โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“นักวิชาการ” มอง “ภท.” ปราศรัยสวนลุมฯ สำเร็จเกินคาด ตอกย้ำภาพจำอนุรักษ์นิยมร่วมสมัย

The Better

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 07.20 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 07.19 น. • THE BETTER
“นักวิชาการ” มอง  “ภูมิใจไทย” ปราศรัยสวนลุมฯ สำเร็จเกินคาด ประชาชนร่วมคึกคัก ตอกย้ำภาพจำอนุรักษ์นิยมร่วมสมัย มีความเด็ดขาด พร้อมเป็นผู้นำในยามวิกฤต วางเป้ายุทธศาสตร์รวมเสียงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ความเห็นต่อการปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ที่สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ว่า เวทีดังกล่าวถือว่าประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน ทั้งในเชิงบรรยากาศและนัยทางการเมือง โดยมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก สะท้อนการตอบรับจากฐานเสียงเป้าหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม

ผศ.ดร.เชษฐา ระบุว่า หากพิจารณาเฉพาะคำปราศรัยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เวทีสวนลุมพินีมิใช่เพียงเวทีหาเสียงทั่วไป หากแต่เป็น “หมุดหมายเชิงยุทธศาสตร์” ที่สะท้อนความพยายามจัดระเบียบใหม่ของขั้วอนุรักษ์นิยมไทย ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนการเลือกตั้งใหญ่ เวทีนี้ไม่ได้มุ่งอธิบายนโยบายเชิงเทคนิค แต่เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองอย่างจงใจ เพื่อวางตำแหน่งพรรคในระยะยาว

การเลือกสวนลุมพินีไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เนื่องจากเป็นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ของชนชั้นกลางกรุงเทพฯ ข้าราชการ ผู้ประกอบการ และประชาชนที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคง เสถียรภาพ และความเป็นระเบียบของสังคม ซึ่งเป็นกลุ่มที่แม้ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ แต่มีบทบาทกำหนดทิศทางการเมืองมาโดยตลอด การขึ้นเวทีในพื้นที่ดังกล่าวจึงเท่ากับการประกาศชัดว่าพรรคตระหนักดีว่ากำลังสื่อสารกับใคร และต้องการเป็นตัวแทนของใคร

ตลอดคำปราศรัย ผศ.ดร.เชษฐา วิเคราะห์ว่า ลีลาของนายอนุทินมีความชัดเจนใน 3 มิติ ได้แก่ ความเด็ดขาด ความตรงไปตรงมา และภาพลักษณ์ความเข้มแข็งของผู้นำในภาวะวิกฤต ซึ่งสอดคล้องกับการเมืองแบบสร้างอารมณ์ร่วมและกำหนดฐานเสียงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการรับ “คำสั่งประชาชน” 4 ประเด็นหลัก คือ ความมั่นคงแห่งชาติ การปกป้องสถาบันกษัตริย์ การนำศักดิ์ศรีไทยกลับสู่เวทีโลก และการสร้างเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพผ่านนโยบายคนละครึ่งพลัสต่อเนื่อง

มองว่า สารดังกล่าวเป็นหัวใจของ “อนุรักษ์นิยมร่วมสมัย” ที่พยายามผสานความมั่นคงทางอุดมการณ์เข้ากับนโยบายเศรษฐกิจที่ประชาชนจับต้องได้ พร้อมทั้งตอกย้ำความไม่ไว้วางใจต่อพรรคคู่แข่งในอีกสองขั้ว และกำหนดกรอบความชอบธรรมทางศีลธรรมให้กับฝ่ายอนุรักษ์นิยมอย่างชัดเจน

ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวอีกว่า หัวใจสำคัญของเวทีนี้คือการส่งสารตรงถึงชาวอนุรักษ์นิยมไม่ให้เสียงแตก และรวมพลังลงคะแนนเชิงยุทธศาสตร์ โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นศูนย์กลาง เพื่อเพิ่มโอกาสเอาชนะอีกขั้วทางการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีความผูกพันทางอารมณ์กับอดีตผู้นำอย่างพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งยังคงเป็นฐานเสียงสำคัญในตลาดเลือกตั้ง

ในเชิงโครงสร้าง เขาประเมินว่า เวทีสวนลุมพินีทำหน้าที่ปูทางพร้อมกัน 3 ระดับ ได้แก่ การสร้างอัตลักษณ์พรรคในฐานะแกนหลักฝ่ายอนุรักษ์นิยม การดูดซับฐานเสียงที่ลังเลในขั้วเดียวกัน และการเตรียมความชอบธรรมเพื่อก้าวสู่การเป็นแกนนำรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง

“คำปราศรัยครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปลุกใจ แต่เป็นการตอกเสาเข็มทางอุดมการณ์ ฐานเสียง และความชอบธรรมในการนำประเทศ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าภูมิใจไทยจะชนะหรือไม่ แต่คือฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะสามารถรวมศูนย์พลังได้จริงเพียงใด ซึ่งจะเป็นตัวแปรชี้ชะตาการเมืองไทยหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ผศ.ดร.เชษฐา กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...