม 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การสำรวจประจำปีของหอการค้าอเมริกัน (AmCham) ในประเทศจีน ซึ่งมีการเผยแพร่เพียงไม่กี่วันหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เข้ารับตำแหน่งเป็นวาระที่ 2 พบว่าธุรกิจอเมริกันในจีนมากกว่าครึ่งหนึ่งระบุว่ากังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่าง 2 เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เสื่อมถอยลงไปอีก ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี

โดยการสำรวจบริษัทสมาชิก AmCham China จำนวน 368 แห่งเสร็จสิ้นระหว่างเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2567 ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นหลังจากทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567

ซึ่งการสำรวจแสดงให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถาม 51% มีความกังวลเกี่ยวกับความเสื่อมถอยในอนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน

อัลวิน หลิว ประธานรัฐสภาจีน กล่าวว่า “ความสัมพันธ์ที่มั่นคงและสร้างสรรค์ ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้า ถือเป็นสิ่งสำคัญไม่เพียงแต่ต่อความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศของเราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจระดับโลกด้วย” พร้อมเสริมว่า โดยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนด้านนโยบาย และข้อพิพาททางการค้า ถือเป็นข้อกังวลสำคัญของธุรกิจสหรัฐในจีน

การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งก่อนของทรัมป์โดดเด่นด้วยสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และการถดถอยของความสัมพันธ์ทางการทูตโดยทั่วไประหว่างสองประเทศ ซึ่งไม่ได้มีการปรับปรุงดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีโจ ไบเดน

เมื่อวันที่ 22 ม.ค.68 ทรัมป์กล่าวว่ารัฐบาลกำลังหารือเกี่ยวกับภาษีลงโทษ 10% สำหรับการนำเข้าสินค้าจากจีน ซึ่งอาจมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 268 ซึ่งเกี่ยวข้องกับบทบาทของจีนในห่วงโซ่อุปทานเฟนทานิลทั่วโลก

ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบครึ่งหนึ่งยังคงจัดอันดับให้จีนเป็น 3 อันดับแรกของการลงทุนทั่วโลก ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามสัดส่วนของบริษัทที่ไม่ระบุจีนเป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนที่ต้องการอีกต่อไปนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เป็น 21% เมื่อเทียบกับระดับก่อนเกิดโรคระบาด และเพิ่มขึ้น 3% จากการสำรวจเมื่อปีที่แล้ว

นอกจากนี้สัดส่วนของบริษัทที่รายงานการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมในประเทศจีนเมื่อเทียบกับบริษัทในท้องถิ่น ก็อยู่ที่ประมาณ 1 ใน 3 ของธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงตลาดและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...