โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พระเทียรราชา” ตำนานเจ้านาย-พระเจ้าแผ่นดิน ผู้ “บวชลี้ภัย” ถึง 2 รอบ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 08 พ.ย. 2568 เวลา 17.23 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2568 เวลา 17.22 น.
ภาพ “ยูเดีย” (อาณาจักรอยุธยา) วาดโดยโยฮันเนส วิงโบนส์ (Johannes Vingboons) ต้นสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

“พระเทียรราชา”(บ้างสะกด พระเฑียรราชา) หรือสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ลำดับที่ 15 (พ.ศ. 2091-2111) เป็นเชื้อพระวงศ์ในสมเด็จพระไชยราชาธิราช แม้พระองค์ได้รับการขนานพระนามว่า “พระเจ้าช้างเผือก” เนื่องจากทรงมีช้างเผือกหรือช้างมงคลคู่บารมีอยู่หลายช้าง แต่พระองค์กลับเป็นบุคคลที่ต้อง “บวชลี้ภัย” ทางการเมืองถึง 2 รอบ

ทำไมพระเทียรราชาต้อง “บวช” ครั้งแล้วครั้งเล่า พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาเล่าถึงสภาวการณ์ทางการเมืองที่บีบให้พระองค์หันไปพึ่งร่มผ้ากาสาวพัสตร์ถึง 2 หนในพระชนมชีพไว้ ดังนี้

ครั้งที่ 1 บวชลี้ภัยสมัยสมเด็จพระยอดฟ้า

สมเด็จพระยอดฟ้า เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระไชยราชาธิราชกับท้าวศรีสุดาจันทร์ ได้เสวยราชสมบัติ สืบต่อจากพระราชบิดาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ (พระชนมายุ 11 พรรษา) เมื่อ พ.ศ. 2089 โดยมีพระราชมารดาเป็นผู้สำเร็จราชการแทน

พงศาวดารบรรยายว่า “ครั้นถวายพระเพลิงพระชัยราชาธิราชเจ้าเสร็จแล้ว ฝ่ายพระเทียรราชาซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์สมเด็จพระชัยราชาธิราชเจ้านั้น จึงดำริว่า ครั้นจะอยู่ในฆราวาส บัดนี้เห็นภัยจะบังเกิดมีเป็นมั่นคงไม่เห็นสิ่งใดที่จะเป็นที่พึ่งได้ เห็นแต่พระพุทธศาสนาและผ้ากาสาวพัสตร์ อันเป็นธงชัยแห่งพระอรหัต จะเป็นที่พึ่งพำนักพ้นภัยอุปัทวันตราย”

ดำริดังนั้นแล้ว พระเทียรราชาก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดราชประดิษฐาน เพื่อลี้ภัยการเมืองจากฝ่าย “แม่หยัว” ท้าวศรีสุดาจันทร์

กระทั่งภายหลังเกิดการโค่นอำนาจท้าวศรีสุดาจันทร์กับขุนวรวงศาธิราช “คนรัก” ที่พระนางผลักดันให้เป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่ต่อจากพระยอดฟ้า “ขุนพิเรนทรเทพ”ผู้นำก่อการพร้อมด้วยขุนนางทั้งปวงได้อัญเชิญภิกษุพระเทียรราชาให้ลาผนวชมาเถลิงราชสมบัติ “ทรงพระนาม สมเด็จพระมหาจักรพรรดิราชาธิราชเจ้า”

ครั้งที่ 2 มอบอำนาจพระราชโอรสต่อกรพระเจ้าสิบทิศ

เมื่อ พระเจ้าบุเรงนอง แห่งกรุงหงสาวดี หรือ “พระเจ้าสิบทิศ” ได้ขยายอำนาจจากศูนย์กลางในลุ่มน้ำอิรวดีมายังอาณาจักรอยุธยา ความยิ่งใหญ่ของพม่าในยุคนั้น ทำให้หัวเมืองเหนือของอยุธยาไม่สามารถต้านทานอำนาจได้ พระมหาธรรมราชา (ขุนพิเรนทรเทพ) เจ้าเมืองพิษณุโลก และผู้กำกับดูแลหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวงก็พลอยตกอยู่ใต้อิทธิพลของกรุงหงสาวดีไปด้วย

สมเด็จพระมหาจักรพรรดิจึงทรงออกผนวช และให้พระราชโอรส คือ สมเด็จพระมหินทราธิราชดูแลราชการแผ่นดินแทน ดังพงศาวดารเล่าว่า “ถึง ณ วันเดือน ๘ ปีขาลฉอศก (จ.ศ.๙๑๖ พ.ศ. ๒๐๙๗) สมเด็จพระมหาจักรพรรดิพระเจ้าช้างเผือกก็เสด็จทรงผนวช ข้าราชการก็บวชโดยเสด็จเป็นอันมาก”

สมเด็จพระมหินทราธิราชสำเร็จราชการอยู่ได้ไม่ถึงขวบปี ก็พยายามอัญเชิญพระราชบิดาให้ทรงสึกกลับมาครองราชสมบัติอีกหน เพราะสถานการณ์ข้างพม่ายังไม่มีทีท่าว่าจะสงบเรียบร้อยได้ง่าย ๆ

ครั้นพระองค์ลาผนวชกลับมา ได้ออกว่าราชการบัญชาการปกป้องพระนครในสงครามกับกรุงหงสาวดี จนทรงพระประชวรหนักอยู่ได้ราว 24 วัน ก็เสด็จสวรรคต

อย่างไรก็ตาม ความพยายามถ่ายโอนอำนาจให้สมเด็จพระมหินทราธิราชไม่สามารถจัดการปัญหาได้อย่างที่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงปรารถนา เพราะกลับยิ่งสร้างความระหองระแหงระหว่างหัวเมืองเหนือกับกรุงศรีอยุธยาให้ร้าวลึกยิ่งขึ้นไปอีก เป็นผลให้พระมหาธรรมราชาพาหัวเมืองเหนือไปเข้าร่วมกับพม่าอย่างเต็มตัว แถมยังช่วยพระเจ้าบุเรงนองในสงครามกับกรุงศรีอยุธยา จนนำไปสู่เหตุการณ์เสียกรุงฯ ครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2112

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์. (2512).ประชุมพงศาวดาร เล่ม 38 (ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 64) พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม).กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา. (ออนไลน์)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 พฤศจิกายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระเทียรราชา” ตำนานเจ้านาย-พระเจ้าแผ่นดิน ผู้ “บวชลี้ภัย” ถึง 2 รอบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...