โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สืบที่มา “พระเจดีย์” และพระพุทธรูปภายในซุ้มเจดีย์ วัดราชาธิวาสวิหาร

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 24 ม.ค. 2568 เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2568 เวลา 03.36 น.
พระเจดีย์และพระพุทธรูปภายในซุ้มเจดีย์ วัดราชาธิวาสวิหาร (ภาพโดย : วรวิทย์ พานิชนันท์)

พระเจดีย์ วัดราชาธิวาสวิหาร เป็นเจดีย์ที่มีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์ ทั้งฐานรูปสิงห์ รูปทรงเจดีย์ตามสมัยนิยมในรัชกาลที่ 5 และพระพุทธรูปในแต่ละทิศ ที่นำเอาพระธยานิพุทธเจ้าตามคติความเชื่อของศาสนาพุทธนิกายมหายานมาประดิษฐานทั้ง 4 ทิศ

พระเจดีย์ วัดราชาธิวาสวิหาร

พระเจดีย์แห่งวัดราชาธิวาสราชวรวิหาร อยู่ในเขตพุทธาวาส เป็นจุดศูนย์กลางของวัด สร้างขึ้นสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 หรือราว ๆ พ.ศ. 2394 และได้รับการบูรณะ สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

พระเจดีย์องค์ปัจจุบันสร้างขึ้นครอบทับเจดีย์ทรงระฆัง ซึ่งเป็นแบบสมัยนิยมในรัชกาลที่ 4 (ตัวอย่าง เจดีย์ทรงระฆัง พระปฐมเจดีย์ จ. นครปฐม และพระสมุทรเจดีย์ จ. สมุทรปราการ) โดยรัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างครอบไว้ เนื่องจากแข็งแรงมากกว่า ทั้งเป็นเจดีย์รูปแบบที่พระองค์โปรดมากกว่าแบบเดิม

พระเจดีย์วัดราชาธิวาส เป็นเจดีย์ทรงกลม ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นอย่างพระเจดีย์องค์เดิมในสมัยรัชกาลที่ 4 มีลักษณะแบบศิลปะปาละของอินเดียเนื่องจากพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์ได้นำพระพุทธรูปแบบชวามาประดิษฐานที่ซุ้มทั้ง 4 ด้าน

รูปทรงของพระเจดีย์วัดราชาธิวาส ที่มีการประดับองค์พระเจดีย์ด้วยซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปนี้ เป็นการประดับอยู่ที่เรือนธาตุทรงกลมของพระเจดีย์ใต้องค์ระฆัง ในลักษณะที่ยังคงรักษาสัณฐานทรงกลมของพระเจดีย์ไว้

ส่วนเหนือองค์ระฆังขึ้นไป ที่ไม่มีบัลลังก์และเป็นปล้องไฉนขนาดใหญ่ซ้อนกันจำนวนไม่มากนี้ คล้ายกันกับรูปแบบของพระเจดีย์ในกลุ่มพระเจดีย์ 8 เหลี่ยม

ซุ้มคูหาประดิษฐานพระพุทธรูป ตัวซุ้มบันแถลงมีองค์ประกอบในลักษณะของอิทธิพลศิลปกรรมเขมร เพื่อให้สอดคล้องกับซุ้มบันแถลงที่พระอุโบสถ แต่องค์ประกอบซุ้มและลวดลายการตกแต่งได้เปลี่ยนมาเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย การออกแบบซุ้มให้มี 4 ทิศ เป็นลักษณะที่พบได้ทั่วไปในงานสถาปัตยกรรมแบบไทยที่ผ่านมา ซึ่งมักจะประดิษฐานพระพุทธรูปให้ครบตามทิศทั้ง 4

ฐานรองรับเจดีย์มีประติมากรรมสิงห์ประดับล้อมรอบ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากวัดธรรมิกราช จ. พระนครศรีอยุธยา การทำรูปสิงห์ล้อมที่ฐาน อาจมีความหมายว่าพระเจดีย์นั้นเปรียบเสมือนเจดีย์จุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

พระพุทธรูปในซุ้มเจดีย์ ตามคติความเชื่อแบบพุทธมหายาน

พระพุทธรูปทั้ง 4 องค์ รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ได้น้อมเกล้าฯ ถวายแด่รัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จประพาสอินโดนีเซีย พระพุทธรูปทั้งหมดนี้เป็นพระพุทธรูปในคติพระพุทธศาสนานิกายมหายาน “ลัทธิตันตระ” เดิมได้รับการถวายมาทั้งสิ้น 5 องค์ โดยประดิษฐานที่วัดราชาธิวาส 4 องค์ และประดิษฐานที่วัดบวรนิเวศฯ 1 องค์

ตำแหน่งต่าง ๆ ของพระพุทธรูปภายในซุ้มเจดีย์คือ 1. ทิศตะวันออก พระอักโษภยะอยู่ในปางภูมิสปรรศมุทราหรือปางสัมผัสธรณี 2. ทิศใต้ พระรัตนสัมภวะอยู่ในปางประทานพร 3. ทิศตะวันตก พระอมิตาภะอยู่ในปางสมาธิ 4. ทิศเหนือ พระอโมฆสิทธิอยู่ในปางอภัยมุทราหรือปางประทานอภัย

จากที่กล่าวมาข้างต้น พระเจดีย์และพระพุทธรูปแบบมหายานทั้ง 4 ทิศภายในซุ้มเจดีย์ ของวัดราชาธิวาสราชวรวิหารนั้น เป็นประติมากรรมที่ผสมผสานทั้งศิลปะไทย ชวา และอินเดียเข้าด้วยกัน นับเป็นหนึ่งในพระเจดีย์-พระพุทธรูปที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ประจำวัดราชาธิวาสวิหาร

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

http://www.thapra.lib.su.ac.th/objects/thesis/fulltext/thapra/Akarapan_Pansamrit/Fulltext.pdf

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 มกราคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สืบที่มา “พระเจดีย์” และพระพุทธรูปภายในซุ้มเจดีย์ วัดราชาธิวาสวิหาร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...